
"อนุทิน" สับ พวกโดนหลอก ข่าวโอน 7 ล้าน ค่าน้ำชา
"อนุทิน" เคลียร์ปมค่าน้ำชา 7 ล้าน เผยพวกแชร์ข่าว "ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด" บัญชีจริงๆมีแค่หมื่นกว่าบาท ลั่นจะไปฟ้องใคร ในเมื่อโปรไฟล์ตัวปล่อยข่าวเป็น "หัวสุนัข"
26 ต.ค. 2569 นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลอ้างว่า มีการโอนเงินให้นายกรัฐมนตรีจำนวน 7 ล้านบาท โดยระบุว่าเป็น "ค่าน้ำชา" ซึ่งต่อมาทางธนาคารกสิกรไทยได้ออกมาชี้แจงว่าเป็นสลิปโอนเงินปลอม
โดย นายอนุทิน ถามกลับผู้สื่อข่าวทันทีว่า "เขายืนยันแล้วหรือ ขอขอบคุณมาก" ก่อนจะกล่าวติดตลกถึงยอดเงินในบัญชีว่า มีคนบอกว่ามีเงิน 7 ล้านบาทเข้ามาในบัญชีธนาคารกสิกรไทย แต่เมื่อตนลองไปตรวจสอบดู พบว่ามีเงินอยู่แค่หมื่นกว่าบาทเท่านั้น
ส่วนเลขบัญชีที่มีการระบุลงท้ายด้วย XXXX-1551 ก็ไม่ใกล้เคียงกับบัญชีของตน อีกทั้งตอนขอหนังสือรับรองเงินฝากยื่นต่อ ป.ป.ช. ก็ไม่มีรายการดังกล่าว จึงไม่จำเป็นต้องไปสันนิษฐานอะไรต่ออีก
ฉะพวกแชร์ข่าว "ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด"
เมื่อถามถึงความคิดเห็นกรณีที่มี สส. บางคนรีบนำข้อมูลดังกล่าวไปแชร์ต่อทันที ทั้งที่ยังไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง นายกรัฐมนตรีระบุว่า โบราณเขาบอกไว้ว่า ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด สิ่งนี้สะท้อนและแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาและวุฒิภาวะ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายมันไม่ใช่ความจริง เรื่องแบบนี้ทุกอย่างต้องผ่านการคิด วิเคราะห์ และแยกแยะก่อน
ส่วนจะมีการดำเนินคดีฟ้องร้องผู้ที่ปล่อยข่าวปลอมและแชร์ข้อมูลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอดูก่อน พร้อมกล่าวเสริมอย่างเผ็ดร้อนว่า "ภาพคนโพสต์เป็นหัวสุนัข จะไปฟ้องใคร พูดภาษาคนได้หรือเปล่า... มันไม่มีพ่อแม่คนไหนตั้งชื่อลูกว่า Godd Dam หรอก"
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการรับมือกับข่าวลือข่าวปลอมในลักษณะนี้ว่า ไม่ต้องเตรียมอะไร เพราะทุกอย่างต้องเอาข้อเท็จจริงมาคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามจะมาอ้างว่า ได้ยินแบบนี้มาเลยออกมาโวยวายเผยแพร่ พวกนี้ต้องระวัง
"ทุกวันนี้พูดกันซะยืดยาว บรรยายเนื้อความสารถะว่า อันนี้ผมรับฟังมาอีกทีนะ แบบนี้เขาเรียกว่าพยายามจะตีกิน เพราะของทุกอย่างต้องมีหลักฐาน จะกล่าวหาใช้วาทกรรม จึงอยากจะบอกว่าถ้าเป็นกรณีแบบนี้ คณะรัฐมนตรีถูกกล่าวหาแบบนี้ก็ไม่ทราบจะตอบอย่างไร เพราะการกล่าวหาจะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน จะไปบอกว่าฟังมา เลยเชื่อว่าโดยดุลยพินิจทั้งหลายมันไม่ได้ คนตอบไม่รู้จะตอบอย่างไร" นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำ



