
"ชัยชนะ" ตั้งฉายางบฯ 70 "เสี่ยกำมะลอ" กู้เงินแสนล้านแจกฝัน ตัดงบท้องถิ่น-กรมสุขภาพจิต
"ชัยชนะ" ซัดแหลก "พ.ร.บ.เสี่ยกำมะลอ" แฉหั่นงบจังหวัด หลอกใช้ท้องถิ่นเป็นหัวคะแนนช่วงเลือกตั้ง แถมตัดงบสุขภาพจิตทั้งที่คนป่วยพุ่ง พร้อมเสนอไอเดียแก้ปมไทยสูญเงินให้ AI ต่างชาติปีละแสนล้าน
30 มิ.ย. 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยตั้งฉายาให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า “พ.ร.บ.งบประมาณเสี่ยกำมะลอ” พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลเดินสายให้ความหวังประชาชนและรับปากจัดสรรงบประมาณให้ทุกจังหวัด แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดกลับพบว่า มีการตัดงบประมาณกลุ่มจังหวัดกว่า 22,000 ล้านบาท เหลือเพียงประมาณ 4,000 ล้านบาท หรือ เฉลี่ยไม่ถึงจังหวัดละ 100 ล้านบาท
ตัดงบประมาณส่วนท้องถิ่น
สิ่งที่น่าผิดหวัง คือ รัฐบาลที่เคยประกาศนโยบายกระจายอำนาจและเพิ่มสัดส่วนงบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น 35% กลับดำเนินการสวนทางกับคำพูด โดยปีนี้ท้องถิ่นได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียง 880,541 ล้านบาท ทั้งที่ควรได้รับประมาณ 928,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 29 เท่าเดิม พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐบาลจริงใจต่อการกระจายอำนาจหรือเพียงมององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นฐานคะแนนเสียงในช่วงเลือกตั้ง ก่อนจะดึงอำนาจและงบประมาณกลับเข้าส่วนกลางทั้งหมด
ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ผลักดันกฎหมายกระจายอำนาจมา เพราะเชื่อว่าท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และควรได้รับงบประมาณเพียงพอในการแก้ปัญหาของประชาชนในพื้นที่
ตัดงบประมาณกรมสุขภาพจิต
ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลกลับตัดงบประมาณสำคัญ "เผลอ ๆ คนที่นั่งใน ครม. อาจจะป่วยเป็นจิตเวชด้วย เพราะคนเป็นจิตเวทเขามาพูดแล้วหลงลืม บางครั้งใน ครม. เขาบอกให้ไปขายมะพร้าว ไปขายลูกละ 1 บาท พอกุ้งมีปัญหาเขาบอกว่ากุ้งมีแค่100ตัน พอขายทุเรียนไปบอกอินฟูเอนเซอร์ว่าขายทุเรียนหน่อยกิโลกรัมละ100บาท แต่เขาลืมไปว่าเกษตรกรเขาขายกิโลกรัมละ 150 บาท"
กรมสุขภาพจิตของบประมาณกว่า 71.54 ล้านบาท เพื่อผลิตจิตแพทย์ 34 คน แต่กลับได้รับงบเพียง 27 ล้านบาททำให้สามารถผลิตจิตแพทย์ได้เพียง 22 คนเท่านั้น ขณะเดียวกัน งบดูแลผู้ป่วยจิตเวชทั่วประเทศที่เสนอไว้ 220 ล้านบาท ก็ถูกลดเหลือเพียง 88 ล้านบาท ทั้งที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยจิตเวชนับล้านคน และยังมีผู้ที่ประสบปัญหาสุขภาพจิตจำนวนมากซึ่งยังไม่เข้าสู่ระบบการรักษา
นายชัยชนะ ยังอ้างผลการศึกษาที่ระบุว่า คนไทยกว่า 13.4 ล้านคน เคยประสบปัญหาสุขภาพจิต และในแต่ละปีมีผู้พยายามฆ่าตัวตายกว่า 30,000 คน เสียชีวิตสำเร็จราว 5,000 คน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลจึงไม่ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ทั้งที่นายกรัฐมนตรีเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาก่อน
ปล่อยเงิน AI ไหลออกนอกประเทศ
นายชัยชนะ ยังกล่าวเรื่องสุดท้ายว่า เรื่องนี้ถ้าตนไม่พูดก็คงนอนไม่หลับ เพราะว่ารัฐบาลบอกว่า วันนี้ประเทศไทยในสภาแห่งนี้ หรือหน่วยงานราชการ ประชาชนทั่วไป ใช้ระบบAIกันเยอะ สมมติคนใช้ Chatgpt จ่ายรายเดือนเดือนละ 500 บาท จำนวน 1 ล้านคน เท่ากับเดือนหนึ่งใช้เงิน 500 ล้านบาท ที่จ่ายให้แพลตฟอร์มที่เป็นของต่างชาติ ปีหนึ่งเท่ากับ 6,000 ล้านบาท แต่วันนี้ทำไมแพลตฟอร์มที่รัฐบาลกำลังสร้างขึ้นมา รัฐบาลไม่อธิบายประชาชนว่าเป็นแพลตฟอร์มของรัฐบาล ทำ Gemini ได้ ทำ ChatGPT ได้
เช่นวันนี้รัฐบาลมีโครงการอยู่แล้วก็บอกไปว่า ให้ประชาชนใช้ AI ฟรี5ล้านคน แบ่งเป็นนักเรียนเท่าไหร่ นักศึกษาเท่าไหร่ ประชาชนคนทั่วไปเท่าไหร่ หน่วยงานราชการเท่าไหร่ ภาคเอกชนเท่าไหร่ ที่ใช้ฟรีได้รัฐดูแลค่าใช้จ่ายได้ แต่วันนี้เราสูญเงินกับเรื่องนี้ปีละ 100,000 ล้านบาท นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องคิด
วิจารณ์การทำงานรัฐบาล
นายชัยชนะ ระบุว่า การทำงานคณะรัฐมนตรี ยังอยู่ในภาวะ “ฮันนีมูนทางการเมือง” สนใจเพียงการลงพื้นที่ ตรวจราชการ และสร้างภาพลักษณ์ แต่ไม่เร่งแก้ไขปัญหาของประเทศ พร้อมระบุว่า ผู้นำประเทศต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นผู้นำและรับฟังเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ปล่อยให้รัฐมนตรีไม่เข้ารับฟังการอภิปรายงบประมาณ ซึ่งสะท้อนถึงการไม่ให้ความสำคัญต่อการใช้งบประมาณของประเทศ
นายชัยชนะ กล่าวทิ้งท้าย ร่างงบประมาณปี 2570 เป็นงบประมาณที่มาพร้อมการก่อหนี้ใหม่กว่า 780,000 ล้านบาท หรือ เฉลี่ยคนไทยต้องแบกรับภาระหนี้เพิ่มอีกกว่าคนละ 10,000 บาท พร้อมยืนยันว่าฝ่ายนิติบัญญัติพร้อมสนับสนุนทุกมาตรการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่รัฐบาลต้องเปิดใจรับฟังข้อเสนอจากฝ่ายค้านและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประเทศไทยมีงบประมาณที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง



