royal coronation
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562
ข่าวทั่วไป

ฆ่าตัวตายพุ่ง 12ราย ต่อวัน ติงสื่อเสนอวิธี

วันที่ 27 สิงหาคม 2562 - 09:06 น.
กรมสุขภาพจิต,ฆ่าตัวตาย,พฤติกรรมเลียนแบบ
Shares :
เปิดอ่าน 1,147 ครั้ง

.

 

 

          กรมสุขภาพจิตห่วงปัญหาฆ่าตัวตายของคนไทย พบจำนวนเพิ่ม เฉลี่ย 11-12 รายต่อวัน ส่วนใหญ่เป็นชาย วัยทำงาน ชี้สื่อนำเสนอข่าวบ่อย ติงควรแนะทางออกแทนการอธิบายรายละเอียด วิธีการฆ่าตัวตายที่เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ แนะคนรอบข้างสังเกตสัญญาณเตือน พูดคุย รับฟัง

 

 

          นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยถึงสถานการณ์ปัญหาการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่น่าเป็นห่วงว่า จากภาพรวมอัตราการฆ่าตัวตายของทั้งประเทศ อยู่ที่ 6.34 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน โดยในปี 2561 มีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 4,137 คน แบ่งเป็นชาย 3,327 คน คิดเป็น 80% และเป็นหญิง 810 คน คิดเป็น 20% และพบว่า วัยแรงงาน ช่วงอายุ 25-59 ปี เป็นวัยที่ฆ่าตัวตายสำเร็จสูงสุด 74.7% รองลงมาเป็นวัยสูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 22.1%และวัยเด็ก อายุ 10-24 ปี 3.2% ตามลำดับ 


          นอกจากนี้ ยังพบจำนวนผู้ที่ทำร้ายตนเองจนเสียชีวิต เฉลี่ยอยู่ที่ 345 รายต่อเดือน และมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จเฉลี่ยวันละประมาณ 11-12 ราย


          โดยปัจจัยของการฆ่าตัวตายสำเร็จ ได้แก่ ปัญหาด้านความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ ได้แก่ ความน้อยใจ ถูกดุด่าตำหนิ การทะเลาะกับคนใกล้ชิดพบ 48.7% ความรัก หึงหวง 22.9% และต้องการคนใส่ใจ ดูแล 8.36%  ส่วนปัญหาด้านการใช้สุราและยาเสพติด พบว่า มีปัญหาการดื่มสุรา 19.6% มีอาการมึนเมาระหว่างทำร้ายตนเอง 6% และปัญหาด้านการเจ็บป่วยทางจิต พบภาวะโรคจิต 7.45% โรคซึมเศร้า 6.54% และมีประวัติการทำร้ายตนเองซ้ำ 12%


          นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตยังกังวลต่อการนำเสนอข้อมูลจากสื่อมวลชน หลังจากที่ผ่านมาพบข่าวการฆ่าตัวตายค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะการฆ่าตัวตายแบบรมควันนั้น ที่อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังเสพข่าวที่บรรยายถึงวิธีการโดยละเอียดจากสื่อซ้ำบ่อยๆ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสัดส่วนมากน้อยตามระยะเวลา ความถี่ และปริมาณข่าวที่ได้รับด้วย 

 


          เห็นได้จากข้อมูลของศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติ กรมสุขภาพจิต ในปี 2540-2560 พบว่า การฆ่าตัวตายโดยใช้วิธีการรมควัน ประมาณ 0.1% ของจำนวนผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ซึ่งกรมสุขภาพจิต ขอให้ทุกฝ่าย โดยในส่วนของสื่อมวลชนให้ใช้วิจารณญาณในการนำเสนอข่าวด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการนำเสนอวิธีการอย่างละเอียด ภาพข่าว อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำร้ายตนเอง หลีกเลี่ยงการนำเสนอข่าวซ้ำๆ ถี่ๆ เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ และเพื่อช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตายของคนไทย 


          เมื่อตรวจสอบข่าวย้อนหลัง ตั้งแต่เดือน ม.ค.- ส.ค.62 พบข่าวการฆ่าตัวตายลักษณะเดียวกันมากกว่า 20 ข่าว โดยแต่ละเหตุที่เกิดขึ้นใช้วิธีการเดียวกัน ส่วนสถานที่ก่อเหตุจะเกิดขึ้นในรถยนต์หรือห้องพักส่วนตัว และแม้ว่า นี่จะเป็นเพียงการสำรวจข้อมูลปฐมภูมิ แต่ก็พอจะชี้ให้เห็นได้ว่าในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา มีข่าวการฆ่าตัวตายด้วยวิธีการเดียวกันถึง 20 ข่าว เฉลี่ยเดือนละเกือบ 3 ข่าว
 

          การฆ่าตัวตายด้วยวิธีเดียวกัน เริ่มพบเห็นเมื่อ 3 ปีที่แล้วถึงปัจจุบัน มีความเสี่ยงอย่างมากจากสื่อโซเชียลที่เผยแพร่วิธีการฆ่าตัวตาย และยังเผยแพร่ภาพอุปกรณ์ที่ใช้ฆ่าตัวตาย ซึ่งเสี่ยงต่อการลอกเลียนแบบการฆ่าตัวตายหรือที่เรียกว่า Copycat suicide ซึ่งจะเพิ่มอัตราการฆ่าตัวตายในประชากร


          “กรมสุขภาพจิตได้ย้ำเตือนสังคมตลอด ให้นำเสนอเป็นภาพกว้างๆ ของเหตุการณ์เท่านั้น และเน้นแนวทางการรักษาเยียวยาจิตใจของครอบครัวและคนรอบข้าง ตลอดจนเพิ่มการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในด้านสุขภาพจิต” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว


          สำหรับวิธีป้องกัน ขอให้บุคคลรอบข้าง ครอบครัว หรือคนใกล้ชิด คอยสังเกตสัญญาณเตือน หากพบว่ามีอาการเศร้า เบื่อ เซ็ง แยกตัว คิดวนเวียน นอนไม่หลับ มองโลกในแง่ลบ หรือโพสต์ข้อความเชิงสั่งเสีย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ หมดหวังในชีวิต ซึ่งเป็นอาการบ่งบอกของโรคซึมเศร้าและเป็นสัญญาณเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ให้รีบเข้าไปพูดคุยช่วยเหลือพร้อมรับฟัง ตามหลัก 3 ส. คือ


          1. สอดส่อง มองหา ผู้ที่มีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือผู้ที่มีการส่งสัญญาณเตือนในการฆ่าตัวตาย 2. ใส่ใจรับฟัง ด้วยความเข้าใจ ชวนพูดคุย ให้ระบายความรู้สึก ไม่ตำหนิหรือวิจารณ์ โดยการรับฟังอย่างใส่ใจนั้นเป็นวิธีการที่สำคัญมีประสิทธิภาพมาก 3. ส่งต่อเชื่อมโยง เช่น การแนะนำให้โทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ โทรปรึกษาสะมาริตันส์ 02-713-6793 เวลา 12.00-22.00 น. รวมถึงแอพพลิเคชั่นสบายใจ (Sabaijai) แนะนำให้ไปพบบุคลากรสาธารณสุขหรือช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน

 

ที่มา :  หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ