ข่าว

"อนุทิน" ซัดโกงสอบท้องถิ่นคือขายชาติ ย้ำลงโทษเฉพาะคนผิด ไม่ล้มกระดานคนตั้งใจสอบ

"อนุทิน" ซัดโกงสอบท้องถิ่นคือขายชาติ ย้ำลงโทษเฉพาะคนผิด ไม่ล้มกระดานคนตั้งใจสอบ

24 มิ.ย. 2569

"อนุทิน" ชี้พฤติกรรมโกงสอบท้องถิ่น คือ ขายชาติ! ปิดโอกาสคนมีความรู้ พร้อมลั่นใช้ "ทฤษฎีผลไม้มีพิษ" ฟันยกพวง หากพบข้าราชการเอี่ยวโกง แต่ไม่สั่งโมฆะทั้งหมด

จากกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นเมื่อเดือนธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง 

 

นายอนุทิน ชี้ว่า พฤติกรรมการลักลอบแก้ไขคะแนนและเฉลยข้อสอบเพื่อล็อกตำแหน่งให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจถึงขั้นเอาข้อสอบข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขได้ และกำหนดให้ใครคนใดคนหนึ่งได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ถือเป็นการเอาเปรียบ เป็นการทุจริต และถือว่าเป็นการขายชาติอย่างหนึ่งด้วย เพราะเป็นการปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ความสามารถ 

“ในส่วนที่เป็นการทุจริตจะต้องโมฆะ แต่มีคนชี้แจงว่าที่มีการบรรจุข้าราชการหลายท่านเข้าไปแล้ว ถ้าข้าราชการหลายคนนั้นเป็นต้นตอตรงนี้ก็ต้องไปทั้งยวง เหมือนทฤษฎีผลไม้มีพิษ ถ้าจุดเริ่มต้นไม่ถูกก็ไม่ถูกตลอดทาง เป้าหมายต้องเป็นแบบนี้” 

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าจุดเริ่มต้นของการทุจริตการสอบท้องถิ่นครั้งนี้เกิดขึ้นยุคใครว่า สอบช่วงเดือนธันวาคม 2568 แต่ก่อนหน้านี้ที่ตนเข้ามาตั้งแต่ปี 66 ไม่มีการสอบ จนมีการกดดันว่า 2-3 ปีแล้วไม่มีการสอบข้าราชการเพิ่ม จึงได้มีการจัดสอบ และเปลี่ยนสถานที่จัดสองจาก ม.บูรพาเป็นมาเป็น มศว. ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ และเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่มีการรั่วของเฉลยข้อสอบได้อย่างไร ที่แย่ที่สุดคือมีการแก้ข้อสอบแบบนี้ จึงเป็นเรื่องที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการ ต่อให้ผู้บริหารไม่มีส่วนเกี่ยว แต่พอบรรจุเข้าไปก็ถือว่าประสิทธิภาพการทำงานไม่มี
 

ส่วนคลิปเสียงที่อ้างถึงรัฐมนตรีช่วยเกี่ยวข้อง ได้ฟังแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คลิปเสียงไม่สำคัญเท่ากับหลักฐาน คลิปเสียงยังไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอม ตนก็ฟังจากโซเชียลมีเดียยังไม่มีใครมาบอกว่าเป็นคลิปเสียงที่นำมาเป็นส่วนหนึ่งของรูปคดี ซึ่งตรงนี้ตำรวจทำอยู่ ถ้าเป็นของจริงก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ 


เมื่อถามว่าคนที่บอกว่าเป็นคลิปเก่านั้น ได้บอกหรือไม่ว่าเป็นช่วงไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ปี 68 ตนไม่ได้อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย แค่ช่วงเดือน 6-9 แต่เรื่องนี้มีอธิบดีที่กำกับดูแลช่วงนั้นถึง 4 คน กรมที่รับผิดชอบมีกรมเดียว คือ กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จึงสามารถตีกระชับได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องได้ทุกชิ้น แค่การแก้ไขผลการสอบแค่แผ่นเดียวก็ผิดแล้ว 

“ดำเนินการเต็มที่ไม่มีข้อยกเว้นไม่มีเกรงใจใครถ้าถึงใครก็โดนคนนั้น ถึงใครก็โดนไกลชิดสนิทสนมรู้จักไม่รู้จักไม่ใช่ประเด็น ปิดชื่อถือพฤติกรรมถ้าไม่ทำแนวนี้คนที่เดือดร้อนที่สุดคือตน”


สำหรับการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดนั้น คดีนี้สามารถจำกัดวงให้แคบลงได้ เนื่องจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นหน่วยงานเดียวที่รับผิดชอบ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีอธิบดีที่กำกับดูแลรวม 4 คน นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติเรื่องการนำกล่องข้อสอบไปเก็บไว้ในบริษัทเอกชนแทนที่จะเป็นห้องมั่นคงของทางราชการ 


นายอนุทิน ยืนยันว่า จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่โดยไม่มีการเกรงใจหรือละเว้นใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคนสนิทหรือผู้ใกล้ชิด หากมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงก็ต้องถูกลงโทษทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม การทำคดีและการลงโทษจะต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและยึดหลักความยุติธรรมเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้คนบริสุทธิ์ต้องมารับโทษจากเหตุการณ์ในครั้งนี้