
เล็ง! ปรับเกณฑ์เออรี่รีไทร์ ขรก.พลเรือน เริ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป
'ปกรณ์' เล็งปรับเกณฑ์เออรี่รีไทร์ ขรก.พลเรือน 40 ปีขึ้นไป รื้อสวัสดิการข้าราชการ กางแผนสังคายนาทัพสีกากี ล็อกเป้าธุรการ-เสมียน ดึง ‘ประกันสุขภาพ’ เสียบแทน เริ่มปีงบ 70 ผ่าทางตันงบบวม!
(7 ก.ค. 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงนโยบายช็อกวงการสีกากี หลังมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ร่วมกับ ก.พ.ร. เดินหน้าศึกษามาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ "เออร์ลี่รีไทร์" (Early Retirement) ให้มีผลบังคับใช้แบบเร่งด่วนทันทีภายในปีงบประมาณ 2570 เพื่อตอบรับนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา
นายปกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันตัวเลขรายจ่ายประจำของภาครัฐมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล บำเหน็จและบำนาญ รวมกันกลืนกินงบประมาณแผ่นดินไปสูงมากกว่า 70% ส่งผลให้รัฐบาลเหลือเม็ดเงินไปลงทุนพัฒนาประเทศและช่วยประชาชนได้น้อยลง จึงจำเป็นต้องลดขนาดและปรับภาพลักษณ์องค์กรผ่านระบบสมัครใจ
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การ "ทลายกรอบอายุเก่า" ที่จากเดิมระบุว่าต้องอายุ 55 ปีขึ้นไป หรือเหลืออายุราชการไม่น้อยกว่า 2 ปี โดยนายปกรณ์มองว่า หากเป็นวัย 50 ปีขึ้นไป การจะไป "รีสกิล" (Reskill) หรือปรับทักษะเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่นอกระบบราชการคงยากแล้ว แต่หากเป็นข้าราชการอายุ 40 ปีขึ้นไป ถือว่ายังมีพลังและเปลี่ยนความสามารถได้ง่ายกว่า รัฐบาลจึงเตรียมเปิดกว้างให้คนกลุ่มนี้ยื่นขอเออร์ลี่รีไทร์ได้ด้วย โดยใช้สิ่งจูงใจเป็นตัวนำ และไม่มีการบังคับ
“ตำแหน่งที่จะปรับลดลงคือสายงานธุรการ เสมียน หรือพนักงานพิมพ์ดีด เพราะปัจจุบันคนใช้สมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์พิมพ์งานเองได้หมดแล้ว เราจะนำเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนงานประจำวันเพื่อยกเลิกอัตราที่ไม่จำเป็น โดยจะคิกออฟที่ข้าราชการพลเรือนก่อน หากได้ผลดีจะขยายผลไปสีกากีกลุ่มอื่นอย่าง ข้าราชการท้องถิ่น และองค์การมหาชน ส่วนทหารและตำรวจเขามีระบบนี้อยู่แล้ว” รองนายกฯ กล่าว
นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์เด็ดปีกงบบวมที่ถูกจับตามากที่สุด คือการเตรียม "ยกเลิกสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการระบบเดิม" แล้วเปลี่ยนมาใช้ "ระบบประกันสุขภาพ" เข้าแทนที่ โดยให้สำนักงาน ก.พ. จับมือกับ กรมบัญชีกลาง, กบข. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดทำโมเดลประกันสุขภาพเข้ามาบริหารจัดการแทน เพื่อควบคุมเม็ดเงินงบประมาณแต่ละปีให้นิ่งชัดเจน และคาดหวังว่าจะช่วยเกื้อหนุนระบบเศรษฐกิจและดันให้ไทยก้าวสู่ Medical Hub (ศูนย์กลางการแพทย์)
สำหรับผลกระทบต่อข้าราชการ นายปกรณ์ ย้ำชัดว่า มาตรการประกันสุขภาพนี้ จะเริ่มใช้บังคับทันทีกับข้าราชการกลุ่มบรรจุใหม่ในปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป ส่วนกลุ่มข้าราชการเดิมในระบบจะเปิดเป็น "ออปชัน" ให้เลือกตามความสมัครใจ ขณะที่สิทธิการรักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัว (พ่อ แม่ ลูก คู่สมรส) ตอนนี้จะขอคงสิทธิเดิมไว้ก่อนจนกว่าจะมีการเจรจารายละเอียดรอบด้าน



