1 พฤษภาคม 2561 ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นประธานในการพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ พ.ศ.2561 โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน และแรงงานกว่า 1 พันคนเข้าร่วมต้อนรับ
                                                   

 

            จากนั้นนายพนัส ไทยล้วน ประธานคณะกรรมการฯจัดงาน ได้ยื่นข้อเรียกร้อง 10 ข้อต่อนายกฯในวันแรงานแห่งชาติปีนี้ ประกอบด้วย 1. ขอให้รัฐบาลแก้ไขพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยกำหนดให้ลูกจ้างเกษียณอายุที่  60 ปี ในกรณีที่ลูกจ้างอายุครบ 55 ปี ประสงค์จะลาออกจากการเป็นลูกจ้าง ให้นายจ้างอนุญาต และให้ลาออกโดยได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างที่เกษียณอายุทุกประการ

 

             2.ขอให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.)ปรับฐานการรับเงินบำนาญ โดยมีอัตราเริ่มต้นที่ 500 บาท 3.ผู้ประกันตนเมื่อพ้นสภาพการเป็นมาตรา 33 และรับบำนาญ ให้มีสิทธิ์สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้โดยไม่ตัดสิทธิ์การรับบำนาญ 4.ในกรณีที่ลูกจ้างพ้นจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ให้สปส.ใช้ฐานค่าจ้างตามมาตรา 33 เดิม คำนวณเป็นฐานรับบำนาญ

 

            

 

            5. ขอให้รัฐบาลกำหนดให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นภาคบังคับที่นายจ้างต้องจัดให้มีขึ้นและกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ ได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อสิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง  6.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการออกกฎหมายที่สนับสนุนการสร้างระบบธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจ ให้กลายเป็นองค์กรมหาชนหรืออื่น ๆ ที่เป็นการแบ่งผลกำไรจากรัฐไปให้เอกชน

 

           7.ให้รัฐบาลออกกฎหมายคุ้มครองส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพแรงงานนอกระบบ และมีสิทธิ์จัดตั้งองค์กรได้ 8.ขอให้รัฐบาลดำเนินการให้มีการรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่87,98  9. ขอให้รัฐบาลแก้ไขพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา11/1ให้เป็นภาคบังคับและมีโทษอาญา ในกรณีที่นานจ้างไม่ปฎิบัติตาม และ10.ให้รัฐบาลดำเนินการสั่งให้กระทรวงแรงงานปฏิบัติการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 74 อย่างเคร่งครัด โดยให้นายจ้างและรัฐบาลต้องร่วมกันดำเนินการตัดสินใจโดยเฉพาะในระบบแรงงานสัมพันธ์
                                           

   

 

           จากนั้นนายกฯกล่าวว่า ยินดีได้พบอีกครั้งในวันแรงงานแห่งชาติ การพบปะวันนี้มีเจตนาอันบริสุทธิ์ร่วมกัน และเป็นเวทีรับฟังความเห็นหารือร่วมกันในการเข้าถึงทุกปัญหา แรงงานทุกคนเป็นพลังงานสำคัญในการพัฒนาประเทศ แต่เนื่องจากเรามีรายได้น้อย เราก็ต้องไปแก้ปัญหาค่าแรงที่ได้มีการปรับไปแล้ว

 

             รัฐบาลนี้จริงจังจริงใจแก้ไขปัญหาให้กับคนทุกระดับ เพราะทุกคนมีความเป็นคนเท่ากับตน สิ่งที่คาดหวังคือลูกหลาน องค์กรของเราจะอยู่อย่างยั่งยืนได้อย่างไร โดยไม่มีความขัดแย้งในสังคม ข้อเสนอที่ยื่นมา 10 อย่างทำได้ 6 อย่างเหลือ 4 อย่างต้องหารือกันต่อไป ถ้าดึงดันทำทั้งหมดก็ทำไม่ได้ ถ้าเราตามข้อเรียกร้องอย่างเดียวระบบแรงงานจะอันตรายและล้มเหลว 
                                                    

             นายกฯ กล่าวว่า เรื่องที่อยากให้รัฐบาลเน้นความคุ้มครองทางสังคม ความมั่นคงในอาชีพ ค่าตอบแทนและรายได้ที่ต้องสูงขึ้นตามสัดส่วนที่เหมาะสม ความปลอดภัยและมาตรการทางสังคม สิทธิตามกฎหมาย รัฐบาลยินดีทุกเรื่องและจะทำให้ได้มากที่สุด ซึ่งแรงงานต้องพัฒนาตัวเองไปด้วย สิ่งที่รัฐบาลทำมาได้เยอะพอสมควร แต่ไม่ได้บอกว่าดีที่สุดหรือดีแล้ว แต่จะทำให้ได้มากที่สุดกว่าห้วงที่ผ่านมา สำหรับแผนแม่บทพัฒนาแรงงานไทย 5 ปีเราเน้นสหภาพแรงงาน ความมั่นคง ความเข้มแข็ง เกียรติยศ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สร้างความสมดุลที่ดีขึ้นเรื่อยๆและได้รับการยอมรับจากสากล ชมแรงงานไทยยอดเยี่ยม 

                                                    

 

            นายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ได้รับการร้องเรียนว่ามีหลายกิจการบีบให้คนไทยออก และรับแรงงานต่างด้าวแทน เพราะค่าจ้างถูกกว่า ตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใจร้ายกันแบบนี้ เดี๋ยวจะให้ไปสำรวจทั้งหมด ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้แจ้งมาทุกช่องทาง วันนี้ไม่ต้องกลัวตกงานกันหมดเพราะเป็นไทยแลนด์ 4.0 รายได้แพง ใช้คนน้อย โดยใช้เครื่องจักร แต่ที่ต้องใช้แรงงานที่มีฝีมือยังอยู่ ส่วนเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ต้องปราบปรามให้ได้ จะมาบอกว่ารัฐบาลก็ไม่เป็นธรรมเท่าไหร่ ต้องช่วยกันดูช่วยกันแจ้ง ถ้าแจ้งกระทรวง หน่วยงานแล้วไม่ทำก็แจ้งที่นายกฯ จะได้สอบสวนและเล่นงานคนรับผิดชอบโดยตรงได้     

 

(อ่านต่อ..."บิ๊กตู่" บอกรัก "แรงงาน" ให้ของขวัญขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ)