
สรุปแถลง "สนธิ ลิ้มทองกุล" ประกาศทิศทาง เอาประเทศไทยของเราคืนมา
สรุปแถลง "สนธิ ลิ้มทองกุล" ประกาศทิศทาง การเคลื่อนไหวครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" มองระบอบสีน้ำเงิน ไม่ต่างระบบทักษิณ
7 ก.ย. 2569 ที่ บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา และ นายพิชิต ไชยมงคล หรือ ตั้ม อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ร่วมแถลงทิศทางการเคลื่อนไหวครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของประชาชนต่อปัญหากลุ่มทุนและชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ใช้คนไทยเป็น "นอมินี" รวมถึงประเด็นการถือครองที่ดินและทรัพย์สินในไทย
นายสนธิ เริ่มแถลงข่าวด้วยการเกริ่นเล่าย้อนเมื่อ 21 ปีที่แล้ว ตนนั่งอยู่ในห้องนี้ ประกาศตัวจะลงมานำมวลชน เพื่อต่อสู้กับระบอบทักษิณ หลังจากนั้นก็เกิดกระบวนการประชาชน เพื่อประชาธิปไตย จากการเรียกร้องทุกๆ อย่าง เพื่อให้เครือข่ายระบอบทักษิณสิ้นสุดลง ทั้งหมดเกือบ 200 วัน จนกระทั่งทักษิณ ชินวัตร ถูกทำรัฐประหารไป และผมถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวเชื้อที่ทำให้เกิดรัฐประหาร
เมื่อทักษิณไปแล้ว แต่ยังมีการตั้งนอมินินีขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นสมชาย วงศ์สวัสดิ์, สมัคร สุนทรเวช จนกระทั่งต่อมามีการยุบพรรคพลังประชาชน เลยได้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีกลุ่มทหาร 3 ป. หนุนอยู่เบื้องหลัง ยึดถือครองอำนาจยาวนาน 8 ปี มีวุฒิสภาเป็นพรรคพวกของตัวเอง ยุคนั้นเป็นยุคที่มีการอนุญาตให้เช่าที่ดินได้ 99 ปี อนุญาตให้ต่างชาติตั้งโรงงานได้ทั่วประเทศไทย โดยไม่ต้องคำนึงถึงการพิจารณาสิ่งแวดล้อม และอีกมากหมายหลายอย่าง ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของปัญหา หลังยุค 3 ป.หมดอำนาจไป
นายสนธิ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเกริ่นย้อนเพราะจะได้เห็นที่มาที่ไป ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ต่างจากระบบทักษิณ ซึ่งพวกเราก็รู้ว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน มิหนำซ้ำยังร้ายแรงกว่า เมื่อเลือกเข้ามาแล้ว ตนรู้สึกว่าประเทศไทยไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว แย่ลงไปกว่าเดิม การบริหารประเทศ 8-9 เดือน ทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก
พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เข้มงวด รัฐบาลปล่อยปละละเลยการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน โดยยกตัวอย่างกลุ่มทุนและชาวต่างชาติหลายสัญชาติที่ถูกกล่าวถึงในประเด็นธุรกิจสีเทา รวมถึงปัญหาการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ การเร่งรัดอนุมัติโครงการ Data Center และ ความล่าช้าในการจ่ายเงินเยียวยาฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ รวมไปถึงการฮั้ว สว. คดีเขากระโดง
ขณะเดียวกัน นายสนธิ ยังตอบโต้กรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยระบุว่า "ประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน ไม่จำเป็นต้องทวงคืน" โดยนายสนธิมองว่า คำดังกล่าวไม่สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของภาครัฐในการจัดการปัญหากลุ่มทุนสีเทาและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
"เราปล่อยให้ต่างชาติ เข้ามายึดพื้นที่ โดยรัฐปิดตาข้างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นยิวเทา จีนเทา เขมรเทา เมียนมาเทา รัสเซีย อินเดียเทา ทอดทิ้งอย่างนี้ต่อไป อีกไม่เกิน 10 ปี" นายสนธิ ระบุ
อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังไม่มีการลงเดินขบวนบนท้องถนน โดยนายสนธิระบุว่าเป็นเพียงการเปิดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงแนวทางและเหตุผลของการเคลื่อนไหว พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมกันเรียกร้องสิทธิ ความเป็นธรรม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมบนแผ่นดินไทย ท่ามกลางการจับตาว่า "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" จะพัฒนาไปสู่การเคลื่อนไหวรูปแบบใดต่อไป
หลายคนด้อยค่า ว่าม็อบผมเป็นม็อบน้ำหมาก ผม 79 ปีแล้ว บอกกับลูกหลาน เพื่อนร่วมงาน ถ้าต้องตายระหว่างการเรียกร้อง ให้ประเทศไทยกลับคืนมาเป็นของเรา ผมยอมตาย ผมไม่กลัว มีคนเดียวก็จะสู้
ทั้งนี้ วันที่ 10 ก.ย. 69 เวลา 09.30 น. ตนเองจะไปยื่นหนังสือที่สถานทูตอิสราเอล จะรับหรือไม่รับหนังสือไม่สำคัญ และตนจะอ่านแถลงการณ์บริเวณหน้าสถานทูตด้วย และจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เมื่อยื่นหนังสือเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเรียกประชาชนที่เห็นด้วยกับเรา ตามจุดต่างๆ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคใต้ ให้เข้ามารับทราบว่าสิ่งที่เราสู้อยู่ เขาเห็นด้วยหรือไม่ ว่าตนกำลังเรียกร้องประเทศไทย กลับมาเป็นของเรา
นายสนธิ ยังยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาลชุดนี้ แต่ต้องการไม่ให้รัฐบาลอยู่อย่างเป็นสุข และถ้าการกดดันของพวกเราทำให้อนุทิน เลิกเต้นรำทำเพลง และตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อประชาชนทั้งประเทศ อย่ามาอ้างประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของประเทศไทย แต่ประชาชนของพวกคุณเท่านั้นที่เป็นของประเทศไทย



