
“ปกรณ์” ตั้งทีมสอบ 'โกงสอบ' ก่อนรายงานนายกฯ ชง แก้กฎหมายอุดช่องทุจริต
“ปกรณ์” ตั้งทีมสอบโกงสอบ อปท. รวบข้อมูลก่อนรายงานผลนายกฯ รอบแรก 15 ก.ค.2569 ชง เชือดจริยธรรม จ่อ พิจารณาเสนอแก้กฎหมายอุดช่องทุจริต
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ครั้งที่ 1 ว่า เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ 30 วัน โดยรายงานแรกจะออกก่อนวันที่ 15 ก.ค. และรายงานที่ 2 จะออกประมาณวันที่ 17 ก.ค.2569
ส่วนกระบวนการทำงาน วันนี้มี ตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ,นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขา ปปท. ,นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาฯ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ( กพร.) และ นายนพดล เภรีฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา , รองเลขาฯ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปงป)
ได้ข้อว่าจะตั้งคณะทำงาน เนื่องจากในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตำรวจสอบสวนกลางและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง ก็จะให้ตำรวจเป็นหัวหน้าคณะทำงานในการดำเนิการตรวจสอบ
นายปกรณ์ ระบุว่า เรื่องนี้ไม่ต้องเสียเวลาประชุมนานเพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไรกันบ้าง พร้อมย้ำว่า การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเรื่องสำคัญในการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กำหนดไว้ใช้เจนในรัฐธรรมนูญ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการกระจายอำนาจ ซึ่งต้องโปร่งใสชัดเจน ใครที่ทำไม่ดีต้องจัดการให้พ้นจากระบบ
ส่วนการดำเนินคดีอาญา ปปช. ดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนเรื่องวินัย กระทรวงมหาดไทยเป็นคนดำเนินการ
ดังนั้นคณะกรรมการชุดนี้ ก็มาดูว่ามีช่องว่าตรงไหน และดูเรื่องการประพฤติผิดจริยธรรมเป็นหลัก ในส่วนของข้าราชที่เกี่ยวข้อง ซึ่ฝเป็นเรื่องสำคัญ โดยเราต้องกำจัดคนที่ขาดจริยธรรมให้ออกจากระบบให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เข้าสู่การเมือง โดยตนได้มอบหมายให้ผลัดสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการ นำเรื่องเข้าไปหารือในคณะกรรมการกระจายอำนาจ เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ไม่สุริตเข้ามาในระบบ
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ เลขา กพร. ไปดูข้อกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานจริยธรรม ว่าสามารถทำอะไรได้บ้างในการจัดการกับคนที่ไม่มีจริยธรรมพวกนี้ ซึ่งคณกรรมการชุดนี้จะรวบรวมรายงานและส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อไป
รวมทั้ง การเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ส่วนรายงานชื่อ 5,000 คนต้องออกจากราชการเลยหรือไม่ต้องรอจ้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย มาประกอบการพิจารณา แต่เราไม่ได้มีอำนาจไปวินิจฉัย เนื่องจากเป็นอำนาจของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (กสถ.)
โดยคณะกรรมการชุดนี้จะรวบรวมข้อมูลรายงานต่อนายกรัฐมนตรี และให้นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป



