
CKPower คว้า AREA Awards 5 ปีซ้อน ตอกย้ำผู้นำพลังงานหมุนเวียน
CKPower คว้ารางวัล AREA Awards ติดกัน 5 ปีซ้อน ตอกย้ำผู้นำพลังงานหมุนเวียน สร้างคุณภาพชีวิต - ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower ผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระดับภูมิภาค ตอกย้ำความสำเร็จบนเวทีระดับสากลด้วยการคว้ารางวัล Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่เด่นชัดจากการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในอดีต ไปสู่ระบบการบริหารจัดการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ
โดยนำความเชี่ยวชาญหลักด้านวิศวกรรมและการจัดการพลังงานหมุนเวียนมายกระดับคุณภาพชีวิต ชุมชน และโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าและเขตห่างไกลทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ผ่านแนวทางดำเนินงานที่สามารถวัดผลและต่อยอดผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นับตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน CKPower เดินหน้าสร้างความยั่งยืนผ่านการผสานความเชี่ยวชาญของบุคลากรเข้ากับการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเป็นระบบ โดยตลอดระยะเวลา 5 ปี แนวทางการดำเนินงานได้พัฒนาจากการส่งต่อองค์ความรู้และพลังงานสะอาดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ไปสู่การสร้างโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาศักยภาพชุมชน ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
โดยมีโครงการหิ่งห้อยเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและเริ่มต้น โดยดำเนินการผ่านการนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและพลังงานหมุนเวียนมาสร้างประโยชน์แก่สังคม เชื่อมโยง คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เข้าด้วยกัน พร้อมสร้างผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลและขยายผลได้อย่างต่อเนื่อง
โครงการ "หิ่งห้อย" เริ่มต้นขึ้นในปี 2559 จากการสำรวจความต้องการของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าและพื้นที่ห่างไกล ซึ่งพบว่ายังมีข้อจำกัดด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้า น้ำสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา จึงเกิดเป็นแนวคิดในการนำความเชี่ยวชาญของ CKPower มาช่วยเติมเต็มความต้องการเหล่านี้อย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่
ชื่อ "หิ่งห้อย" สื่อถึงพลังเล็ก ๆ ของแต่ละคนที่เมื่อรวมกันแล้วสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ โดย CKPower นำขีดความสามารถหลักขององค์กรเข้ามาต่อยอดใน 3 ด้าน ได้แก่ พลังงานหมุนเวียน ผ่านระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ วิศวกรรม ผ่านการออกแบบอาคารประหยัดพลังงานและระบบประปา และ การจัดการสิ่งแวดล้อม ผ่านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการนำของเสียกลับมาสร้างมูลค่าใหม่
ภายใต้ กรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคม พ.ศ. 2565–2569 CKPower ขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1. หิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี มุ่งส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานสะอาดและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน 2. หิ่งห้อย เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งดูแลระบบนิเวศและเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ป่าต้นน้ำ และ 3. หิ่งห้อย นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน มุ่งสร้างโอกาสทางอาชีพและเพิ่มมูลค่าผลผลิตท้องถิ่นในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ผ่านแนวคิด One Power Plant One Product (OPOP)
จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2569 โครงการหิ่งห้อยได้สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมผ่าน 46 โครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ช่วยเพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนสะสม 163,100 วัตต์ ผ่านระบบไฟถนนโซลาร์เซลล์ กังหัน โซลาร์เซลล์บำบัดน้ำ และระบบพลังงานสะอาดที่ช่วยสนับสนุนการเข้าถึงน้ำสะอาดและสาธารณูปโภคพื้นฐาน
ด้านการพัฒนาความรู้ โครงการได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียนแก่เด็กและเยาวชนแล้วกว่า 16,000 คน พร้อมพัฒนาครูและเยาวชนให้เป็นผู้ส่งต่อความรู้สู่โรงเรียนและชุมชน โดยมีพนักงานจิตอาสาเข้าร่วมสะสมกว่า 2,635 คน
ขณะเดียวกัน โครงการยังให้ความสำคัญกับความต่อเนื่อง มีการพัฒนาพื้นที่ด้านการศึกษา ระบบน้ำสะอาด และสภาพแวดล้อมของชุมชน รวมถึงจัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียนเพื่อสนับสนุนการดูแลรักษาระบบในระยะยาว
การต่อยอดอาชีพผ่านโมเดล One Power Plant One Product (OPOP) เป็นอีกแนวทางสำคัญที่ CKPower ใช้พัฒนาศักยภาพชุมชน โดยนำทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้แก่ชุมชน ควบคู่กับการส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
กระบวนการดำเนินงานให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนตั้งแต่การตัดสินใจ วางแผน ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่ ขณะที่ CKPower สนับสนุนองค์ความรู้ด้านมาตรฐานสุขอนามัย การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และการตลาด ตัวอย่างเช่น โครงการปลาส้มอนามัยบ้านนาต่อใหญ่ ซึ่งมีการยกระดับมาตรฐานโรงเรือน พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็น 5 รูปแบบ และช่วยสร้างรายได้เสริมให้แก่ชาวบ้าน 75 คน เฉลี่ยครัวเรือนละ 895,000 กีบ หรือประมาณ 1,300 บาทต่อเดือน
นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าทอชุมชนในแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว โดยปัจจุบันโมเดล OPOP สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนได้สะสมแล้ว 6 ผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนรวมกว่า 2.8 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด สะท้อนให้เห็นถึงการสร้างรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งตัวอย่างของการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมสู่การสร้างคุณค่าให้กับชุมชน คือ โครงการ Waste to Value ที่ดำเนินการโดยโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ใน สปป.ลาว โดยมุ่งนำขยะอินทรีย์จากการดำเนินงานภายในโรงไฟฟ้ากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ แทนการนำไปกำจัดด้วยการเผา
โครงการเกิดจากความร่วมมือระหว่างพนักงานและชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ผ่านการนำเศษอาหารมาผ่านกระบวนการหมักเป็นสารปรับปรุงคุณภาพดิน ก่อนนำไปแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนด้านการเกษตร และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
ปัจจุบัน โครงการสามารถผลิตสารปรับปรุงดินได้เฉลี่ยประมาณ 2,665 กิโลกรัมต่อปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ยของชุมชนได้กว่า 72,900 บาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 3,840 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
ตลอดช่วงปี 2566–2568 โครงการสามารถรวบรวมขยะอินทรีย์สะสมได้กว่า 31,333 กิโลกรัม และแปรรูปเป็นสารปรับปรุงดินได้รวม 8,472 กิโลกรัม พร้อมลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปเผาทำลายลงได้ร้อยละ 20
ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Waste to Value ไม่ได้เป็นเพียงการจัดการขยะเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนของเสียให้กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ ทั้งในมิติของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การลดต้นทุนของชุมชน และการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ตลอดเส้นทางการดำเนินงาน CKPower ยังคงมุ่งนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน วิศวกรรม และการจัดการสิ่งแวดล้อม มาต่อยอดเป็นพลังในการสร้างคุณค่าให้กับชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเติบโตของธุรกิจสามารถเดินไปพร้อมกับการยกระดับคุณภาพชีวิต การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน



