ข่าว

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด "ชาญ พวงเพ็ชร์" กับพวก ซื้อเครื่องออกกำลังกาย แพงเกินจริง

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด "ชาญ พวงเพ็ชร์" กับพวก ซื้อเครื่องออกกำลังกาย แพงเกินจริง

11 ส.ค. 2569

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด "ชาญ พวงเพ็ชร์" อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี กับพวก คดีซื้อเครื่องออกกำลังกาย แพงเกินจริง กว่า 45 ล้านบาท

11 ส.ค. 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีสำคัญ กรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ
 

กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายชาญ พวงเพ็ชร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กับพวก กรณีตั้งงบประมาณและกำหนดราคากลางจัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 - 2556 สูงกว่าราคาในท้องตลาดเป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้รับความเสียหาย เป็นเงินประมาณทั้งสิ้น 44,574,012 บาท
 

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 นายชาญ พวงเพ็ชร์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้แจ้งให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปทุมธานีเสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และปรับปรุงคุณภาพชีวิตในด้านต่าง ๆ ตามแบบที่กำหนด โดยให้เสนอโครงการภายในวงเงินคนละ 5,000,000 บาท ปรากฏว่าสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน 10 ราย ได้เสนอโครงการ รวม 8 โครงการ รวมเป็นเงิน 10,500,000 บาท
 

ต่อมา นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้สั่งการให้นำโครงการบรรจุไว้ ในแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ. 2555 - 2557) และกำหนดไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ทั้งที่ไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาของราคาในการจัดทำงบประมาณ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 แต่อย่างใด 

แต่ปรากฏว่านายสถาพร ผู้อำนวยการกองช่าง ในฐานะเจ้าของงบประมาณ ได้มอบหมายให้นายประเทือง วิศวกรโยธา 8 วช สังกัดกองช่าง เป็นผู้ประมาณการราคา โดยมิได้มีการสืบราคาพัสดุครุภัณฑ์ให้ถูกต้อง ตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/ว 1989 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552 แต่เป็นราคาที่นายประเทือง ได้นำราคาของเครื่องออกกำลังกายที่เคยจัดซื้อเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 - 2554 ในราคาชุดละประมาณ 500,000 บาท มาใช้ในการประมาณการราคา ทั้งที่มีรายละเอียดคุณลักษณะไม่เหมือนกัน ไม่สามารถนำราคาที่เคยจัดซื้อมาเปรียบเทียบเพื่อประมาณการราคาได้


นอกจากนี้ ในขั้นตอนการจัดซื้อก็ไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง เพื่อทำการสืบราคาตามระเบียบกระทรวง มหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง ดังที่ระบุไว้ในรายงานการขอซื้อขอจ้างแต่อย่างใด


ต่อมานายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้อาศัยราคาดังกล่าว ในการอนุมัติให้จัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย จำนวน 3 สัญญา เป็นเงินจำนวน 28,038,000 บาท

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ปรากฏว่าสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน 13 ราย ได้เสนอโครงการ จำนวน 13 โครงการ รวมเป็นเงิน 34,500,000 บาท 


ต่อมา นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้สั่งการให้นำโครงการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ. 2555 - 2557) และกำหนดไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ทั้งที่ไม่มีเอกสารแสดงแหล่งที่มาของราคาในการจัดทำงบประมาณ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 แต่อย่างใด 
 

แต่ปรากฏว่านายสถาพร ผู้อำนวยการกองช่าง ในฐานะเจ้าของงบประมาณ ได้มอบหมายให้นายประเทือง วิศวกรโยธา 8 วช สังกัดกองช่าง เป็นผู้ประมาณการราคา โดยมิได้มีการสืบราคาพัสดุครุภัณฑ์ให้ถูกต้องตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.2/ว 1989 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552 แต่เป็นราคาที่นายประเทือง ได้นำราคาของเครื่องออกกำลังกายที่เคยจัดซื้อเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 - 2555 ในราคาชุดละประมาณ 500,000 บาท มาใช้ในการประมาณการราคา ทั้งที่มีรายละเอียดคุณลักษณะไม่เหมือนกัน ไม่สามารถนำราคาที่เคยจัดซื้อมาเปรียบเทียบเพื่อประมาณการราคาได้
 

นอกจากนี้ ในขั้นตอนการจัดซื้อ ก็ไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง เพื่อทำการสืบราคาตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง ดังที่ระบุไว้ในรายงานการขอซื้อขอจ้างแต่อย่างใด ต่อมานายชาญ  พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้อาศัยราคาดังกล่าวในการอนุมัติให้จัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย จำนวน 9 สัญญา เป็นเงินจำนวน 46,080,500 บาท 


ทั้งนี้ รวม 2 ปีงบประมาณ จำนวน 12 สัญญา (151 ชุด) เป็นเงินทั้งสิ้น 74,118,500 บาท 


ต่อมาในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2557 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ทำการตรวจสอบ โดยสืบราคาเครื่องออกกำลังกายจากผู้จำหน่ายเครื่องออกกำลังกายภายในจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 3 ราย โดยระบุประเภทและคุณลักษณะ เช่น ความกว้าง ความยาว ความสูง ความหนาของเหล็ก


และคุณภาพของสีที่ใกล้เคียงกับเครื่องออกกำลังกาย ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จัดซื้อในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 – 2556 รวม 12 สัญญา (151 ชุด) พบว่าเครื่องออกกำลังกายมีค่าเฉลี่ยราคาประมาณชุดละ 195,658.86 บาท แต่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีกลับจัดซื้อในราคาประมาณชุดละ 500,000 บาท สูงกว่าราคาตลาดหรือราคาท้องถิ่น ถึงประมาณชุดละ 304,341.14 บาท เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้รับความเสียหาย เป็นเงินประมาณทั้งสิ้น 44,574,012 บาท

 

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้

 

1.การกระทำของนายชาญ พวงเพ็ชร์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 77


2. การกระทำของนายสถาพร และนายประเทือง มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนนายชาญ พวงเพ็ชร ตามฐานความผิดดังกล่าว และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
 

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ หรือดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ