วันที่ 22 ส.ค. 2562 จากกรณีคลิปภาพนักเรียนโรงเรียนวัดเกาะวังไทร ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม รุมเอาลูกฟุตบอลปาศีรษะเพื่อนร่วมห้อง โดยมีผู้เป็นแม่นำคลิปจากเพื่อนนักเรียนชั้น ม.3 มาโพสต์ขอความช่วยเหลือจากโลกโซเชียล เนื่องจากลูกชายมีความไม่พร้อมทางด้านกายภาพ

 

 

 

 

 

               ล่าสุดแม่ของน้องนักเรียนชั้น ม.3 ได้เดินทางมาพร้อมกับครอบครัว เพื่อพบกับคณะครู และผู้ปกครองเพื่อนร่วมห้องที่ก่อเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม เข้ามาคอยสังเกตุการณ์ พร้อมกับสื่อมวลชน โดยไม่เปิดโอกาสให้สื่อเข้าร่วมในการติดตามการพูดคุยภายในห้องประชุม โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

 

 

 

 

               โดยนางสายฝน แซ่จั่น อายุ 38 ปี น้าสะใภ้ของหนึ่งในนักเรียนที่ก่อเหตุ บอกว่า ทราบเรื่องเมื่อวานตอน 5 โมงเย็น โดยได้เรียกหลานชายมาตีหลายครั้ง แล้วได้กำชับว่าอย่าไปยุ่งกับเด็กคนดังกล่าวอีกและให้อดทน เพราะหลานได้มาบอกว่าก่อนที่จะเอาลูกบอลไปปาใส่หัวเป็นเพราะน้องที่โดนได้ด่าหยาบคายถึงแม่ก่อน จึงได้เอาบอลมาช่วยกันโยนใส่หัว และยอมรับว่าลูกหลานเราผิด แต่เค้ามีประเด็นคือถูกด่ามา แต่ไม่ใช่ช่วงที่ถ่ายคลิป

 

 

 

 

               "ซึ่งการนำคลิปไปโพสต์ก็พบว่ามีกระแสวิจารณ์มาเยอะ บางคนก็หนักถึงขั้นให้เด็กทั้ง 3 คนถูกรถชนตายและด่าไปถึงบุพการี ซึ่งมันแรงเกินไป เพราะจากคลิปนั้นไม่ได้มีการกระชากรุมต่อยตี ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีเรื่องมาครั้งหนึ่งแล้ว ที่แม่เด็กคนดังกล่าวมีการโพสต์แบบนี้ เมื่อสืบไปแล้วก็ไม่จริง จึงได้โทรมาขอโทษ ตรงนี้แม่เด็กน่าจะระมัดระวังในการใช้โซเชียลด้วย แต่ก็ได้ขอโทษกันไปแล้ว"

 

 

 

 

 

 

               ขณะที่นายอภิชาติ จาดคล้าย ครูวิชาการโรงเรียนวัดเกาะวังไทร บอกว่า เรื่องดังกล่าวได้ทราบแล้ว ซึ่งทางนายกิ่ง ลิ้มประสาท ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งติดราชการที่ต่างจังหวัด ได้กำชับให้มีการตรวจสอบโดยด่วน ซึ่งวันนี้ได้เชิญทุกฝ่ายมาเจรจาแล้ว ซึ่งยุติได้ด้วยดี โดยจะไม่ขอลงความเห็นว่าใครผิดใครถูก เพราะลูกศิษย์ทุกคนล้วนมีข้อบกพร่อง แต่ก็ได้สอบถามกันซึ่งทางแม่เด็กก็ได้ขอโทษเรื่องการใช้โซเชียลที่ทำลงไป

 

 

 

 

               "โดยกระแสที่เกิดขึ้นนั้นที่ผ่านมาได้มีการติดตามพฤติกรรมเด็กแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางโรงเรียนได้ให้ความใส่ใจกับเด็กมาโดยตลอด และการเล่นกันเกินเลยไป โดยมีเพื่อนนักเรียนถ่ายคลิปไว้ ซึ่งทางโรงเรียนไม่ได้มีนโยบายให้ใช้โทรศัพท์มือถือ แต่จะให้ใช้ในเวลาเรียนเพื่อค้นหาข้อมูล และการถ่ายคลิปไว้น่าจะส่งให้ครูอาจารย์ดู เพื่อจะได้แก้ไข แต่เอาไปลงโซเชียล ซึ่งก็ทำให้ชื่อโรงเรียนถูกจดจำไปในด้านไม่ดี โดยสื่อบางแห่งได้นำชื่อโรงเรียนไปตำหนิอย่างรุนแรง โดยควรจะสอบถามทั้ง 2 ฝ่ายก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งโรงเรียนวัดเกาะวังไทร นั้นมีความดีเด่นทางด้านวิชาการหลายด้าน"

 

 

 

 

               ขณะที่แม่เด็กเดินออกจากห้องประชุมมาพบกับผู้ปกครองอีกฝั่ง โดยพูดคุยกันสั้นๆก่อนจะรีบเดินทางกลับ โดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่บอกกับสื่อว่า ได้ขอโทษเรื่องต่างๆในที่ประชุมแล้ว และไม่ขอพูดอะไรอีก เนื่องจากฝ่ายตนเองถูกกระทำ ส่วนใครจะพอใจหรือไม่ ไม่ขอรับรู้ ก่อนจะเดินทางกลับออกไปทันที

 

 

----------------------------------------------

(ภาพข่าว ปนิทัศน์ มามีสุข /ปณิดา มามีสุข)