royal coronation
วันที่ 14 ตุลาคม 2562
ข่าวทั่วไป

13 เขื่อนวิกฤติ ปริมาณน้ำใช้ติดลบ

วันที่ 28 สิงหาคม 2562 - 18:03 น.
เฉลิมชัย,ห่วงเขื่อนอุบลรัตน์วิกฤต,น้ำน้อยวิกฤติ,ดึงน้ำก้นเขื่อน,ผลิตประปา
Shares :
เปิดอ่าน 2,060 ครั้ง

"เฉลิมชัย" ห่วงเขื่อนอุบลรัตน์ น้ำน้อยวิกฤติ ปริมาณน้ำใช้การติดลบ2% ดึงน้ำก้นเขื่อนส่งกินใช้ 105 ล้านลบ.ม. ผลิตประปา 58 สถานี

 

          เมื่อวันที่ 28 ส.ค.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จ.ขอนแก่น ตรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยวิกฤติ ติดลบ2% ว่า ปัจจุบันมีน้ำในอ่างฯ 532.72 ล้าน ลบ.ม. โดยน้ำใช้การได้ที่เหลือขณะนี้ต่ำกว่าระดับเก็บกักต่ำสุด 48.95 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น -2.65 % ทั้งนี้จากแผนความต้องการใช้น้ำในฤดูฝนปี 62 ช่วงวันที่ 1 มิ.ย. -31 ต.ค. 62 ประมาณ 370 ล้าน ลบ.ม. โดยขณะนี้ได้ปรับลดการส่งน้ำเพื่อการเกษตรลง 265 ล้าน.ลบ.ม คงเหลือความต้องการใช้น้ำจากกิจกรรมอื่นตามแผน 105 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งได้ใช้น้ำก้นอ่างระบายเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศไปแล้ว 42.73 ล้าน ลบ.ม. 

 

 

          นายเฉลิมชัย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางหลายแห่งทั่วประเทศมีน้ำน้อยกว่า 30% ของความจุอ่างซึ่งถือว่า อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด กระทรวงเกษตรฯ ได้วางแผนส่งเสริมเกษตรกรเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อย ทำปศุสัตว์ งดทำนาปรัง เพื่อประหยัดน้ำไว้กินใช้ ซึ่งจะหาพืชที่เหมาะสม และปัจจัยการผลิต ขอให้เกษตรกรไม่ต้องกังวลเรื่องการจำหน่ายผลผลิต ตนจะประสานกับกระทรวงพาณิชย์ในการหาตลาดให้ จะทำให้เกษตรกรยังคงมีรายได้ในภาวะน้ำน้อย

 

 

         สำหรับการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาการคาดการณ์น้ำเดือนกันยายนระบุว่า ลุ่มน้ำชี ในเดือนกันยายนจะมีฝนตกใกล้เคียงค่าปกติ 30 ปี และเดือนตุลาคมจะมีฝนน้อยกว่าค่าปกติประมาณ 5-10 % ดังนั้นจึงสั่งการให้นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งทำฝนหลวงเติมน้ำในอ่าง ส่วนกรมชลประทานต้องเก็บกักน้ำไว้ให้มากที่สุด ตลอดจนวางแผนบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคนั้นต้องจัดสรรอย่างรอบคอบจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูแล้ง

 

 

          นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้วางแผนการจัดสรรน้ำในฤดูแล้ง (วันที่ 1 พ.ย.62 - 31 พ.ค.63) เขื่อนอุบลรัตน์มีความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคไว้แล้ว โดยจะจัดสรรน้ำตามลำดับความสำคัญดังนี้ น้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ และการอุตสาหกรรมประมาณ 488 ล้าน ลบ.ม. แต่คาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำไหลเข้าเทียบเคียงกับปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่มีฝนน้อย แต่ตามแผนบริหารจัดการที่วางไว้เลี้ยงพืชต่อเนื่อง (ไม้ผลและอ้อย) และการอุตสาหกรรมซึ่งจากนี้ไปยังมีโอกาสที่ฝนจะตกลงมาเติมทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำในระบบชลประทาน ซึ่งมั่นใจว่า จะมีน้ำเพียงพอไปจนถึงต้นฤดูฝนหน้า       

 

          สำหรับเขื่อนอุบลรัตน์มีสถานีผลิตน้ำประปาที่ใช้น้ำจากเขื่อนทั้งหมด 58 แห่งได้แก่ การประปาส่วนภูมิภาค 6 แห่ง ประปาหมู่บ้าน 52 แห่งและมีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 138  แห่ง พื้นที่ 295,060 ไร่ ใช้น้ำ 419 ล้าน ลบ.ม. สถานการณ์น้ำของลุ่มน้ำชีขณะนี้ ทั้งแม่น้ำชีตอนบนตั้งแต่จังหวัดชัยภูมิถึงจังหวัดขอนแก่น ตอนกลางตั้งแต่จังหวัดขอนแก่นถึงจังหวัดกาฬสินธุ์ และตอนล่างตั้งแต่จังหวัดกาฬสินธุ์ถึงจังหวัดยโสธรมีน้ำน้อย แต่ฝนตกลงมาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  

 

 

          นายทองเปลว กล่าวอีกว่า การบริหารจัดการน้ำลำน้ำชี ซึ่งมีเขื่อนขนาดใหญ่ 3 แห่งได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว และเขื่อนจุฬาภรณ์ รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 69 แห่ง อีกทั้งเขื่อนที่ระบายน้ำในแม่น้ำชี 6 แห่ง ที่ผ่านมาการทำการเกษตรใช้น้ำฝนเป็นหลัก จะระบายน้ำสนับสนุนเฉพาะเท่าที่จำเป็นในช่วงภาวะฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนมิถุนายน -ปัจจุบัน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภค -บริโภค และผลิตประปาตลอดแม่น้ำชีและลำน้ำที่มีการใช้น้ำดิบเพื่อผลิตประปา นอกจากนั้นยังได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ และเครื่องจักร -เครื่องมือ เข้าช่วยเหลือทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน เมื่อได้รับการร้องขอจากจังหวัดหรือหน่วยงานอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือการประปาส่วนภูมิภาค ,ประปาหมู่บ้าน และประปาท้องถิ่นต่างๆ ที่ขาดแคลนน้ำ สถานการณ์ปัจจุบันในแหล่งน้ำชลประทาน ที่มีการใช้น้ำเพื่อผลิตประปา 37 แห่ง ไม่ขาดแคลนน้ำ และมีปริมาณน้ำเพียงพอจนถึงฤดูแล้ง

 

          ทางด้านเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ปัจจุบันทยอยลดการส่งน้ำ โดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก เมื่อปริมาณน้ำในอ่างลดเหลือ 400 ล้าน ลบ.ม.จะส่งน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค ประปาและรักษาระบบนิเวศเท่านั้น ส่วนเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิงดส่งน้ำเพื่อข้าวนาปีเพื่อปัจจุบันเก็บกับน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคเป็นสำคัญ

 

          ส่วนสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เตือนสถานการณ์เขื่อนขนาดใหญ่มีน้ำน้อยวิกฤต น้ำใช้การได้ต่ำกว่าร้อยละ 30 เช่น เขื่อนอุบลรัตน์ (-2%) ,เขื่อนจุฬาภรณ์ (3%) ,เขื่อนป่าสักฯ (3%) ,เขื่อนคลองสียัด (5%) ,เขื่อนภูมิพล (7%) ,เขื่อนลำนางรอง (8%) ,เขื่อนกระเสียว (9%) ,เขื่อนลำพระเพลิง (10%) ,เขื่อนทับเสลา (12%) ,เขื่อนลำแซะ (17%) ,เขื่อนมูลบน (17%) ,เขื่อนสิริกิติ์ (17%) และ เขื่อนแควน้อย (18%)

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ