
กกต. โต้กลับ "ไอติม-ยิ่งชีพ" กดดัน เเกนนำพรรคภูมิใจไทย บี้หวดฮั้วสว. 229 คน
กกต. เดือด จ่อฟันกลับ "ไอติม-ยิ่งชีพ" กดดันองค์กรอิสระหลังควงแขนยื่นวิปฝ่ายค้าน เชือด 9 แกนนำภูมิใจไทยเอี่ยวฮั้ว สว.
จากกรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว. ให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน)เพื่อตรวจสอบเอาผิดเเกนนำบางพรรคที่ร่วมกระทำผิดการฮั้วสว.
โดย นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ได้เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานตั้งแต่ปี 2568 แต่ยังไม่มีความคืบหน้า นอกจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะทำหน้าที่พิจารณาเรื่องนี้แล้ว ตนมองว่าฝ่ายค้านสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเป็นหลัก เพราะมีบุคคลสำคัญในรัฐบาลจำนวนมากตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ด้วยและมีโอกาสที่จะลอยนวลด้วยน้ำมือของกกต. ตนจึงนำข้อมูลมาเสนอต่อวิปฝ่ายค้านเพื่อขอให้ช่วยกันตรวจสอบรัฐบาล สำหรับข้อมูลที่นำมายื่นกับวิปฝ่ายค้านวันนี้ มีข้อมูลของรัฐมนตรีและสส.รวม 9 คน สังกัดพรรคภูมิใจไทยร่วมกระทำผิด
นายพริษฐ์ กล่าวว่า การฮั้วสว.เป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง ข้อมูลบางส่วนของนายยิ่งชีพสอดรับกับข้อมูลที่พยานได้พูดในเวทีเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะหลักฐานคดีฮั้ว สว.”เวทีของวิปฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ดังนั้นวิปฝ่ายค้านจะรับมาดำเนินการต่อไปยืนยันว่ากระบวนการนี้ เป็นกระบวนการที่คาดว่าจะมีเครือข่ายนักการเมือง และพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง และขอให้สังคมร่วมกันจับตาคือการตรวจสอบไม่ให้ กกต. ตัดตอนให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาล ซึ่งขบวนการตัดตอนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การที่กกต. ยกคำร้องทั้ง 229 คนนั้น
เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต. เเจ้งว่า การเคลื่อนไหวของนายยิ่งชีพเเละนายพริษฐ์รวมทั้งสว.อิสระ สว.สำรอง นักวิชาการบางส่วนในกรณีข้างต้นนั้นเสมือนกดดันการพิจารณาของคณะกรรมการกกต.ทั้งเจ็ดคน เเละกรณีล่าสุดทั้งสองคนคือนายพริษฐ์เเละนายยิ่งชีพมีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายหลายข้อ เช่นกล่าวหาว่ากกต.อยู่ใต้ระบอบสีน้ำเงินเเละการกดดันกกต.ว่าควรตัดสินเอาผิด 229 คน
โดยยึดมติคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ที่ระบุว่าต้องชี้มูลความผิด229คนในการฮั้วสว. โดยไม่ต้องนำมติคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. จำนวน 229 คนนั้นให้ตีตกคำร้อง
เเหล่งข่าวจา กกกต.กล่าวว่า กรณีเวทีเสวนาวันที่12กค.ที่ผ่านมา มีการนำพยานคืออดีตผู้สมัคร สว.สี่คนจากสี่จังหวัดมาเปิดเผยข้อมูลในเวทีเสวนาดังกล่าวนั้น กรณีนี้อาจผิดกฎหมายเพราะพบว่าพยานบางคนในวันนั้น ตอนเเรกให้การกับกกต.เเละดีเอสไออีกอย่างหนึ่ง ต่อมาพยานคนนั้นก็มาขอกลับคำให้การเเละนำข้อมูลไปเผยเเพร่ในเวทีเสวนาดังกล่าวเเละยังพบว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมาพยานบางคนก็ยังไปลงสมัครเลือกตั้งสส.กับบางพรรค ตรงนี้น่าพิจารณาว่าอาจมีการกระทำเป็นขบวนการในการดิสเครดิตเเละกดดันกกต.ให้วินิจฉัยตามความต้องการของนายยิ่งชีพ นายพริษฐ์เเละพวกเท่านั้น
เเหล่งข่าวเเจ้งว่า กรณีนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้งให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา ว่า ขณะนี้การพิจารณาคดีมีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คนจะสามารถลงมติในคดีดังกล่าวได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพราะได้มีการพิจารณาไปเยอะแล้ว แต่ตอนนี้เราทำตามใจที่เราคิดทุกอย่างไม่ได้ เพราะมีกฎหมายให้เราใช้ในการพิจารณาอยู่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานนั้น ตรงนี้ชัดเจนว่ากกต.พิจารณาคดีฮั้วสว.รอบคอบ ยึดหลักกฎหมายเเละตัดสินตามพยานหลักฐาน เเละเเม้มติคดีฮั้วสว.จะออกมาเเบบใด กกต.มีโอกาสที่จะถูกบางฝ่ายนำไปฟ้องร้องในอนาคต
เเหล่งข่าว กล่าวว่า กกต.พิจารณากรณีนี้รอบคอบเเละไม่ได้อยู่ในสังกัดพรรคใด/ระบอบสีน้ำเงินตามที่บางฝ่ายกล่าวหาในตอนนี้ เพราะหากมองขั้นตอนเเละโครงสร้างคณะกรรมการสรรหาบุคคลที่จะมาเป็นกรรมการองค์กรอิสระก่อนที่จะส่งผู้ที่ผ่านการสรรหาไปให้สว.ตรวจสอบเเละลงมติตามรัฐธรรมนูญนั้น คณะกรรมการสรรหามี 9 คน ประกอบด้วย 1. กรรมการโดยตำแหน่ง (ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ) จำนวน 4 คน ประธานศาลฎีกา เป็น ประธานกรรมการ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็น กรรมการ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็น กรรมการ ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ 2.กรรมการจากศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ (ระบบเวียนกัน) จำนวน 5 คน เป็นกรรมการ
เเหล่งข่าว กล่าวว่า พบว่าการเลือกตั้งสส.ปี2562-2566-2569 นั้นพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล พรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน เเต่การเลือกตั้งสส.ปี2566เเละ2569 หลังจากพรรคก้าวไกลโดนยุบพรรคเเละก่อตั้งเป็นพรรคประชาขน พบว่าหัวหน้าพรรคประชาชนได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้เเทนฯ ดังนั้นหัวหน้าพรรคประชาชนจึงเป็นหนึ่งในเก้าคนของคณะกรรมการสรรหาฯเเละมีสิทธิลงคะเเนนเช่นกัน ดังนั้นการสรรหาเเละลงมติเลือกกรรมการในองค์กรอิสระมีการกลั่นกรองตามขั้นตอนเเละไม่ถูกบางพรรค/ระบอบสีน้ำเงิน/สว.ครอบงำตามที่บางฝ่ายกล่าวหา
“อย่าลืมว่าไอลอว์ใกล้ชิดกับพรรค/กลุ่มการเมืองใดในตอนนี้ เเละพรรคประชาชนมีข้อกล่าวหาว่าอาจกระทำกฎหมายเลือกตั้งสส.เเละอาจโดนยุบพรรค กรรมการบริหารพรรคอาจโดนตัดสิทธิทางการเมือง คือกรณีพรรคประชาชนขอข้อมูลเลเซอร์ไออีหลังบัตรประชาชนจากสมาชิกพรรคเเละยังไม่ได้รับการอนุญาตให้เชื่อมข้อมูลกับกรมการปกครอง แต่พรรคอ้างว่าไม่ได้เก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ก็ตาม กรณีนี้เเกนนำบางคนในพรรคประชาชนจึงออกมากดดันการทำงานของกกต.ก็เป็นได้“เเหล่งข่าวระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อนึ่งช่วงการรณรงค์การรับสมัครบุคคลเข้าสมัครรับการสรรหาเป็นสว.นั้นพบว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เเละอดีตหัวหน้าพรรคอนาตตใหม่ได้จัดกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ชุดใหม่ในปี 2567 ส่วนนายยิ่งชีพเเละเว็บไซต์ไอลอว์นั้นได้ติดตามการสมัครสว.ในตอนนั้นเเละพบว่าบางกลุ่มเมือง/บางพรรคก็ส่งผู้สมัครสว.ด้วยเเต่จำนวนมากไม่ผ่านการสรรหา



