
“สส.กฤต” ลั่นไม่ต้องเชื่อผม! ยันพร้อมสู้คดีเว็บพนันในชั้นศาล ขอพิสูจน์ความจริง
“สส.กฤต” ลั่นไม่ต้องเชื่อผม! ยันพร้อมสู้คดีเว็บพนันในชั้นศาล ขอพิสูจน์ความจริงด้วยหลักฐาน ไม่ใช่กระแสสังคม
เคลื่อนไหวแล้ว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว หรือ “สส.กฤต” สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กเปิดใจชี้แจง หลังศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องในคดีเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ และนัดสอบคำให้การในวันที่ 29 ก.ย. ที่จะถึงนี้
โดย สส.กฤต ระบุว่า ที่ผ่านมาเลือกที่จะเงียบและไม่ตอบโต้ผ่านสื่อ เพราะเชื่อว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดควรพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ให้กระแสสังคมเป็นผู้ตัดสิน พร้อมย้ำว่าไม่ได้ต้องการหลีกหนี แต่กลับอยากเข้าสู่กระบวนการของศาลอย่างเต็มที่ เพื่อใช้สิทธิสู้คดีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง
“จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับคดีที่ผมตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา และขณะนี้ศาลได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องนั้น ผมรับทราบถึงความสนใจ ความกังวล ตลอดจนคำถามต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมอยู่ท่ามกลางข้อกล่าวหา ข้อสงสัย และคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมมาเป็นเวลานาน หลายครั้งผมเลือกที่จะไม่ตอบโต้ผ่านสื่อ เพราะผมเชื่อมาโดยตลอดว่า ข้อกล่าวหาควรได้รับการพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานภายใต้กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ตัดสินกันด้วยกระแสของสังคม
วันนี้ เมื่อคดีเดินมาถึงขั้นตอนของศาล ผมไม่ได้ต้องการหลีกหนีจากกระบวนการดังกล่าว ตรงกันข้าม ผมต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ เพื่อใช้สิทธิในการต่อสู้คดี นำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณา และพิสูจน์ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นกับผมต่อหน้ากระบวนการที่ผมให้ความเคารพและเชื่อมั่น สำหรับผม ศาลคือสถานที่ที่ข้อกล่าวหาและข้อเท็จจริงจะได้รับการพิจารณาตามกฎหมายและพยานหลักฐาน
ผมเชื่อมั่นในความเป็นอิสระขององค์กรศาล เชื่อมั่นว่าการพิจารณาคดีจะดำเนินไปตามหลักกฎหมายและพยานหลักฐาน โดยปราศจากการแทรกแซงจากบุคคลหรืออำนาจใดๆ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ผมต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นธรรม ผมอยากให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด ไม่ใช่ให้กระแสสังคมเป็นผู้ชี้ขาด
หากวันหนึ่งกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปจนถึงที่สุด และศาลมีคำพิพากษาออกมา ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร ผมพร้อมเคารพคำตัดสินนั้น เพราะเมื่อถึงวันนั้น คำพิพากษาของศาลจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดต่อข้อกล่าวหาและข้อสงสัยที่เกิดขึ้นกับผมมาโดยตลอด
ผมเข้าใจดีว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมย่อมต้องถูกตรวจสอบจากประชาชน และผมไม่เคยคิดว่าตำแหน่งทางการเมืองควรทำให้บุคคลใดอยู่เหนือกฎหมาย ในทางกลับกัน ผมพร้อมเข้าสู่กระบวนการเดียวกันกับประชาชนทุกคน และใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
นอกจากคดีที่ปรากฏเป็นข่าวในขณะนี้ ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมายังมีข้อครหาและข้อกล่าวหาอีกหลายประเด็นที่เกิดขึ้นกับผม ผมพร้อมเผชิญและพิสูจน์ข้อเท็จจริงในทุกเรื่องผ่านช่องทางและกระบวนการตามกฎหมายเพราะผมเชื่อว่า การตอบข้อสงสัยของสังคมที่ดีที่สุด ไม่ใช่การที่ผมออกมาประกาศด้วยตัวเองว่าผมถูกหรือผิด แต่คือการเปิดโอกาสให้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานได้รับการตรวจสอบ และให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ให้คำตอบ
วันนี้ผมจึงไม่ได้ออกมาเพื่อขอให้ทุกคนเชื่อผม และไม่ได้ออกมาเพื่อโต้เถียงกับผู้ที่ตั้งคำถามต่อผม ผมขอเพียงโอกาสในการต่อสู้และพิสูจน์ตัวเองตามสิทธิที่กฎหมายให้ไว้ ผมไม่ขอให้สังคมเชื่อผมเพียงเพราะคำชี้แจงของผมและผมก็ไม่อยากให้สังคมตัดสินผมเพียงเพราะข้อกล่าวหาที่ปรากฏในวันนี้ ขอให้พยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และกระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ให้คำตอบ เมื่อถึงวันที่กระบวนการทั้งหมดสิ้นสุดลง ผมพร้อมให้คำตัดสินของศาลเป็นคำตอบต่อทุกข้อสงสัยของสังคม
ผมยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เชื่อมั่นในความเป็นอิสระขององค์กรศาล และพร้อมเดินเข้าสู่กระบวนการนั้นอย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความจริง ไม่ใช่ด้วยคำพูดของผม แต่ด้วยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อหน้าศาล”



