
‘ชัยวัฒน์’ แก้ปัญหาซ้ำซาก ปราบนอมินี-ความปลอดภัยในชีวิต
‘ชัยวัฒน์’ ชู แก้ปัญหาซ้ำซาก ให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ย้ำ แนวทางปราบคอรัปชั่น ทุนเทา-จีนเทา ย่านห้วยขวาง ต้องใช้อำนาจผู้ว่านำ ผู้บังคับใข้กฎหมายเข้าตรวจค้นจับกุม พร้อมเสมอแนวทางการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของคนกรุงให้ปลอดภัย
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ผู้สมัครผู้ว่ากทม.จากพรรคประชาชน ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ บนเวทีดีเบตเนชั่นทีวี ร่วมกับ สถาบันพระปกเกล้า ว่า แนวนโยบายจะเปลี่ยนกทม. ให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ภายใต้แนวคิดนโยบายกรุงเทพง่ายๆ โดยผู้ว่าประชาชน ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาซ้ำซากที่ยังแก้ไม่ได้ และได้เน้นย้ำเรื่องการแก้ปัญหาทุจริตคอปรัปชั่น ให้เกิดความโปร่งใสตรงไปตรงมา ไม่มีการจ่ายส่วย
และช่วงหนึ่ง นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาทุนเทาย่านห้วยขวางว่า จะพูดไม่ได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจของผู้ว่ากทม. เพราะมีคนมาเปิดร้านค้าเพื่อฟอกเงินมากมาย มีสถานบริการที่มั่วสุมเรื่องยาเสพติดต่างๆ ดังนั้นสิ่งที่ผู้ว่ากทม. ทำได้คือ เข้มงวดในการตรวจสอบเรื่องนอมินี ดังนั้นเมื่อมีข้อมูลจาก สก.ข้อมูลการร้องเรียน ผู้ว่ากทม.ก็จะต้องไปนำเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายเข้าตรวจสอบและจับกุม โดยใช้อำนาจของผู้ว่ากทม. นำเข้าไปเพื่อปราบปรามเรื่องนี้อย่างจริงจัง ถ้ามีการปราบปราอย่างจริงจังเชื่อว่าปัญหาจะจบได้ เพราะที่ผ่านมายังมีการปล่อยปะละเลยจนเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก
และช่วงหนึ่งนายชัยวัฒน์ ยังได้ตอบคำถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัย ว่า การใช้ชีวิตในกรุงเทพให้มีความปลอดภัยนั้นค่อนข้างยาก เพราะเมื่อไม่กี่วันก็เกิดเหตุกันสาดถล่มที่บริเวณใกล้กับแยกหมอมี ซึ่งคนกรุงเทพมีการเผชิญความเสี่ยงอันตรายอยู่ทุกวัน
จุดตัดทางรถไฟที่ไม่ใช่มีแค่จุดเดียวและอุบัติเหตุไม่ใช่ครั้งปรก ดังนั้น กทม.มีอำนาจเต็มที่ในการเข้ามาตรวจสอบและป้องกันเรื่องเหล่านี้ เช่น การป้องกันปัญหาตึกเก่า กทม.ก็มี พ.ร.บ.อำนาจควบคุมอาคารที่จะเข้ามาตรวจสอบ เพื่อให้ชีวิตและทรัพย์สินของคนกทม. มีความปลอดภัยได้ โดยจะมีการออกข้อบัญญัติเพื่อให้กทม.เข้ามาตรวจสอบอาคารที่มีอายุเกิน50ปีขึ้นไป ซึ่งเรื่องนี้ สามารถทำได้ภายใน 3เดือน
ส่วนจุดตัดทางรถไฟ ควรแก้ทั้งระยะสั้น คือมีระบบอาณัตสัญญาน ไม่ใช่แค่อาศัยคนยกธง และมีระบบหยุดอัตโนมัติ โดยจะต้องอาศียหน่วยงานอื่นด้วยคาดว่าจะปรับปรุงเรื่องของอาณัติได้ภายใน 1 ปี รวมถึงการแก้ปัญหาระยะยาว ทำให้จุดตัดทางรถไฟเหล่านี้ให้หมดไป และผลักดันทางรถไฟยกระดับ



