
เปิดประวัติ "เอกภพ เพียรพิเศษ" ครม.แต่งตั้ง นั่งโฆษกรัฐบาลคนใหม่
เปิดประวัติ-ย้อนเส้นทางการเมือง "หมอเอก" เอกภพ เพียรพิเศษ ครม.แต่งตั้ง นั่งโฆษกรัฐบาลคนใหม่ ตั้งแต่ 8 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป
8 ก.ย. 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอจำนวน 1 ตำแหน่ง ได้แก่ นายเอกภพ เพียรพิเศษ ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
จากนั้น นพ.เอกภพ ได้แถลงเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีก 3 คน โดยกล่าวว่า สิ่งที่มีการคาดการณ์กันในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าทีมโฆษกรัฐบาลในมิติใหม่จะมีความเข้มข้นทางการเมือง มีการตอบโต้ทางการเมืองมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งตนและรองโฆษกสื่อสารกันว่า เราจะมีความเข้มข้นในเรื่องของข้อมูลและความรวดเร็วฉับไวในการให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงถึงประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่จะไม่เน้นการโต้วาทีหรือใส่อารมณ์ทางการเมือง จะเน้นการตอบโต้ข้อมูลเท็จด้วยข้อมูลจริง
ซึ่งนายกรัฐมนตรี รวมถึง รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่ างก็ทำงานหนักอย่างเต็มที่ และทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือกพรรคใดก็ตาม ทีมโฆษกจะไม่ทำหน้าที่ใส่ไฟหรือเติมไฟทางการเมือง เพื่อแยกประชาชนออกเป็นกลุ่ม เป็นสี หรือเป็นคณะใดๆ ทีมโฆษกจะให้ข้อมูลถึงประชาชนอย่างเต็มที่ และเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ นี่คือสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะทำ พร้อมเชิญชวนคนในแวดวงการเมืองมาร่วมกันทำ แทนที่จะตอบโต้ทางการเมืองที่ไม่ได้ประโยชน์
เรามาช่วยกันปักธงทางความคิด ช่วยสร้างสิ่งใหม่ใหม่ ว่าเราอยากทำอะไรให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และนำพาประเทศไทยไปอยู่จุดไหน มีอะไรที่ทำให้ประเทศไทยสู้กับประเทศอื่นได้ ทำเศรษฐกิจดีขึ้นได้ ถ้าสิ่งไหนเป็นเรื่องดี ตนเชื่อแน่ว่าทุกคนในคณะรัฐมนตรีจะนำเรื่องนั้นไปปฏิบัติและไปใช้ แต่ถ้าเรื่องไหนที่คณะรัฐมนตรีทำได้ดีแล้ว ทีมโฆษกก็จะนำเรื่องนั้นมาสื่อสารกับประชาชนเช่นกัน
เมื่อถามว่า การตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่ เพื่อมาปิดช่องทางการเมือง จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนโฆษกบ่อยๆ ใช่หรือไม่ นพ.เอกภพ กล่าวว่า คำว่าปิดช่องทางทางการเมือง หรืออยากให้มีความเข้มข้นทางการเมืองมากขึ้น ตนได้พูดไปแล้วว่า การสื่อสารของเราไม่เน้นตอบโต้หรือโต้วาทีทางการเมือง แต่จะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชน และเป็นข้อมูลที่ตอบโต้ข้อมูลบิดเบือน ซึ่งไม่ใช่การโต้วาที ไม่จำเป็นที่โฆษกต้องมาคุยและพูดว่าถนนเส้นนั้นตัดถนนเส้นนี้ ตนเป็นคนเชียงรายซึ่งไม่รู้จักถนนในกรุงเทพฯ และมันไม่ใช่ ประโยชน์ต่อประชาชน
ดังนั้น จึงเชิญชวนคนที่ทำงานการเมืองมาร่วมกัน เราเห็นความท้าทายในการทำงานทางการเมือง โดยเฉพาะการปักธงทางความคิดและสร้างประเด็นใหม่ให้กับสังคม ทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน และประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าดูการเมืองหรือสภาที่มีคนทะเลาะกันแล้วเป็นข่าว
เปิดประวัติ "เอกภพ เพียรพิเศษ" โฆษกรัฐบาลคนใหม่
นายแพทย์ เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ "หมอเอก" เกิดเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2519 ปัจจุบันอายุ 50 ปี สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จบปริญญาเอก วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (วว.) สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว เข้ารับราชการเป็นแพทย์ในพื้นที่ จ.เชียงราย ตั้งแต่ปี 2544
"หมอเอก" ประจำการอยู่ที่โรงพยาบาล อ.เทิง จ.เชียงราย 9 ปี ก่อนจะย้ายมาที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เปลี่ยนไปทำงานใน รพ.เอกชนที่เชียงรายอีก 2 แห่ง และประจำโรงเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 1 ปี
ต่อมาปี 2552 "หมอเอก" ได้เข้าเป็นแพทย์ประจำทีม สโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด ตามคำชวนของ "ฮั่น" มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรฯ และยังมีโอกาสไปเป็นแพทย์ประจำทีมชาติไทย อยู่ 2-3 ปี จนได้รับฉายา "หมอช้างศึก"
ปลายปี 2561 "หมอเอก" ตัดสินใจลงสู่สนามการเมือง และลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เชียงราย ปี 2562 เขต 1 อ.เมืองเชียงราย พรรคอนาคตใหม่ ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 (มี.ค. 2562 - ธ.ค. 2565)
ต่อมาต้นปี 2563 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ จึงย้ายมาสังกัดพรรคก้าวไกล โดยช่วงปี 2564 พรรคก้าวไกลต้องเผชิญกับ ปัญหางูเห่าสีส้ม ซึ่งมี "หมอเอก" รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ แกนนำสีส้มจึงใช้วิธีการ "ดองงูเห่า" แทนการขับออกจากพรรค ขณะเดียวกัน หมอเอก ไม่ได้มีการตอบโต้ และไปทำงานร่วมกับกลุ่มยังบลัด (Young Blood) พรรคภูมิใจไทย
กระทั่งปี 2566 "หมอเอก" ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เชียงราย เขต 1 ในนามพรรคภูมิใจไทย แต่สอบตก และในปี 2569 หมอเอกย้ายไปลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 35 แต่คะแนนไม่ถึง จึงไม่ได้เป็น สส.สมัยที่ 2 อย่างไรก็ตามแม้ไม่ได้เป็น สส. แต่ได้ตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีของภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และล่าสุด ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ขอบคุณข้อมูล : เนชั่นสุดสัปดาห์



