ข่าว

"สถานทูตจีน" ตอกกลับ "ไต้หวัน" บิดเบือนขัดขวางความสัมพันธ์ไทย-จีน

"สถานทูตจีน" ตอกกลับ "ไต้หวัน" บิดเบือนขัดขวางความสัมพันธ์ไทย-จีน

24 ก.ค. 2569

​"ทูตจีน" ซัดไต้หวันบิดเบือนปมแถลงการณ์ร่วมไทย-จีน เมินเสียงประท้วงชักใยทางการเมือง ย้ำชัดรัฐบาลไทยยึดมั่น "นโยบายจีนเดียว" เสมอมา

กรณีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไต้หวันออกแถลงการณ์แสดงความประท้วงต่อเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นไต้หวันในแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย 

 

24 ก.ค. 2569 โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยชี้แจงว่า ด้วยการมุ่งสู่ประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อความเจริญรุ่งเรือง ผ่านเฟสบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

โดยระบุว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งที่มิอาจแบ่งแยกออกจากดินแดนของจีน ฝ่ายจีนคัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการที่ไต้หวันบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความสับสนต่อสาธารณชนและชักใยทางการเมือง ความพยายามใดๆ ที่จะขัดขวางความสัมพันธ์ที่ฉันมิตรระหว่างจีน–ไทยนั้น จะไม่มีทางสำเร็จ

 

 

หลักการจีนเดียวเป็นหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป เป็นฉันทามติร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ และยังเป็นพื้นฐานทางการเมืองและเงื่อนไขสำคัญสำหรับการสถาปนาและพัฒนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกับประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน

 

ทั้งนี้ จีนและไทยได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทย เมื่อปี ค.ศ. 1975 โดยรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยรับรองว่ารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายเพียงรัฐบาลเดียวของจีน รับรองจุดยืนของรัฐบาลจีนที่ว่ามีจีนเพียงประเทศเดียว และไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งที่มิอาจแบ่งแยกออกจากดินแดนของจีน

 

ถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับประเด็นไต้หวันในแถลงการณ์ร่วมจีน–ไทยครั้งนี้ สะท้อนถึงจุดยืนที่รัฐบาลไทยยึดมั่นในนโยบายจีนเดียวมาโดยตลอด และสะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของทั้งสองฝ่ายในการร่วมกันธำรงรักษาพื้นฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน–ไทย

 

ฝ่ายจีนเชื่อว่ารัฐบาลไทยจะยึดมั่นในนโยบายจีนเดียวอย่างแน่วแน่ต่อไป และให้การสนับสนุนจีนอย่างมั่นคงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลักและข้อกังวลสำคัญของจีน ฝ่ายจีนยินดีร่วมกับฝ่ายไทยผลักดันการสร้างประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศให้ดียิ่งขึ้น