ที่น่าประณามคือ มีการบิดเบือนหลักคำสอนทางศาสนามาปลุกปั่นยุยงผู้หลงผิด เช่น อ้างว่าการฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงรอมฎอนจะได้บุญมากกว่าปกติเป็น 2 เท่า เป็นต้น !!

 ฉะนั้น พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการกองกำลังผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) จึงเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในการประกอบศาสนกิจ และเตรียมกองกำลังไว้ให้พร้อมสำหรับการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

 สำหรับการบิดเบือนคำสอนทางศาสนาว่า การสังหารเจ้าหน้าที่จะทำให้ได้บุญเป็น 2 เท่าจากช่วงเวลาปกตินั้น พล.ท.กสิกร ยอมรับว่า มีการบิดเบือนคำสอนทางศาสนาดังกล่าวจริง จึงขอความร่วมมือไปยังผู้นำศาสนาในพื้นที่ให้ชี้แจงหลักคำสอนที่แท้จริงแก่ประชาชนแล้ว

 ส่วนเหตุการแต่งกายเลียนแบบทหารพรานแล้วฉวยโอกาสสังหารเจ้าหน้าที่ และการดักซุ่มยิง ตชด. ซึ่งเกิดขึ้นห่างกันเพียง 1 วันนั้น พล.ท.กสิกร เชื่อว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในช่วงรอมฎอน แต่เป็นการก่อเหตุตามปกติ และขณะนี้ยังไกลจากช่วงรอมฎอนมาก

 พล.ท.กสิกร ขยายความการก่อเหตุแต่งกายเลียนแบบทหารพรานว่า ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุทำนองนี้มาก่อน แต่ไม่มีความอุกอาจเท่านี้ เพราะคราวนี้ก่อเหตุกลางวันแสกๆ และซุ่มยิงในหมู่บ้าน แต่ไม่ได้เป็นการยิงขณะเผชิญหน้ากันตามที่เป็นข่าว

 "เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ทหารขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนจะถูกกลุ่มคนร้ายที่แต่งกายเลียนแบบทหารพรานซุ่มอยู่ในป่าเปิดฉากยิงเข้าใส่ ไม่ได้เป็นการขับรถสวนกันตรงที่เดินลาดตระเวนอย่างที่เป็นข่าว"

 หลังจากเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ผบ.พตท.จึงเตรียมปรับแผนการทำงาน โดยจะเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ใช้ "ผ้าพันคอ" ในการแยกแยะกองกำลังให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะรู้กันเป็นการภายในว่า หน่วยใดจะใช้ผ้าพันคอสีใด และจะใช้สีไหนในวันและเวลาใด

 นอกจากนี้จะประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้จักการแยกแยะเจ้าหน้าที่กับกลุ่มคนร้ายด้วย เนื่องจากก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านพบเห็นกลุ่มคนแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ก็คิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงๆ จึงไม่ได้เอะใจอะไร ก่อนจะมาเกิดเหตุร้ายดังกล่าวขึ้นในเวลาต่อมา

 สำหรับสิ่งที่ ผบ.พตท.เป็นกังวลมากเป็นพิเศษในช่วงเดือนรอมฎอน คือ การฉวยโอกาสในการก่อเหตุครั้งใหญ่เพื่อแสดงศักยภาพ และบิดเบือนคำสอนทางศาสนาเพื่ออ้างความชอบธรรม

 ดังนั้นจึงสั่งให้กองกำลังในพื้นที่คุมเข้มพื้นที่ในเมืองเป็นพิเศษ รวมทั้ง "มัสยิด" ด้วยเพื่อไม่ให้กลุ่มคนร้ายก่อเหตุสร้างเงื่อนไขซ้ำรอยเหตุกราดยิงในมัสยิดบ้านไอปาแย จ.นราธิวาส เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา

 นอกจากนี้ ยังสั่งการให้จับตา "ขบวนการค้ายาเสพติด" ที่มีส่วนสนับสนุนเงินทุนให้แก่กลุ่มก่อความไม่สงบ ซึ่งอาจอาศัยจังหวะเวลาดังกล่าวในการเคลื่อนไหว
 ขณะที่อีกประเด็นที่มีความห่วงใยคือ "การเมืองท้องถิ่น" ที่มีกำหนดเลือกตั้งครั้งใหญ่ในวันที่ 6 กันยายนนี้ ซึ่งตลอดเดือนสิงหาคม จะเป็นช่วงการหาเสียงของนักการเมืองท้องถิ่น จึงอาจมีการก่อเหตุรุนแรงกับกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามเพื่อผสมโรงกับเหตุความไม่สงบ

 อย่างไรก็ตาม ผบ.พตท.ก็บอกให้คลายกังวลว่า ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ เพราะเจ้าหน้าที่รู้กำหนดการของเทศกาลนี้มานาน และได้เตรียมกองกำลังไว้รักษาความปลอดภัยไว้พร้อมหมดแล้ว

 ส่วนเรื่องประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 3 ทุ่มในบางพื้นที่ เช่น อ.ยะหา และ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งผู้นำศาสนาบางคนขอให้ยกเลิก เพราะอาจไม่สะดวกในการประกอบศาสนกิจ

 ผบ.พตท. ยืนยันว่า ประเด็นดังกล่าวไม่เป็นปัญหา เพราะเจ้าหน้าที่ก็ต้องการจะยกเลิกอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่กังวลในความปลอดภัยจึงขอให้คงไว้ต่อ

 ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการผ่อนปรนจริงๆ กองทัพก็ไม่ขัดข้อง เพราะต้องการอำนวยความสะดวกในการประกอบศาสนกิจของประชาชนในพื้นที่ในเทศกาลทางศาสนาที่สำคัญในช่วงนี้อยู่แล้ว

ทีมข่าวความมั่นคง