royal coronation
6 ธันวาคม 2562
ข่าวทั่วไป

"ทัวร์ออร์แกนิกฟาร์ม"ดึงโรมแรมดังสร้างระบบอาหารสมดุล

6 มีนาคม 2562 - 15:41 น.
ออร์แกนิกฟาร์ม,โรงแรมสุโกศล
Shares :
เปิดอ่าน 316 ครั้ง

"ฟู๊ดแล็บ-สสส."เผยผลสำเร็จ 1 ปี Organic  Tourism โรงแรม ร้านอาหารดัง ตื่นตัวจับมือเกษตรกร สร้างระบบอาหารสมดุล ดึงลูกค้าปรับพฤติกรรมการบริโภค

 

                       6 มีนาคม 2562 ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ  :  วิสาหกิจเพื่อสังคม แล็บอาหารยั่งยืน(ประเทศไทย) ร่วมกับ สามพรานโมเดล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “สรุปผล 1 ปี  การขับเคลื่อน Organic Tourism

 

 

                       ร่วมกำหนด ทิศทางการขยายผล” โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนรับทราบความก้าวหน้าของการขับเคลื่อน Organic Tourism หรือ การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ร่วมสร้างระบบอาหารภายในประเทศให้สมดุลยั่งยืน

 

                       นายอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการสวนสามพราน และผู้ร่วมก่อตั้งแล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Organic Tourism  หรือการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์เพื่อสร้างระบบอาหารสมดุล ใช้สามพรานโมเดลเป็นต้นแบบพัฒนาการขับเคลื่อน และใช้กระบวนการห้องปฏิบัติการทางสังคม ดึงคนที่เกี่ยวข้องกับระบบอาหาร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยเริ่มในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล รวมทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตลอด 1 ปี ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหารชั้นนำ และตลาด จำนวนมากสนใจเข้ามาร่วม 

 

 

                       “การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ เป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการและผู้ผลิต ความท้าทายในการขับเคลื่อนคือจะทำอย่างไรให้ทุกคนออกนอกกรอบเดิม ๆ เพราะทั้งผู้ผลิต และผู้ประกอบการต่างก็เคยชินกับวิธีการซื้อขาย ที่ทำมา  ซึ่งการที่จะให้ทั้งสองส่วนมาทำงานร่วมกัน ต้องให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักสร้างความยืดหยุ่นในวิธีการทำงาน เช่น เกษตรกรต้องวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ ส่วนผู้ประกอบการเอง แต่เดิมสามารถสั่งผลผลิตอะไรก็ได้จากพ่อค้าคนกลาง แต่สำหรับผลผลิตอินทรีย์จะเป็นไปตามฤดูกาล บางอย่างอาจไม่มีให้ตลอดเวลา ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนเทคนิคการสื่อสารกับลูกค้า”นายอรุษ กล่าว

 

 

                       ทั้งนี้เราได้ทุนจากสสส.และได้ดำเนินการในพื้นที่กทม. เชียงใหม่  สำหรับปีที่สองที่จะกำลังจะเริ่มขึ้นนี้ และจะขยายในจังหวัดใกล้เคียงอาทิ เชียงราย  พิษณุโลก ลำปาง เลย เป็นการต่อยอดสามพรานโมเดล เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มาร่วมขับเคลื่อน Organic  Tourism เพราะจะเป็นมากกว่าการซื้อขายเกษตรอินทรีย์  ที่มาร่วมกับผู้บริโภคได้หันมาบริโภคอาการเกษตรอินทรีย์ เพื่อช่วยเหลือสังคม  ตลอดจนการยกระดับเกษตรกรที่พึ่งพาการทำเกษตรแบบเคมีมาเป็นการทำธุรกิจเพื่อผู้บริโภคให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพมากขึ้น

 

 

                       ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)   กล่าวว่า  สสส. มีพันธกิจสร้างเสริมสุขภาพคนไทย ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แต่การจะทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีได้ การจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรต่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการ อันดับแรก ประชาชนต้องมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ซึ่งการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์นั้น

 

 

                       นอกจากจะเชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับผู้ประกอบการแล้ว ยังเป็นตัวอย่างของการสร้างสังคมสุขภาวะ ดังเช่นแผนในอนาคตที่จะมีการพาลูกค้าลงพื้นที่ไปยังฟาร์มเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว  สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ เกิดความเชื่อมั่นต่อเกษตรกร ซึ่งความรอบรู้เหล่านี้จะทำให้เกิดความต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคอาหารดีต่อสุขภาพตามมา  การเป็นกลไกการขับเคลื่อน เชื่อมโยง ผู้ผลิตและเกษตรกร ที่ส่งผลต่อผลผลิตภัณฑ์ไปสู่ผู้บริโภค ตลอดจนนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบการและมุ่งไปสู่สิ่งแวดล้อมที่ดี

 

           

                       ดร.อุดม หงส์ชาติกุล  ผู้ร่วมก่อตั้ง แล็บอาหาร ยั่งยืน (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ที่เราใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนระบบอาหาร พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทุกคนจากห่วงโซ่อาหารได้ประโยชน์ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่ได้บริโภคอาหารที่ดี สุขภาพดี หากแต่สุขภาวะโดยรวมของทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมดีขึ้น จากการมีความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ มีจิตใจที่ดีเอื้ออาทร มีมิตรไมตรีต่อกัน มีสังคมที่ดี  อย่างไรก็ตามการสร้างระบบอาหารให้ยั่งยืนขึ้นนั้น เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ  ที่จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งในปีต่อไป เรามุ่งหวังจะขยายผลจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ไปพื้นที่ใกล้เคียงด้วย  โดยเราอยากให้มีความหลากหลายมากขึ้น                    

 

 

                     ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)   กล่าวว่า  สสส. มีพันธกิจสร้างเสริมสุขภาพคนไทย ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แต่การจะทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีได้ การจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรต่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการ อันดับแรก ประชาชนต้องมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ซึ่งการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์นั้น

 

 

                       นอกจากจะเชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับผู้ประกอบการแล้ว ยังเป็นตัวอย่างของการสร้างสังคมสุขภาวะ ดังเช่นแผนในอนาคตที่จะมีการพาลูกค้าลงพื้นที่ไปยังฟาร์มเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว  สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ เกิดความเชื่อมั่นต่อเกษตรกร ซึ่งความรอบรู้เหล่านี้จะทำให้เกิดความต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบริโภคอาหารดีต่อสุขภาพตามมา  การเป็นกลไกการขับเคลื่อน เชื่อมโยง ผู้ผลิตและเกษตรกร ที่ส่งผลต่อผลผลิตภัณฑ์ไปสู่ผู้บริโภค ตลอดจนนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบการและมุ่งไปสู่สิ่งแวดล้อมที่ดี

 


                       ดร.อุดม หงส์ชาติกุล  ผู้ร่วมก่อตั้ง แล็บอาหาร ยั่งยืน (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ที่เราใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนระบบอาหาร พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทุกคนจากห่วงโซ่อาหารได้ประโยชน์ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่ได้บริโภคอาหารที่ดี สุขภาพดี หากแต่สุขภาวะโดยรวมของทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมดีขึ้น จากการมีความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ มีจิตใจที่ดีเอื้ออาทร มีมิตรไมตรีต่อกัน มีสังคมที่ดี  อย่างไรก็ตามการสร้างระบบอาหารให้ยั่งยืนขึ้นนั้น เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ  ที่จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งในปีต่อไป เรามุ่งหวังจะขยายผลจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ไปพื้นที่ใกล้เคียงด้วย  โดยเราอยากให้มีความหลากหลายมากขึ้น

 

 

                       นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมในเครือสุโกศล  กล่าวว่า การศึกษาดูงานโครงการ Organic Tourism เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กับโรงแรมเครือสุโกศล จนเกิดเป็นนโยบาย กรีน มีตติ้ง คอนเซ็ป มีการเสนอทางเลือกให้ลูกค้าด้วย Organic คอฟฟี่เบรก มีการปรับเปลี่ยนเมนูในบุฟเฟ่ต์ของห้องอาหาร และขยายผลไปยังแผนกจัดเลี้ยง และที่สำคัญพบว่าการใช้วัตถุดิบออร์แกนิกไม่ได้ทำให้ต้นทุนในการผลิตอาหารสูงขึ้น หากเชฟมีความเข้าใจ มีเทคนิคในการประกอบอาหาร ดังนั้น ทางโรงแรมจึงอยากเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนและเผยแพร่ประโยชน์เหล่านี้ออกไปในวงกว้าง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร และช่วยเหลือสังคม

 

 

 

                       ขณะที่ป้าประหยัด ปานเจริญ ประธานกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ บ้านหัวอ่าว  เล่าว่า  จากการปรับตัว ร่วมทำงานกับผู้ประกอบการ ทำให้รู้ความต้องการ เห็นปัญหาว่าผลผลิตเรายังไม่ได้คุณภาพ จึงมีการปรับปรุงผลผลิต และคุณภาพก่อนส่งมอบ ทำให้สามารถวางแผน และปรับตามความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น

 

                       คุณอรุณี พุทธรักษา ประธานกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่  เล่าว่า  การทำงานร่วมกัน ทำให้รู้และเข้าใจปัญหาของทุกฝ่าย เมื่อมาคุยกัน เข้าใจกัน ยอดการผลิตก็เริ่มลงตัว  รายได้ของเกษตรกรก็เพิ่มมากขึ้น  จากส่วนที่ส่งไปโรงแรมในกรุงเทพฯ


 

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ