
ศึกแย่งห้องทำงาน! พลังข้าราชการเซฟ "ปลัด อบต.บ้านป่า" แถลงการณ์กร้าว ไม่ทนคนใช้กำลัง
3 องค์กรท้องถิ่นสระบุรี แท็กทีมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ 'ปลัด อบต.บ้านป่า' หลังเจอศึกใหญ่ถูกรองนายกฯ แย่งห้องทำงาน ลั่น "ข้าราชการมีศักดิ์ศรี"
กรณีเรื่องฉาวในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบ้านป่า จังหวัดสระบุรี โดยปลัด อบต. ออกมาเผยเรื่องราวถุกรองนายกฯอบต. แย่งห้องทำงาน มีการโต้เถียงและถอดปลี๊กวงจรปิดภายในห้อง ชมคลิป
ล่าสุด 6 ก.ค. 2569 ที่ สหกรณ์ออมทรัพย์ท้องถิ่นสระบุรี 3 องค์กร ประกอบด้วย ชมรมปลัดท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี สมาคมกฎหมายเพื่อพัฒนาท้องถิ่น สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี นำโดย พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พษ์ พรพิมล ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี แถลงการณ์ถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยมีข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำบลบ้านป่า (ราชสีห์บ้านป่า) ซึ่งประกอบด้วยกำนัน ผู้ช่วยกำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ประมาณ 40 คน พร้อมด้วยนายสมพิตร หึนกระโทก ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป่า ร่วมฟัง
การแถลงการณ์ มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ปรากฏกรณีเกี่ยวกับการสั่งย้ายห้องปฏิบัติงานของ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป่า อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี และมีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการใช้กำลังหรือพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในองค์กร จนก่อให้เกิดความห่วงใยต่อพี่น้องข้าราชการส่วนประชาชนในวงกว้างนั้น
3 องค์กรขอแสดงจุดยืนร่วมกัน
1. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องยืนอยู่บนหลักกฎหมายและความร่วมมือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถขับเคลื่อนภารกิจเพื่อประโยชน์ของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต่อเมื่อฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการสามารถทำงานร่วมกันด้วยความเคารพให้เกียรติ และยึดมั่นในหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาล ผู้บริหารท้องถิ่นได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้กำหนดนโยบาย ส่วนข้าราชการประจำมีหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งสองฝ่ายจึงเป็น หุ้นส่วนในการพัฒนาท้องถิ่น มิใช่คู่ขัดแย้งหรือคู่แข่งขันกัน
2. ศักดิ์ศรีของข้าราชการต้องได้รับการเคารพ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกคนเป็นบุคลากรของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน จึงสมควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และเกียรติแห่งตำแหน่งหน้าที่ การบริหารงานบุคคลหรือการจัดสภาพการปฏิบัติงานใด ๆ ควรดำเนินการด้วยเหตุผล ความสุจริต และความเหมาะสม โดยคำนึงถึงขวัญกำลังใจและความสามัคคีภายในองค์กร เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการบริการประชาชน
3. ประณามการใช้กำลังและพฤติกรรมอันไม่เหมาะสม ทั้งสามองค์กรขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ไม่สนับสนุนและขอประณามการใช้กำลัง การข่มขู่ คุกคาม การใช้วาจารุนแรง หรือพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมทุกรูปแบบ ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับฝ่ายใด หรือกระทำโดยบุคคลใดก็ตาม ความเห็นต่างสามารถเกิดขึ้นได้ในระบอบประชาธิปไตย แต่ความเห็นต่างต้องได้รับการแก้ไขด้วยเหตุผล การพูดคุย และกระบวนการตามกฎหมาย ไม่ใช่ด้วยกำลังหรือความรุนแรง
4. ผู้ใดถูกหรือผิด ให้เป็นไปตามกฎหมาย สำหรับข้อพิพาทหรือข้อกล่าวหาต่าง ๆ ว่าผู้ใดถูกหรือผิด ผู้ใดใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่หรือมีการกระทำใดที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ขอให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายใน การตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยตามกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายควรเคารพกติกาของบ้านเมือง และยอมรับผลแห่งกระบวนการตามกฎหมายโดยปราศจากอคติ
5. ข้อเรียกร้องร่วมกัน ทั้งสามองค์กรขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ยุติการใช้ความรุนแรงและการเผชิญหน้าในทุกรูปแบบ/ใช้หลักการพูดคุยและรับฟังซึ่งกันและกัน /ยึดหลักนิติธรรมและหลักธรรรมาภิบาลในการบริหารงาน /เคารพเกียรติและศักดิ์ศรีของทุกฝ่าย / ร่วมกันรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น / ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญเหนือความขัดแย้งส่วนบุคคล
หลังจากที่ได้แถลงการณ์เสร็จแล้วทางด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมกันมอบดอกกุหลาบให้กับนายสมพิตร หึนกระโทก ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป่า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
นายสมพิตร กล่าวว่า ตอนนี้ตนเองยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องทำงานเดิมอยู่ โดยยังไม่ได้ย้ายออกไป และขอที่จะไม่พูดอะไรต่อไปอีกแล้ว ต่อจากนี้ก็จะไปว่ากันตามกระบวนการ ซึ่งส่วนตัวแล้วยังคงปฏิบัติงานอยู่ที่เดิม และยังไม่ได้ไปในส่วนไหน และจะไม่ให้สัมภาษณ์ในส่วนไหนอีก และจะทำงานให้ดีที่สุด
ด้าน พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พษ์ พรพิมล เปิดเผยว่า เพื่อความชอบธรรม ที่ทั้ง 3 องค์กรมองเห็นแล้วว่า ในการดำเนินการความขัดแย้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สมควรและไม่ควรจะเกิดขึ้น การแก้ไขปัญหาควรจะหลีกเลี่ยงความรุนแรง ซึ่งมีขั้นตอนของระเบียบและกฎหมายให้ทำดำเนินการอยู่ เป็นส่วนลับส่วนราชการ เพื่อบริการพี่น้องประชาชนนั้น ซึ่งขั้นตอนการแก้ปัญหามีกฎหมายให้ดำเนินการอยู่แล้ว ไม่อยากเห็นการแก้ปัญหาโดยใช้กำลังหรือใช้นอกระเบียบ นอกกฎหมาย
ซึ่งจะนำประเด็นปัญหาไปร้องเรียนต่อทางผู้ว่าราชการจังหวัดและท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี ในฐานะผู้กำกับดูแลท้องถิ่น เพื่อให้เข้าไปแก้ไขปัญหาในกรณีดังกล่าว
จากนั้น พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พษ์ พร้อมด้วยหน่วยงาน 3 องค์กร เดินทางมายังศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี เพื่อยื่นหนังสื่อต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี แต่เนื่องจากว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ติดราชการ จึงมอบหมายให้ นายยอดชาย ภูแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระบุรี เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนแทน



