
"สุชาติ" ยึดคืนหาดนุ้ยนายทุนรุกป่า มูลค่า 2 พันล้าน พร้อมเปิดหลักฐานมัดเก็บเงิน นทท. เข้าหาด
"รมว.ทส." นำทีมรื้อ 50 สิ่งปลูกสร้างรุกป่าสงวนหาดนุ้ยมูลค่าเกือบ 2,000 ล้าน แฉกลโกงเก็บค่าเข้าหลักร้อย จ่อชง ปปง. เช็กบิลเส้นทางเงิน
21 ก.ค. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำกำลังเจ้าหน้าที่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณหาดนุ้ย ป่าเทือกเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จำนวน 50 รายการ เช่น บ้านพัก เพลิงพัก ห้องน้ำ จุดชมวิว ร้านอาหาร โดยอดีตมีไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและเรียกเก็บค่าเข้าหาด ซึ่งมีนายสิงหาแสดงตัวเป็นผู้ครอบครอง
ขณะที่วันนี้ตัวแทนนายสิงหา ยืนยัน ไม่ได้เก็บค่าผ่านทางลงหาดนุ้ย แต่เป็นการเก็บค่าให้บริการต่างๆในพื้นที่ของนายสิงหา ที่อ้างเป็นผู้ครอบครองเท่านั้น ไม่ได้บุกรุกพื้นที่หาดแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่มีคลิปและภาพหลักฐานบางส่วน ที่ยืนยันว่า มีการเก็บค่าผ่านทางเข้ามาที่หาดนุ้ย โดยชาวต่างชาติคนนี้ได้ถ่ายคลิป รีวิว พูดถึงการมาหาดนุ้ยไว้ว่า เป็นหาดส่วนตัวที่สวยและเงียบสงบมาก มีร้านอาหาร มีห้องน้ำ ดีมาก ๆ ค่าเข้าแค่คนละ 300 บาทเท่านั้น
ซึ่งการพูดถึงจำนวนเงินของชาวต่างชาติรายนี้ เป็นการยืนยันว่า ค่าเข้ามาที่หาด 300 บาท ค้านสิ่งที่ตัวแทนผู้มอบอำนาจที่ระบุว่า เป็น เงินค่าบริการสาธารณูปโภคเพียง 100 บาท
นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้หลักฐานจากการสืบสวนเพิ่มเติมด้วย เป็นหลักฐานสลิปโอนเงินค่าเข้าหาดนุ้ย ชื่อบัญชีปลายทาง ระบุเป็นชื่อของ นายสิงหา ผู้ที่ถูกกล่าวหาบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งสลิปที่ทีมข่าวได้รับมามีทั้งโอนเข้าไปในจำนวนเงิน 550 บาท และ 600 บาท เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาด้วย ชี้ให้เห็นว่า การจ่ายเงินดังกล่าว ไม่ใช่แค่ 100บาท ในการจ่ายค่ายริการสาธารณูปโภค ตามการกล่าวอ้าง
ภายหลังจากตรวจสอบพื้นที่ นายสุชาติ ระบุว่า หาดนุ้ยแห่งนี้มีนายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน 18 ไร่ มูลค่าไร่ละ 100 ล้าน ราคาประมาณเกือบ 2,000 ล้านบาท เฉพาะมูลค่าที่ดินโดยที่ไม่ต้องลงทุน แต่สามารถครอบครองที่ดินและสามารถทำธุรกิจได้ มีสิ่งปลูกสร้าง 50 รายการ เป็นของนายทุนคนเดียวไม่มีกลุ่มอื่น ซึ่งคิดดูว่า มีอำนาจขนาดนั้นเลยหรือ
โดยหลังจากนี้จะมอบหมายให้รองปลัด ทส. ดำเนินการ ยื่น ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก่อนพิจารณายึดอายัดทรัพย์ เพราะนายทุนเก็บรายได้จากหาดนุ้ยมาหลายปี ก็ต้องเอากลับมาคืนสู่เงินของหลวง
ส่วนที่นายทุนยื่นศาลปกครองให้ไตร่สวนฉุกเฉิน เพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองนั้น นายสุชาติ ระบุว่า อีกฝ่ายมีสิทธิ์ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยใช้อำนาจมาตรา 25 ถ้าเราไม่ทำวันนี้ ก็จะมีผู้ไปฟ้องเจ้าหน้าที่ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคนเหล่านั้นเป็นข้าราชการของผม
"ถ้าผมกังวลก็คงไม่มาที่นี่ เขาต่อสู้เขาคิดว่า เขาชนะ คิดว่าไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ไม่มีใครกล้าทำอะไร แต่เขาลืมไปว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นคนสตูล คนใต้ ผมก็เป็นรัฐมนตรีมาตั้งหลายรัฐบาลแล้ว ก็ไม่ได้สนใจใครอยู่แล้ว เราตั้งใจอย่างเดียว เรารู้สึกไม่เชื่อจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ รายเดียวยึดครองสิ่งปลูกสร้าง 50 รายการ เก็บเงินไปเท่าไหร่ ค่าลง 300 บาท ยืนยันไม่ได้กลัว เพราะนายกฯ ยืนอยู่ข้างหลัง และท่านกำชับติดตามว่ารื้อถอนได้หรือยัง"
นายสุชาติ ยังกล่าวต่อว่า ครั้งนี้นำเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ที่หาดนุ้ยเป็นชุดเฉพาะกิจ เพื่อควบคุมพื้นที่จริงจัง ไม่ปล่อยให้ ใครกลับมายึดแผ่นดินที่ดินของประชาชนอีก เนื่องจากในปี 2562 เราเคยรื้อไปแล้วรอบนึง แต่เราไม่มีกำลัง มาอยู่ในพื้นที่ ทำให้นายทุนกลับมาอีกรอบ
ทั้งนี้ นายสุชาติ ระบุว่า การยึดคืนผืนป่า ไม่ได้ดูแค่จังหวัดภูเก็ตเท่านั้น แต่เราจะทำเป็น "ภูเก็ตโมเดล" เริ่มจากที่นี่ เพราะเป็นจังหวัดที่ยากที่สุด ต้องเอาของยากก่อนเพื่อที่ไปจังหวัดอื่นๆ
เมื่อถามว่ากลัวหรือไม่กลัว แม้กระทั่งเรือประมง หาปลา เข้าพื้นที่กลุ่มนายทุนยังเอาอาวุธปืนไล่ยิง นายสุชาติ กล่าวว่า นายกฯ ข้อสั่งการและยืนอยู่ ข้างหลังพวกตน ถ้าตนทำไมได้ ตนเป็นรัฐมนตรีทำไม ต้องกลับไปอยู่บ้าน ปลดเกษียณตัวเอง เมื่อไรที่ตนและรมช.มหาดไทย ไม่สามารถทำตามข้อสั่งการหรือเอาแผ่นดิน ที่ดิน ซึ่งเป็นของหลวงของประเทศชาติของประชาชน คืนจากกลุ่มทุนหนือกลุ่มผู้บุกรุกไม่ได้หรือจะเอาหน้าไปไว้ไหนกัน
ทั้งนี้ในพื้นที่ภูเก็ตยังมีอีก 300 แห่งอย่างต่ำ มีอีกหลายแปลง ที่จะต้องพิสูจน์ ซึ่งมีการบุกรุกพื้นที่ป่าและสร้างสิ่งปลูก สร้าง เรียกเก็บเงินยังมีอีกเป็น 10แห่ง โดยมีผู้ประกอบการบางแห่งดำเนินการรื้อถอนเองแล้ว เพราะเป็นห่วงทรัพย์สินตัวเอง หลังจากยึดคืนพื้นที่ได้นั้น จะมีป่านันทนาการครอบคลุม 540 ไร่ในพื้นที่ภูเก็ต
สำหรับพื้นที่ภายหลังการรื้อสิ่งปลูกสร้างแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ พร้อมพัฒนาเป็นพื้นที่ป่านันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างยั่งยืน



