
โฆษกรัฐบาล แจง ถอดบทเรียน "หาดใหญ่" แล้วทำไมยังท่วม "กรุงเทพฯ"
โฆษกรัฐบาล ชี้แจงน้ำท่วม กทม. เผยเป็นภัยธรรมชาติฝนถล่มทะลุ 300 มม. ยันพร่องน้ำรอแล้ว แต่เกินศักยภาพท่อระบายน้ำจะรับไหว วอนเลิกโบ้ยหาคนผิด ชี้วิกฤตนี้ต้องร่วมมือกัน
ท่ามกลางเสียงสะท้อนและคำถามคาใจของประชาชนที่ว่า "ถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่มาแล้ว ทำไมเมืองหลวงอย่าง กทม. ยังจมน้ำซ้ำรอย?"
ล่าสุด นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันชัดเจนว่า วิกฤตน้ำท่วมกรุงรอบนี้คือ "ภัยธรรมชาติ" ที่เกิดจากพายุฝนถล่มเฉพาะจุด ไม่ใช่ความล้มเหลวของการระบายน้ำแบบมหาอุทกภัยปี 2554 ที่เป็นมวลน้ำตกค้างจากการปล่อยเขื่อน
สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ลโฆษกรัฐบาล มองว่า ปริมาณฝนที่ตกหนักทะลุ 300 มิลลิเมตร ซึ่งเกินขีดจำกัดทางกายภาพที่ระบบของ กทม. จะรับไหว เพราะศักยภาพท่อระบายน้ำปัจจุบันรองรับได้เพียง 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวันเท่านั้น แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักการระบายน้ำและ สทนช. จะอ่านเกมล่วงหน้าและพร่องน้ำรอไว้ตามพยากรณ์อากาศแล้วก็ตาม แต่ก็ยังต้านทานปริมาณฝนของจริงไม่อยู่ วิกฤตนี้จึงเป็นบทเรียนไฟลต์บังคับให้ต้องเร่งผ่าตัดใหญ่ ซึ่งสอดรับกับท่าทีของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่เตรียมเดินหน้าขยายระบบท่อส่งน้ำขนานใหญ่
ขณะเดียวกัน รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ นายกรัฐมนตรีได้สั่งลุยแผนบริหารจัดการน้ำระดับมหภาค เตรียมผุดระบบตัดมวลน้ำตั้งแต่ชัยนาทและป่าสักให้ระบายลงอ่าวไทยโดยตรง เพื่อสกัดไม่ให้น้ำมากองรวมและเอ่อล้นทะลักเข้าอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี โดยแผนแก้ปัญหาระยะยาวนี้เตรียมจ่อชงเข้าที่ประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.)
โฆษกรัฐบาล กล่าวทิ้งท้าย ในทุกเหตุการณ์เรามักจะหาคนผิดและโบ๊ยไปที่คนผิด อาจจะเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย เพื่อปัดความรับผิดชอบไป แต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องของทุกคนทุกหน่วยงาน ที่จะต้องร่วมกัน และที่ผ่านมาอาจจะคิดว่ากรุงเทพฯ ผู้ว่าฯชัชชาติจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ แต่นายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับมาโดยตลอด ตั้งแต่ต่างประเทศไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นที่ใดก็ตาม ให้ทุกหน่วยงานเข้ามาให้ความร่วมมือ และดำเนินการร่วมกัน
"เพราะฉะนั้นเมื่อฝนตกประชาชนเขาไม่ได้ถามหรอกว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบฝนก้อนนี้ แต่ทุกคนต้องมารวมกัน ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่คิดว่าเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปหาคนว่าใครผิด ใครช้า ใครไม่ช้า เราถอดบทเรียนและดูว่าที่ผ่านมาได้เตรียมการดีพอแล้วหรือยัง หากเตรียมการดีพอแล้วการบริหารจัดการมีอะไรบกพร่อง และจะทำอย่างไรให้เหตุการณ์กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว



