ข่าว

หวิดปะทะคารม! "ไอซ์ รักชนก“ กับ ”ทนายความสุชาติ" ที่ สน.ทองหล่อ

หวิดปะทะคารม! "ไอซ์ รักชนก“ กับ ”ทนายความสุชาติ" ที่ สน.ทองหล่อ

17 ส.ค. 2569

หวิดปะทะคารม! "ไอซ์ รักชนก“ กับ ”ทนายความสุชาติ" หลังเผชิญหน้า เดินทางเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่ สน.ทองหล่อ

วันที่ 17 ส.ค. 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  และ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีโพสต์กล่าวหา นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส ระบุว่า "อันธพาลครองเมือง เถื่อน  ถ่อย  ชั่ว”  , โพสต์กล่าวหานายสุชาติ ทุจริตรับสินบน กรณีตึก SKYY 9 และ ส่งคนงานไปเก็บผลไม้เบอรี่ที่ประเทศฟินแลนด์ รวมถึงผลโพล ภาคเอกชน กรธ. ที่ระบุว่า ผลตัวอย่างงานวิจัย กรมควบคุมมลพิษ ทุจริตอันดับ 1  ทำให้นายสุชาติฯได้รับความเสียหาย 

หวิดปะทะคารม! "ไอซ์ รักชนก“ กับ ”ทนายความสุชาติ" ที่ สน.ทองหล่อ

โดยเวลา 16.50 น.  น.ส.รักชนก เดินทางมาถึงได้เข้าไปพบพนักงานสอบสวนทันที และเข้าสู่กระบวนการรับทราบข้อกล่าวหา พิมพ์ลายนิ้วมือ

 

จากนั้น ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความของนายสุชาติ เดินทางมาสังเกตุการณ์ที่ สน.ทองหล่อ โดยบอกก่อนที่ น.ส.รักชนก จะรับทราบข้อกล่าวหาเสร็จสิ้นว่า วันนี้มาจิบกาแฟ เพราะแจ้งสื่อมวลชนไปแล้วว่าจะเดินทางมา แต่ได้ข้อมูลมาว่า สส.ผู้ถูกกล่าวหา จะเดินทางมา เลยเดินทางมาเพื่อติดตามการเร่งรัดคดี ในนามตัวแทนของ นายสุชาติ และในฐานะผู้รับมอบอำนาจในการแจ้งความในครั้งนี้ จึงมีการติดตามว่า มีการพิมพ์มือหรือไม่ ส่วนจะรับหรือปฏิเสธเป็นสิทธิของผู้ต้องหา

 

ทั้งนี้ ที่ต้องเดินทางมา เพราะครั้งแรกที่ออกหมายเรียก สส.คนดังกล่าว ไม่ได้เดินทางมา ‘เป็นขอมดำดิน’ ครั้งนี้เลยมาตามอีก ก็ให้ฝ่ายกฎหมายมาเฝ้าตั้งแต่เช้าว่าจะมาก่อนหรือมาหลังเวลานัดหมาย ก็ทำให้ทราบว่ามีการย่องเงียบมาช่วงเย็น จึงเป็นเหตุให้ตนเองเดินทางมาถึงเย็นแล้ว และจะต้องติดตามว่า มีการพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาใน2คดี คือที่แจ้งความวันที่ 18 พ.ค. และ 22 พ.ค.หรือไม่ มีกระบวนการถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
 

ซึ่งระหว่างการให้สัมภาษณ์ยังไม่ทันจบ น.ส.รักชนก ได้เสร็จสิ้นกระบวนการ และออกมาหน้าสน.เพื่อจะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน สื่อมวลชนก็เลยพากันไปหา น.ส.รักชนก จากนั้น นายณัฐวุฒิ เลยเดินตามมา ทำให้มีลักษณะของการเผชิญหน้ากันเล็กน้อย

 

โดยนายณัฐวุฒิ ระบุว่า “ผมมาสังเกตุการณ์ อยากเจอผู้ต้องหาพอดี มาในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย ก็เลยอยากมาสังเกตุการณ์” จากนั้น น.ส.รักชนก บอกว่า “รบกวนช่วยออกจากเฟลมด้วย และหันไปทางตำรวจบอก รบกวนด้วยค่ะ”

หวิดปะทะคารม! "ไอซ์ รักชนก“ กับ ”ทนายความสุชาติ" ที่ สน.ทองหล่อ
นายณัฐวุฒิ เลย พูดขึ้นมาอีกว่า “คุณไม่ต้องมาไล่ผม”ทำให้น.ส.รักชนก พูดย้ำอีกครั้งว่า “รบกวนช่วยออกจาเฟลมด้วย” จากนั้น ไอซ์เลยเดินออกมาให้สัมภาษณ์ อีกจุดหนึ่งแทน
 

น.ส.รักชนก ระบุว่า วันนี้ตนเองมารับทราบ 2 ข้อกล่าวหา และพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และหลังจากนี้จะทำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรมายื่นให้

 

ทั้งนี้ ตนเองมองว่า เรื่องนี้คนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และคนที่เป็นนักการเมือง ควรที่จะถูกติชมได้ทั้งในเชิงทางกฎหมายและในเชิงศีลธรรม แล้วก็ควรที่จะรับคำวิพากษ์วิจารณ์ได้ทั้งในทางตรงแล้วก็ทางอ้อม ซึ่งส่วนตัว ก็คิดว่าคนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ควรที่จะมีความอดทนอดกลั้นมากกว่าบุคคลทั่วไป

 

“ถ้าไม่สามารถอดทนอดกลั้นต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ได้ ก็ควรลาออกไปซะ ไปทำมาหากินอย่างอื่น เพราะว่าบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังไงก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทุกๆเรื่องที่ใช้อำนาจของรัฐ แล้วก็ประชาชนหรือบุคคลทั่วไปสามารถติชมอย่างสุจริต หรือว่าติชมอย่างเป็นธรรม หรือวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นที่เป็นประเด็นสาธารณะได้”

ส่วนกรณีที่ทนายความของนายสุชาติ เดินทางมาที่สน.ทองหล่อด้วยนั้น มองว่า จริงๆวันนี้เขาไม่ต้องมาก็ได้ แต่ก็ไม่รู้มาทำไม และวันนี้ยังไงตนเองก็เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาอยู่แล้ว แต่ครั้งที่แล้วที่เป็นหมายเรียกครั้งที่ 1 ทนายความอาจจะประสานผิดพลาด ซึ่งยืนยันว่า เราไม่ได้มีวัตถุประสงค์หรือเจตนาที่จะหลบหนีอยู่แล้ว


เมื่อถามว่าทางทนายความอยากมาติดตามว่ามีกระบวนการพิมพ์ลายนิ้วมือตามปกติเหมือนผู้ต้องหาทั่วไปหรือเอกสิทธิ์ได้หรือไม่นั้น

 

น.ส.รักชนก ยืนยันว่า ตำรวจดำเนินการตามกระบวนการปกติเหมือนคนธรรมดาทั่วไป และไม่ได้รู้สึกไม่กังวลใจในทางคดี เพราะเป็นคดีฟ้องปิดปากที่เกิดขึ้น อาจจะสร้างภาระในเรื่องของการเดินทาง และการเข้าสู่กระบวนการ แต่ยืนยันว่า จะยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน


ส่วนจะมีการไกล่เกลี่ยพูดคุยหรือไม่นั้น น.ส.รักชนก ระบุว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการ ต่อไปนี้ก็คงไม่ได้มีอะไรต้องไกล่เกลี่ย เพราะเหมือนพอจะไกล่เกลี่ยตกลงกันอีกอย่าง แล้วก็มาพูดอีกอย่าง ก็ไม่รู้จะไปสู้ตรงนั้นทำไม และไม่มีอะไรจะสื่อสารกับทนายความ ส่วนคดีที่ ศาลตลิ่งชัน ก็คงไปเจอกันที่ศาล

หวิดปะทะคารม! "ไอซ์ รักชนก“ กับ ”ทนายความสุชาติ" ที่ สน.ทองหล่อ
ยืนยันว่า หลังจากนี้ก็คงจะได้เห็นการทำงานว่ายังคงมีความเข้มข้นแบบเดิม คงไม่มีอะไรเปลี่ยน ส่วนหลายหลายคดีที่ฟ้องมาพอไปในชั้นศาลก็เป็นการติชมโดยสุจริตเพื่อความเป็นธรรมและเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนซึ่งตนเองมั่นใจมากว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมแบบนั้น


ทางด้าน นายณัฐวุฒิ เปิดเผยภายหลังเข้าไปติดตามกับพนักงานสอบสวนในคดีของนายสุชาติ ว่า เบื้องต้นทราบว่า สส.รักชนก ได้พิมพ์ลายนิ้วมือรับทราบข้อกล่าว 2 คดีแล้ว เป็นสิทธิ์เขาที่จะปฏิเสธข้อกล่าวหา ซึ่งจะทำคำให้การมาให้ภายใน 1 เดือน
และยืนยันว่า วันนี้ไม่ได้มีเจตนามาปั่นป่วน ตนเองจะมากินกาแฟตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว แต่บังเอิญฝ่ายกฎหมายแจ้งว่าเขาไม่ได้เดินทางมา แต่ตนได้ข้อมูลจากสายลับบอกว่าจะเดินทางมา 17:00 น. จึงมาติดตาม


ซึ่งพฤติกรรมของ สส.คนนี้ บอกว่า ไม่ร่วมเฟรม ตนเองบอกได้เลยว่าที่ศาลอาญาตลิ่งชัน ตนเองไม่ได้อยากร่วมเฟรมกับเขา แต่เวลาสื่อสัมภาษณ์ตนไม่ได้ยิน ซึ่งข้อความที่เขาแถลงขอโทษนายสุชาติกับในรายงานกระบวนการพิจารณาต้องตรงกัน ตนเองไม่ให้ราคากับสส. หญิงนี้

 

"ก่อนที่จะตรวจสอบคนอื่น ตรวจสอบตัวเองก่อนไหมว่าคดีที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์จะอ่านแล้ว คุณเตรียมตัวใช้ชีวิตในเรือนจำอย่างไร ควรจะดูตัวเองก่อนหรือไม่ ก่อนที่จะมาพูดหรือมาโพสต์ถ้าเรื่องนี้ สส. รายนี้ ไม่โพสต์เรื่องนี้ก็คงไม่มีการแจ้งความ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่เคยกลั่นแกล้งสส. รายนี้"

 

ส่วนกรณีที่ น.ส.รักชนก ระบุว่า การวิพากษ์วิจารณ์การทุจริตนักการเมืองต้องยอมรับได้ นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ขอถามว่า โพสต์ เถื่อน ถ่อย ชั่ว คุณว่าวิจารณ์หรือไม่ รวมถึงกรณีทุจริตรับสินบนเป็นการวิจารณ์หรือไม่ ซึ่งตนมองว่า ไม่ใช่การวิจารณ์ แต่เป็นการกล่าวหาบุคคลสาธารณะตรวจสอบได้โปร่งใสได้

 

"ยืนยันว่า นายสุชาติไม่เคยกินสินบาท คาดสินบน นายสุชาติ ไม่เคยทุจริต ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก กล้ายืนยันและคำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน"

 

และในสัปดาห์นี้ ตนเองจะยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ 219 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้เป็นการกระทำความผิดอาญา คือการกระทำที่ไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมอย่างร้ายแรง ต้องให้ ป.ป.ช. ในการไต่สวน โดยพฤติการณ์ที่จะไปยื่นก็คือคดีที่ถูกกล่าวหาในการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียล

 

นายณัฐวุฒิ ยังระบุอีกว่า อยากให้ฟังความทั้งสองฝ่าย เพราะนายสุชาติเสียหายจริงๆ นำข้อความโพสต์กระจายไปในคอมพิวเตอร์ ทำให้เกิดความเสียหายประชาชนไม่รู้ ข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย ก็มองว่า นายสุชาติเป็นคนไม่ดี แต่ความจริงนายสุชาติไม่เคยทุจริต ไม่เคยเรียกรับสินบนและไม่เคยเป็นคนถอยตามที่เขากล่าวหา