royal coronation
วันที่ 19 ตุลาคม 2562
ข่าวทั่วไป

อริสมันต์ อ้าง บ้านหมุน ศาลมองไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง

วันที่ 11 กันยายน 2562 - 21:34 น.
คมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 3,092 ครั้ง

หลัง อริสมันต์ ไม่มาศาลตามนัดอ่านคำพิพากษาคดีบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี 52 ด้วยเหตุผลป่วย บ้านหมุน โรคนี้เป็นอย่างไรมาทำความรู้จักกัน

 

              ภายหลังศาลฎีกาสั่งคุก “ศักดา นพสิทธิ์” 4 ปี ไม่รอลงอาญา คดีบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อปี 52 และให้ออกหมายจับ “อริสมันต์ - หมอวัลลภ” - แกนนำ นปช. อีก 7 คน เบี้ยวนัดฟังคำตัดสิน ชี้ คำอ้างป่วยฟังไม่ขึ้น และนัดฟังคำพิพากษาใหม่ 31 ต.ค. พร้อมหมายเรียก “พ.ต.ท.ไวพจน์ - สำเริง - วรชัย” ให้มาฟังในคดีเดียวกันด้วย

 

 

 

              โดยในส่วนของ นายอริสมันต์ จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้ทนายความยื่นคำร้องขอให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาวันนี้ (11 ก.ย.) ออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยมีอาการป่วย พร้อมนำใบรับรองแพทย์มาแสดง ซึ่งศาลจังหวัดพัทยาได้พิจารณาคำร้องในส่วนนี้แล้วเห็นว่าอาการป่วยนั้นไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา และให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองเพื่อมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ เวลา 09.00 น. โดยศาลให้ปรับนายประกันของจำเลยด้วย

              นายธำรงค์ หลักแดน ทนายความส่วนตัวของนายอริสมันต์ เปิดเผยสาเหตุที่นายอริสมันต์ไม่สามารถเดินทางมารับฟังคำพิพากษาในวันนี้ได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพักรักษาตัวด้วยโรคเวียนศีรษะ บ้านหมุน ที่โรงพยาบาลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งขณะนี้อาการยังไม่ดีขึ้น ทนายความ เปิดเผยอีกว่า ได้โทรศัพท์แจ้งผลคำพิพากษาไปถึงนายอริสมันต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเดินทางมารายงานตัวกับศาลเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งต้องรอให้อาการป่วยดีขึ้นก่อน

              ทั้งนี้ แพทย์หญิงกมลรัตน์ พลไวย์ อายุรแพทย์ประสาทวิทยา ประจำโรงพยาบาลวิภาวดี กล่าวถึง อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo) ว่า เป็นอาการเวียนศีรษะประเภทหนึ่งที่มักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุนไป ทั้งๆ ที่จริงแล้วตนเองอยู่กับที่

 

 

 

              สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนที่พบได้บ่อย คือ ความผิดปกติของระบบประสาทในส่วนก้านสมองและสมองน้อย , ความผิดปกติของอวัยวะการทรงตัวในหูชั้นใน

โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV benign paroxysmal positional vertigo)

              เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการเวียนศีรษะเกิดจากหินปูนขนาดเล็กหลุดไปอุดผิดที่ในท่อครึ่งวงกลมจึงทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะเวลาก้มตัวลงนอนหรือจากท่านอนลุกขึ้นนั่งหรือการก้มแล้วเงยส่วนใหญ่อาการเป็นไม่ถึงนาทีแล้วหายและเป็นซ้ำเวลาเปลี่ยนท่าทางอีกเกิดได้จากทั้งสมองขาดเลือดหรือเลือดออกในสมองโดยเฉพาะบริเวณก้านสมอง , สมองน้อย

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

              พบในผู้สูงอายุมากกว่า 45 ปี ร่วมกับมีปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (ความดัน , เบาหวาน , ไขมันในเลือดสูง) โดยอาการเวียนศีรษะมักเป็นอยู่นานอาจนานหลายชั่วโมงหรือเป็นวันก็ได้อาการเวียนศีรษะไม่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนท่าทางและมักพบร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆ ของระบบประสาทเช่นตามองเห็นภาพซ้อน , หน้าเบี้ยว , พูดไม่ชัด , ลิ้นแข็ง , อ่อนแรง หรือชาครึ่งซีก) เนื่องจากอัตราการทุพลภาพและอัตราการตายสูงจึงควรรีบพบแพทย์

โรคเวียนศีรษะจากน้ำในหูชั้นในผิดปกติ (Meniere’s disease)

              อาการเวียนศีรษะเป็นพักๆ นานหลายนาทีจนถึงเป็นชั่วโมงมักมีเสียงดังในหูข้างใดข้างหนึ่ง (บางรายเป็นทั้ง 2 ข้าง) ต่อมาอาจมีปัญหาการได้ยินลดลงสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดบางรายพบร่วมกับการติดเชื้อในหูชั้นกลางการรับประทานเค็มมากกระตุ้นให้อาการเป็นมากได้

 

 

 

เส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ (Vestibular neuritis)

              อาการเวียนศีรษะมักนานเป็นชั่วโมงหรือเป็นวันๆ อาจมีได้แต่ต้องไม่มีปัญหาการได้ยินหรือเสียงดังในหูเชื่อว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสโดยตรงต่อเส้นประสาทหรือเป็นจากการแพ้ภูมิตัวเองพบในคนอายุน้อยเพศหญิงพบได้บ่อยกว่าเพศชายโรคนี้ทำให้ปวดศีรษะเป็นๆ หายๆ ได้

โรคไมเกรน (Migraine)

              บางรายมีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วยบางรายมีอาการเวียนศีรษะอย่างเดียวเป็นๆ หายๆ โดยไม่มีอาการปวดศีรษะก็ได้ปัจจัยกระตุ้น เช่น อาหาร , การดื่มกาแฟปริมาณมากหรือหยุดดื่ม , แสงจ้า , กลิ่นฉุน , การมีประจำเดือน

              อาการเวียนศีรษะที่ต้องปรึกษาแพทย์

              - อาการเวียนศีรษะร่วมกับตาเห็นภาพซ้อน

              - อาการเวียนศีรษะร่วมกับอ่อนแรงแขนขา

              - อาการเวียนศีรษะร่วมกับชาแขนขา

              - อาการเวียนศีรษะร่วมกับพูดลำบาก

              - อาการเวียนศีรษะร่วมกับมีปัญหาเรื่องการได้ยิน

การตรวจวินิจฉัย

              ตรวจการได้ยิน (audiogram) ตรวจการทำงานของอวัยวะทรงตัวของหูชั้นใน (Video electronystagmography :VNG) ตรวจวัดแรงดันของน้ำในหูชั้นใน (electrocochleography : ECOG) ตรวจการทำงานของเส้นประสาทการได้ยิน (Evoked response audiometry) ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT scan) ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมองและเส้นเลือดสมอง (MRI brain and MRA) ซึ่งสามารถถ่ายภาพบริเวณก้านสมองและสมองส่วนหลังได้ชัดเจน (brainstem and carebellum) ซึ่งเป็นส่วนที่ (CT scan) ให้รายละเอียดได้ไม่ชัดเจน

 

 

 

การดูแลและปฏิบัติตัวเบื้องต้นในผู้ที่มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน

              หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะระหว่างเกิดอาการ เช่น การเปลี่ยนแปลงท่าทางอย่างรวดเร็ว , การหันศีรษะเร็วๆ , หลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือขณะอยู่ในยานพาหนะ

              ไม่ควรอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเช่นการขับขี่ยานพาหนะในขณะที่มีอาการรับประทานยาลดอาการเวียนศีรษะ เช่น Betahistine , Dimenhydrinate เป็นต้นหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะเช่นการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ , ความเครียด , กลิ่นฉุน , สารก่อภูมิแพ้ลดปริมาณหรืองดการสูบบุหรี่ / ดื่มกาแฟถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้รีบมาพบแพทย์

              สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท รพ.วิภาวดี โทร.02561-1111 ต่อ 1214

 

 

 

--------------------

(ที่มา : อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo) - bangkokbiznews)

 

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ