
มท.4 เปิดผลสอบท้องถิ่นสุ่มตรวจ 1.5 หมื่นราย ผงะเจอคะแนนไม่ตรงทะลุ 5,000 คน
มท.4 เปิดผลสอบท้องถิ่นสุ่มตรวจ 1.5 หมื่นราย ผงะเจอ "คะแนนไม่ตรงกระดาษคำตอบ" ทะลุ 5,000 คน ลั่น! หากผิดจริงไล่ออกทันที แถมโดนเรียกเงินเดือนคืนย้อนหลัง ล่าสุดแท็กทีมส่งหลักฐานให้ ป.ป.ช. เชือดขบวนการใหญ่
เนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) เปิดเผยถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญในคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หลังจากที่มีกระแสข่าวฉาวโฉ่เรื่องการซื้อขายตำแหน่งและแก้คะแนนอย่างไม่โปร่งใสออกมาก่อนหน้านี้ นายวรศิษฎ์ ระบุว่า จากการเดินหน้าตรวจสอบกระดาษคำตอบเปรียบเทียบกับคะแนนของผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นราชการท้องถิ่นไปแล้วใน 3 กลุ่มแรก จำนวนกว่า 15,000 ราย ล่าสุดผลการตรวจสอบพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เมื่อพบว่า มีการประกาศผลคะแนนไม่ตรงกับไฟล์รูปภาพกระดาษคำตอบ สูงถึงประมาณ 5,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากอย่างมีนัยสำคัญและส่อเจตนาทุจริตชัดเจน
"ตัวเลข 5,000 คนถือว่าเยอะมาก หลังจากนี้กระทรวงมหาดไทยจะส่งมอบหลักฐานทั้งหมดไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อ รวมถึงส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดที่มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธาน และจะแจ้งไปยังคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ในฐานะหน่วยงานควบคุมการจัดสอบทันที" มท.4 กล่าว เมื่อผู้สื่อข่าวจี้ถามว่า รายชื่อ 5,000 คนนี้ เป็นขบวนการเดียวกับที่ ป.ป.ช. เคยเข้าจับกุมที่ จ.นนทบุรี หรือไม่? นายวรศิษฎ์ แจงว่า เรื่องนี้ต้องให้ ป.ป.ช. เป็นผู้ขยายผล เพราะ ป.ป.ช. จะเป็นผู้ถือภาพใหญ่ และมีอำนาจนำข้อมูลชุดนี้ไปเปรียบเทียบกับแฟลชไดรฟ์ต้นฉบับที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะผู้จัดสอบส่งให้ ซึ่งทางกรมฯ ไม่มีข้อมูลตรงนั้น
สำหรับชะตากรรมของข้าราชการท้องถิ่นทั้ง 5,000 รายที่ตรวจพบความผิดปกติ มท.4 ยืนยันว่า ในระหว่างที่ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบเชิงลึก (คาดใช้เวลา 3-6 เดือน) บุคคลทั้งหมดนี้ยังคงทำงานและรับเงินเดือนตามปกติไปก่อน เพื่อไม่ให้กลไกท้องถิ่นสะดุด แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยจะควบคู่ไปกับการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงภายในทันที "ไม่มีคำว่าลอยนวล... เพราะความผิดมันสำเร็จแล้ว!" นายวรศิษฎ์ ย้ำชัดทิ้งท้ายว่า หาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดและตรวจสอบเสร็จสิ้น ข้าราชการทั้ง 5,000 คนนี้จะต้อง "พ้นสภาพทันที" โดยจะมีการเพิกถอนสิทธิ์จากการเป็นข้าราชการท้องถิ่น และตามข้อกฎหมาย เงินเดือนทั้งหมดที่เคยได้รับไปในช่วงระหว่างการตรวจสอบ จะต้องถูกดำเนินมาตรการ "เรียกคืนย้อนหลังทั้งหมด" อย่างแน่นอน!



