18 ก.ย. 60 - นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ รองผู้ว่าฯขอนแก่น ได้เปิดเผยพร้อมกับโชว์หนังสือถึงกรมอธิบดีกรมที่ดิน พร้อมเอกสารยกเลิกใบอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ที่อนุญาตให้บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือบริษัทในเครือกระทิงแดง ใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณประโยชน์ห้วยเม็ก บ้านหนองแต้ ม.6 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เนื้อที่ 31 ไร่เศษ โดยมีการขีดคร่อมเอกสารว่ายกเลิกใบอนุญาตตามคำสั่งผู้ว่าฯขอนแก่น ลงวันที่ 15 ก.ย. 2560
         นายสุวพงศ์ กล่าวว่า ผู้รับมอบอำนาจของบริษัทกระทิงแดงไปยื่นเรื่องขอยกเลิกการใช้ที่สาธารณะห้วยเม็ก ที่ตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ และที่ดินจังหวัดได้ส่งเรื่องมาให้ทางจังหวัดพิจารณาสั่งยกเลิกตามระเบียบกรมที่ดิน เรื่องการดูแลที่ตามมาตรา 9 การยกเลิกข้อ34 ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถสั่งยกเลิกได้ และได้มอบให้ตนเซ็นยกเลิกไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา และได้ส่งเรื่องไปยังส่วนกลางเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการยกเลิกเป็นไปด้วยความสมัครใจของบริษัท ที่มีการพิจารณาแล้วว่า ไม่อยากให้มีผลกระทบต่อทุกฝ่าย เนื่องจากมีชาวบ้านส่วนหนึ่งไม่อยากให้ใช้ที่แปลงนี้ และชาวบ้านอีกส่วนที่อยู่รอบๆ ได้งานทำที่บริษัท จึงไม่อยากให้ชาวบ้านกระทบกัน ส่วนที่ชาวบ้านอ้างว่าใช้ที่แปลงนี้ทำกินในบางฤดูกาลนั้น โดยระเบียบทางบริษัทก็จะต้องทำให้อยู่ในสภาพเดิม ส่วนที่มีการสร้างคันกั้นน้ำนั้น หากจะรื้อออกก็อาจจะส่งผลกระทบได้ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทางนายอำเภออุบลรัตน์ และอบต. ไปตรวจสอบแล้ว

          ส่วนการจะมีการจัดทำรายชื่อประชาคมซ้ำซ้อนนั้น รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น กล่าวว่า ในเรื่องนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการจากส่วนกลางขึ้นมาตรวจสอบว่าจะจะผิดหรือไม่ผิด อย่างไร อะไรที่ไม่เป็นไปตามกระบวนการหรือไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมายก็ว่ากันไป แต่ที่ผ่านมาก็เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ไม่อย่างนั้นผู้ใหญ่ก็คงไม่สามารถสั่งลงมาได้

นอภ. พร้อมชาวบ้าน ตัวแทนกระทิงแดง ลงพื้นที่สำรวจป่าห้วยเม็ก ก่อนรังวัด ปรับสภาพมอบคืนสู่สาธารณะ 
          ด้าน นายณัฐภัทร พลอยสุภา นายอำเภออุบลรัตน์ พร้อมด้วย ชาวบ้านตัวแทนจากบริษัทกระทิงแดง รวมทั้งกำนันตำบลบ้านดง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 และตำรวจ สภ.อุบลรัตน์ ร่วมกันสำรวจพื้นที่ป่าเพื่อดูสภาพของป่าห้วยเม็กและจุดที่มีการปักหมุดหนังสือสำคัญที่หลวง (นสล.) เบื้องต้น หลังจากที่บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้ขอยกเลิกเช่าพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์ห้วยเม็ก และทางจังหวัดได้ทำการยกเลิกใบอนุญาตไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีนายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม ผู้ตรวจราชการกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย เข้าพื้นที่ด้วย

          โดยนายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า อยากมาให้กำลังใจทุกฝ่าย ต้องเข้าใจว่านายอำเภอเพิ่งย้ายมาใหม่ไม่ได้เริ่มต้นในการประชาคมเช่าพื้นที่ อยากจะเรียนว่าเป็นความห่วงใยจากกระทรวงมหาดไทย จากกรมการปกครองว่าทำอย่างไรให้อยู่กันอย่างสงบสุข และเข้าใจกัน สิ่งใดแก้ไขได้ก็ให้แก้ตามกฎหมาย ป่าแห่งนี้ก็ยังอยู่เป็นป่าสาธารณะ  
          ด้านนายณัฐภัทร กล่าวว่า จังหวัดได้ส่งหนังสือให้ทางอำเภอดำเนินการตามขั้นตอนในการยกเลิกใบอนุญาต โดยทำตามรายละเอียดหนังสือขอเช่าใช้พื้นที่ข้อ 14 และข้อ 15 หลังจากทางกระทิงแดงขอยกเลิกการเช่า จะต้องดำเนินการตามระบุว่า ก่อนที่จะสิ้นสุดใบอนุญาตต้องดำเนินการปรับปรุงพื้นที่และสภาพแวดล้อมในบริเวณที่ขออนุญาตให้มีลักษณะใกล้เคียง กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบ และหากมีการเสียหายเกิดขึ้นเนื่องจากการดำเนินการของผู้ได้รับอนุญาตไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายนั้นๆ ทุกประการ
          “วันนี้จึงได้ร่วมกันเข้ามาสำรวจเบื้องต้น เพื่อตรวจสอบความเสียหาย โดยจะดูแนวเขตอย่างละเอียด เมื่อพบว่าพื้นที่ใดที่ถูกทำให้ผิดไปจากเดิมก็จะต้องมีการปรับปรุง”นายณัฐภัทร กล่าว 
          ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านบอกว่า ในเมื่อจะคืนพื้นที่แล้ว ต้องคืนในสภาพให้เหมือนเดิม ซึ่งตอนนี้มีต้นไม้เน่าตายไปแล้วหลายต้นเพราะถูกน้ำท่วมขังในจุดที่มีการกั้นน้ำ ตรงไหนที่ถูกบุกรุกหรือทำลายก็ต้องทำให้อยู่สภาพเดิมที่สุด เส้นทางสัญจรบางส่วนที่ทำลายก็คงต้องมีการแก้ไขแนวเขต รวมทั้งการเข้าใช้ประโยชน์จากป่าก็ต้องไม่เป็นอุปสรรคด้วย ซึ่งทางการขอเวลา 15 วันในการรังวัดพื้นที่ และทางอำเภอให้พิจารณาตรวจสอบทั้งเรื่องแนวเขต และการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ที่จะต้องดำเนินปรับปรุงให้อยู่ในสภาพเดิม ทางที่ดิน บางจุดที่มีข้อสงสัยก็จะต้องใช้ภาพถ่ายทางอากาศประกอบด้วย
          ขณะที่นายนิรุตต์ สุขช่วย เจ้าหน้าที่ตัวแทนของกระทิงแดง ซึ่งมาร่วมสำรวจพื้นที่ด้วย เปิดเผยว่า วันนี้ได้ร่วมตรวจสอบเบื้องต้น จะมีการรังวัดละเอียดพื้นที่อีกครั้ง และจะนำข้อมูลทั้งหมดไปสรุป โดยทางอำเภอจะมีหนังสือมาให้ดำเนินการปรับปรุง หากมีส่วนไหนต้องปรับ และบริษัทไม่ติดใจอะไรก็พร้อมที่จะแก้ไขเพื่อประโยชน์ของชุมชนที่จะร่วมกับโรงงานต่อไป.