
มือสืบระดับพระกาฬ! "พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์" แคนดิเดต ผบ.ตร.
ชวนทำความรู้จัก มือสืบสวนระดับพระกาฬ! "พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์" แคนดิเดต ผบ.ตร. คนที่ 16 ผู้ปิดคดีดังมาเพียบ
สมรภูมิการชิงเก้าอี้ผู้นำสูงสุดหรือ "พิทักษ์ 1" คนที่ 16 องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ท่ามกลางรายชื่อแคนดิเดตที่ล้วนโดดเด่นและเต็มไปด้วยนายตำรวจสายบริหารจัดการเชิงโครงสร้าง รวมถึงสายบู๊ที่เชี่ยวชาญการคุมกำลังเชิงยุทธวิธี
ทว่าในหน้าประวัติศาสตร์การกวาดล้างอาชญากรรม ยังมีอีกหนึ่งขุนพลระดับตำนานที่เปรียบเสมือน "มันสมองและเขี้ยวเล็บ" ด้านการแกะรอยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งไม่อาจมองข้ามได้ นั่นคือ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ หรือที่แวดวงสีกากีมักคุ้นเคยกันในนาม “บิ๊กแมน”
ปัจจุบัน พล.ต.อ.อิทธิพล กุมบังเหียนในตำแหน่ง จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) และก้าวเข้าสู่สนามการคัดเลือกในฐานะแคนดิเดตอาวุโสอันดับ 4 สิ่งที่ทำให้ "บิ๊กแมน" แตกต่างและกลายเป็นตัวแปรสำคัญในศึกครั้งนี้ คือการพกพาโปรไฟล์ "ชั้นเซียน" ในมิติของ “งานสืบสวนสอบสวน” ที่หยั่งรากลึกมาตลอดชีวิตราชการ เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้บริหารระดับสูงที่นั่งสั่งการอยู่บนหอคอยงาช้าง แต่คืออดีตนักสืบที่ลงพื้นที่คลุกคลีกับพยานหลักฐาน กัดไม่ปล่อยต่อทุกเบาะแส และริเริ่มการนำหลักนิติวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาผสานกับสัญชาตญาณนักล่า
ด้วยคุณสมบัติที่ผ่านการหล่อหลอมจากการไขคดีประวัติศาสตร์ที่มืดมนที่สุดของประเทศมานับไม่ถ้วน ทำให้ชื่อของ พล.ต.อ.อิทธิพล ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากทั้งเพื่อนร่วมอาชีพและผู้ใต้บังคับบัญชา ว่าเป็น "มือสืบสวนพระกาฬ" ที่มีความพร้อมเต็มเปี่ยมในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทัพ เพื่อกอบกู้ศรัทธาและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการอำนวยความยุติธรรมขององค์กรสีกากีในยุคหัวเลี้ยวหัวต่อนี้
พล.ต.อ.อิทธิพล เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2512 (ปัจจุบันอายุ 57 ปี และจะเกษียณอายุราชการในปี 2572) เป็นอดีตนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 43
เบื้องหลังความเฉียบคมในการทำงานของ "บิ๊กแมน" ไม่ได้มาจากการลงพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับการหล่อหลอมจากพื้นฐานการศึกษาและการฝึกอบรมระดับสูงที่ครอบคลุมทั้งด้านอาชญาวิทยา นิติธรรม และการบริหารจัดการ ดังนี้
* ระดับปริญญาตรี: รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (ตร.) โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 43
* ระดับปริญญาโท: สังคมศาสตร์มหาบัณฑิต (อาชญาวิทยาและงานยุติธรรม) มหาวิทยาลัยมหิดล
* หลักสูตรเฉพาะทางระดับสากล: หลักสูตรการรวบรวมข่าวกรองหลังเหตุระเบิด ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
* หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงและวิสัยทัศน์:
* หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65
* หลักสูตรบริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บยส.) รุ่นที่ 24
* หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน (หลักสูตร วตท.) รุ่นที่ 25
* หลักสูตรการบริหารการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมภาครัฐร่วมเอกชน (บรอ.) รุ่นที่ 5
* หลักสูตรบริหารงานตำรวจชั้นสูง (บตส.) รุ่นที่ 35
* หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) รุ่นที่ 14
* หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารมืออาชีพทางการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ รุ่นที่ 6
ด้วยอายุราชการที่ยาวนานถึง 36 ปี "บิ๊กแมน" เติบโตมากับสายงานสืบสวนอย่างฝังรากลึก โดยเริ่มต้นชีวิตราชการในปี 2533 ที่ สภ.อ.เชียงยืน ก่อนจะขยับเข้าสู่หน่วยสืบสวนระดับแนวหน้าอย่างกองปราบปราม และสั่งสมประสบการณ์ในหลากหลายพื้นที่ ทั้งการเป็นหัวหน้าชุดสืบสวน สภ.อ.เมืองสมุทรปราการ และผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต
จากนั้นผลงานได้ผลักดันให้ก้าวเข้าสู่พื้นที่เมืองหลวง เป็นแกนหลักในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไล่เรียงตั้งแต่ ผกก.สส.บก.น.8 ไปจนถึงตำแหน่งสำคัญอย่าง ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) และรอง ผบช.น. ก่อนจะขยายขีดความสามารถไปสู่การบริหารระดับประเทศในฐานะ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.), ผู้ช่วย ผบ.ตร. และก้าวขึ้นเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ในปัจจุบัน
สิ่งที่ทำให้ พล.ต.อ.อิทธิพล เป็นที่เกรงขามในแวดวงอาชญากรรม คือการเป็นมือสืบสวนที่ปิดแฟ้มคดีประวัติศาสตร์ของไทยมานับไม่ถ้วน ในด้านคดีความมั่นคงและอาชญากรรมร้ายแรง เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการแกะรอยคดีลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า (ปี 2560) จนจับกุมนายวัฒนา ภุมเรศได้สำเร็จ
รวมถึงการคลี่คลายคดีระเบิดป่วนกรุงในปี 2562 นอกจากนี้ ยังเป็นขุนพลนำทีมไขคดีสะเทือนขวัญ ทั้งคดีฆ่ายกครัว 8 ศพที่จังหวัดกระบี่ (จับกุมบังฟัต), คดี "ผอ.กอล์ฟ" กราดยิงชิงทองลพบุรี, คดี พ.ต.ท.บรรยิน อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ไปจนถึงการลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานในโศกนาฏกรรมไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาจนนำไปสู่การดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง
ในปฏิบัติการไล่ล่า "เสี่ยแป้ง นาโหนด" (ปี 2566) พล.ต.อ.อิทธิพล เป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญที่ลงพื้นที่บัญชาการชุดปฏิบัติการพิเศษและหน่วยสืบสวน ปูพรมไล่ล่าและปิดล้อมเทือกเขาบรรทัด เพื่อกดดันนักโทษชายคดีอุกฉกรรจ์ที่หลบหนีการควบคุม ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านยุทธวิธีและการสืบสวนในภูมิประเทศที่ยากลำบากอย่างสูง
ไม่เพียงแต่งานอาชญากรรมทั่วไป ในด้านการปราบปรามยาเสพติด "บิ๊กแมน" ได้นำทีมทลายเครือข่ายใหญ่ยึดยาบ้าล็อตมหึมากว่า 10.3 ล้านเม็ดที่บางพลี จับกุมแก๊ง "ดอนช่า" และสกัดการซุกซ่อนยาเสพติดในรูปแบบต่างๆ ขณะเดียวกันยังเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
ทั้งการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์สูญเงินกว่า 100 ล้านบาท ทลายโรงงานผลิตยาปลุกเซ็กซ์เถื่อน และที่สร้างเสียงฮือฮาคือการเป็นแกนนำสืบสวนจับกุมขบวนการล้มบอลไทยลีก และคดีจ้างล้มมวย ซึ่งช่วยล้างบางวงการกีฬาไทยให้โปร่งใสขึ้น
พล.ต.อ.อิทธิพล ยังมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการปราบปรามอาชญากรรมระดับนโยบาย โดยเป็นคณะทำงานในศูนย์ปฏิบัติการสำคัญ ทั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ศปปง.ตร.) เพื่อสกัดกั้นท่อน้ำเลี้ยงคนร้าย
นอกจากนี้ยังริเริ่มโครงการ Siam CSI Challenge เพื่อพัฒนาศักยภาพตำรวจพิสูจน์หลักฐานและนักสืบยุคใหม่ให้เทียบเท่าสากล ซึ่งความทุ่มเททั้งหมดนี้ได้รับการการันตีด้วยโล่ผู้นำองค์กรดีเด่น CEO LEADER AWARD 2017 และโล่ผลงานยอดเยี่ยมจาก ป.ป.ส.
ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนในการต่อจิ๊กซอว์คดีที่ซับซ้อนที่สุด ผสมผสานกับการนำนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการทำงานอย่างเป็นระบบ ทำให้ชื่อของ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดต ผบ.ตร. ที่ทรงพลัง แข็งแกร่ง และมีความพร้อมสูงสุดในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ



