12 มีนาคม 2562 นายเสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่าขณะนี้เข้าสู่ภาวะแล้งมากและอากาศร้อนจัด พื้นที่เพาะปลูกขาดแคลนน้ำ  

 

 

                   ซึ่งช่วง 6 เดือนก่อนหน้านี้เคยเตือนแล้วว่าประเทศไทยจะเผชิญปรากฏการณ์เอลนิโญ่ ที่มาส่งผลสภาพอากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้น 40 % เป็นปัจจัยหลักทำให้การระเหยของน้ำมีมากถึง 40 % ขึ้นไป อีกทั้งนาปรังปลูกเกินแผนกว่า 1 ล้านไร่ ที่ยังใช้น้ำไปอีก 2 เดือนจนกว่าเก็บเกี่ยว ซึ่งปัญหาน้ำกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ-การเพาะปลูกและปริมาณน้ำต้นทุนในปีหน้า อาจส่งผลเกิดภาวะแล้งในปี 63 ด้วย เนื่องจากมีแนวโน้มปริมาณฝนปีนี้จะน้อย จากการคาดการณ์ฤดูฝนมาล่าช้าไปกว่าสองสัปดาห์ ซึ่งจะส่งผลน้ำเข้าเขื่อนกักเก็บลดลงไปด้วย

                                                  
                   “ถ้าฤดูฝนปีนี้ มาน้อย ปีหน้าจะลำบากกว่านี้ ดังนั้นการบริหารความเสี่ยงจึงมีความสำคัญสูงสุด ไม่ว่ารัฐบาลใหม่ หรือรัฐบาลนี้ ต้องบริหารความเสี่ยงให้ได้ เพราะภัยแล้งกระทบกับทุกภาคส่วน มักเกิดในช่วงระยะ 2-3 ปีจะเกิดครั้ง ซึ่งครั้งนี้มาจังหวะพอดีภาวะโลกร้อนขึ้น จึงต้องบริหารจัดการด้วยความระมัดระวัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน”นายเสรี กล่าว

                                
                   นายเสรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องคาดการณ์แผนน้ำ ล่วงหน้า 6 เดือน และบริหารความเสี่ยงให้ได้ ประเด็นสำคัญที่สุด เร่งทำแบบจำลอง 4 สถานการณ์น้ำ ประเมินปริมาณน้ำฝนปีนี้จะเติมเข้าอ่างเท่าไหร่ เพื่อจัดการใช้น้ำช่วงฤดูแล้งปีหน้า และออกคำแนะนำในเชิงมาตรการ ให้ประชาชน เกษตรกร เข้าใจได้ว่ามีทางเลือกกี่ทางเพื่อวางแผนใช้น้ำอย่างพอดีไม่ใช้มากเกินไปและกักเก็บน้ำไว้ในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งฤดูนาปี อาจต้องเลื่อนฤดูนาปีออกไปจากปกติลงมือปลูกเดือนพ.ค.โดยแนะนำว่าปลูกเมื่อไหร่ เพื่อเตรียมปัจจัยการผลิต เริ่มปลูกเดือนไหนจนถึงเก็บเกี่ยวได้ มีน้ำให้เท่าไหร่ในแต่ละเขื่อน พื้นที่ปลูกครอบคลุมบริเวณไหน จะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้และช่วยลดความเสี่ยงให้กับเกษตรกรด้วย