14 ก.ย.60 ที่ตลาดข้างสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม แหล่งอาหารชุมชนกรุงเทพมหานคร สะอาด อร่อย และประหยัด"  ที่บริเวณข้างห้างสรรพสินค้าโลตัส เขตปทุมวัน ในระหว่างที่เดินตรวจนั้น ผู้ว่าฯได้ร่วมพูดคุยกับผู้ค้าและประชาชน รวมถึงประกอบอาหารและทานอาหารกลางวันที่ร้านค้าข้างทาง สำหรับการปรับปรุงภูมิทัศน์นั้น กทม. ได้ตีเส้นแบ่งพื้นที่ให้วางแผงค้าขายขนาด 1.5 x 2 เมตร และตัวผู้ค้าเองจะต้องแต่งตัวถูกสุขลักษณะติดบัตรแสดงตนด้วย ที่ผ่านมากทม.ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจทำค้าขาย ติดต่อประสานงานกับเทศกิจในพื้นที่ เขตปทุมวัน ละบางกอกน้อย ในกรณีที่มีผู้ค้าเดินจำนวนแผงที่รองรับได้ ก็จะทำการจับฉลากหมุนเวียนให้ค้าขาย

              พล.ต.อ.อัศวิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินเยี่ยมชมว่า วันนี้กทม.ดูแลเกี่ยวกับเรื่องผู้ค้าขายและจัดที่ให้ค้าขายตามเวลาที่กำหนด ไม่เกิน 15.00 น. ในพื้นที่ของเอกชน หรือเป็นที่ของ กทม. เอง โดยที่ผู้ค่าไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว โดยมีสำนักอนามัยมาดูแลเรื่องคุณภาพอาหาร สำนักสิ่งแวดล้อมก็จะเข้ามาดูความสะอาด ซึ่งเป็น 2 เรื่องที่เราเน้น นอกจากนี้เรายังได้รับการประสานงานจากธนาคารออมสิน มาจัดโต๊ะเก้าอี้ และผ้าปูโต๊ะ ในจุดขายอาหาร 20 จุดให้ด้วย โดยวันนี้เราจะเริ่มเปิดจุดอาหารอยู่ 3 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 บริเวณด้านข้างห้างโลตัส ใกล้สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน รองรับได้ 84 แผงค้า, จุดที่ 2 ลานจอดรถสวนลุมพินี รองรับได้ 72 แผงค้า และ จุดที่ 3 ภัตตาคารกุ้งหลวง รองรับได้ 48 แผงค้า ทั้งนี้เราพยายามคุยกับผู้ค้าให้ระวังเรื่องคุณภาพ ความสะอาดและราคาไม่ให้แพง โดยเราได้รับความร่วมมือจากผู้ค้าเป็นอย่างดี ทั้งนี้เมื่อถึงเวลากำหนดให้เลิกขายแล้วนั้น ทางผู้ค้าจะต้องเก็บอุปกรณ์ และเต้นท์ให้เรียบร้อย ไม่ตั้งทิ้งเอาไว้ พร้อมทำความสะอาดให้หมด

               ต่อข้อถามถึงกรณีความกังวลที่จะมีคนนอกพื้นที่มาแย่งสิทธิค้ายขายนั้น พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะว่าเขามีกติกาและการจัดพื้นที่ ผู้ที่ค้าอยู่แต่เดิมเราก็ให้ขายไป เพียงแต่ว่าเรามาเสริมคุณภาพให้ดีขึ้น จัดระเยียบให้ถูกต้อง เราหวังดีกับประชาชน แต่ผู้ค้าก็ต้องเห็นใจผู้ที่เดินทางเท้า การขายบนพื้นที่นั้นถือว่าเป็นการเอาเปรียบสังคมเกินไป เราก็พยายามหาพื้นที่ให้ โดยขายได้ทุกวันยกเว้นวันจันทร์ เพื่อทำความสะอาดพื้นที่บ้าง ตนขอยืนยันว่าพื้นที่จัดขายอาหารนั้นจะต้องสะอาดเสมอไม่ใช่แค่วันที่ตนมาตรวจเยี่ยม 
              ส่วนหากผู้ค้าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด จะมีมาตรการอย่างไร พล.ต.อ.อัศวิน ตนว่าผู้ค้าคนนั้นจะต้องอาย คือกำหนดข้อตกลงเราก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร ซึ่งก็เป็นเรื่องของผู้ค้าเองถ้ารักษาความสะอาด ตนคาดว่าภายในสิ้นเดือน ก.ย. นี้จะเปิดพื้นที่การค้าได้ไม่น้อยกว่า 10 จุด  ซึ่งปัจจุบันยังมีพื้นที่ที่มีความเหมาะสมจัดให้เปิดทำการค้าขาย เช่น สวนป่าวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง และบริเวณด้านหน้าสำนักงานเขตบางนา เป็นต้น

             ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ปัจจุบันนี้มีผู้ค้าในพื้นที่ที่มีการจัดระเบียบทางเท้าไปแล้วจำนวน 8,007 ราย แบ่งเป็นผู้ค้าประเภทอาหาร 6,334 ราย  เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย 681 ราย และของใช้ต่าง ๆ 992 ราย สำหรับผู้ที่สนใจทำการค้าสามารถติดต่อสอบถามและขอลงทะเบียนทำการค้าได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่