
‘ชัชชาติ’ ย้ำนโยบาย พัฒนากทม.ทุกมิติ พร้อมดันกฎหมายอากาศสะอาด
‘ชัชชาติ’ ย้ำแนวคิด 4 ด้าน 250+ นโยบาย พัฒนากทม.ทุกมิติ -ปราบคอรัปชั่น ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม พร้อมเสนอแนวทางการแก้ฝุ่น PM2.5 หาต้นทุน ลดการเผา พร้อมดันกฎหมายอากาศสะอาด
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2569 ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุฃเทพมหานคร ได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ ที่จะเปลี่ยนกรุงเทพ โดยมองว่า อนาคตโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงดังนั้นจึงต้องแข่งขันกับเมืองต่างๆทั่วโลก จึงมีแนวนโนบายที่ทำให้กทม.เป็นเมืองที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน
โดยเน้นย้ำแนวคิด 4 ด้าน ทั้งด้านคน ระบบสารธารณสุข การทำพื้นที่สีเขียว
ด้านทำเมืองที่น่าอยู่ ทั้งการทำโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น การจัดการขยะ การปรับถนน ไฟฟ้า ให้เกิดความปลอดภัย
ด้านระบบ ทั้งเรื่องของความโปร่งใส นำเทคฌนฌลยีมาใช้ให้เหมาะสมและตอบโจทย์ประชาชน
รวมถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจที่จะดูแลตลาดแรงงาน เพิ่มจุดขายของ และเพิ่มความรู้ด้านให้กับประชาชนเพื่อนำมาสร้างรายได้
โดยทั้ง4ด้าน 4แนวคิดครอบคลุมทุกมิติ ภายใต้ 250นโยบาย ซึ่งทุกโครงการมีตัวชี้วัด พร้อมทั้งเน้นย้ำการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งหัวใจสำคัญ ต้องเปิดเผยข้อมูลให้มากที่สุด/ขออนุญาตทุกขั้นตอนขึ้นออนไลน์ และใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจจะบและปรับปรุงมาตรฐานกฎระเบียบต่างๆ
ในบางช่วงบางตอนบนเวที ยังได้กล่าวถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขเรื่องฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ ด้วยว่า เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ทั้ง สภาพอากาศปิดในช่วงปลายปี , ฝุ่นจากรถยนต์ โดยเฉพาะรถดีเซลที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และฝุ่นจากการเผาชีวมวลนอกพื้นที่กรุงเทพฯ
ดังนั้นหัวใจของการแก้ปัญหาไม่ใช่เพียงแจ้งเตือนประชาชนเมื่อฝุ่นมา แต่ต้องรู้แหล่งกำเนิดให้เร็ว คุมต้นตอให้ตรง และใช้ทั้งข้อมูล เทคโนโลยี กฎหมาย และการประสานงานข้ามหน่วยงานเข้ามาจัดการ
รวมถึงต่อยอด มาตรการคุมรถปล่อยมลพิษ ผ่านแนวคิด Low Emission Zone 2.0 หรือเขตมลพิษต่ำ และลดเผาชีวมวล โดยจะต้องทำงานร่วมกับจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งคาดว่างบประมาณที่ใช้ไม่สูงมาก โดยประเมินว่าไม่เกิน 200 ล้านบาท
การช่วยเหลือเกษตรกรนอกพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อลดการเผาชีวมวล จะมีศูนย์ติดตามการเผาและช่วยเหลือเกษตรกรแบบครบวงจร และอีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือการผลักดัน กฎหมายหรือข้อบัญญัติอากาศสะอาดกรุงเทพฯ เพื่อให้ กทม. มีเครื่องมือในการจัดการฝุ่นมากขึ้น
ในช่วงหนึ่งคุณชัชชาติ ยังได้ตอบคำถามถึงแนวทางลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ กทม.ว่าจะทำให้ค่าโดยสารถูกลงได้อย่างไร ด้วยว่า
ค่าโดยสารรถไฟฟ้าต้องแก้ทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะสายสีเขียว
เพราะในภาพรวม ระบบรถไฟฟ้าควรมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น โดยรัฐบาลควรเป็นผู้เกลี่ยราคาทั้งระบบผ่านระบบตั๋วร่วม เพื่อให้ค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมโยงกันและเป็นธรรมมากขึ้น
ทั้งนี้จึงมีการเสนอสนับสนุน เรื่องของการโอนภารกิจบริหารจัดการรถไฟฟ้าจาก กทม. สู่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เพื่อให้มีผู้ดูแลระบบเดินรถรายเดียว (Single Operator) หรือผู้บริหารระบบเดินรถที่เป็นเอกภาพมากขึ้น ทั้งในด้านมาตรฐานบริการ การขยายโครงข่าย การกำหนดโครงสร้างค่าโดยสาร และการวางแผนเส้นทางเชื่อมต่อในภาพรวมเพื่อกำหนดค่าโดยสารให้เป็นธรรม ลดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน
ขณะเดียวกัน กทม. จะปรับบทบาทมาเป็นผู้พัฒนาระบบ Feeder หรือระบบขนส่งรอง เพื่อช่วยให้ประชาชนเดินทางเข้าถึงรถไฟฟ้าและขนส่งหลักได้สะดวกขึ้น
นอกจากนี้ยังได้นำเสนอวิสัยทัศน์ในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยการสร้างแลนด์มาร์กใหม่ของเมือง ที่ไม่ต้องพึ่งพาแหล่งท่องเที่ยวเดิม พร้อมดัน Festival ประจำปี พร้อมต่อยอด 50 ย่านสร้างสรรค์ Street Food มาตรฐานโลก กระจายรายได้ลงถึงชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากด้วย
ส่วนการแก้ไขปัญหาทุนเทา โดยเฉพาะในเขตห้วยขวสง นายชัชชาติ มองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะต้องมีหน่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เข้ามาข่วยกันตรวจสอบ โดยกทม.เป็นเจ้าภาพ เพราะ กทม.ดูเรื่องใบอนุญาตสาธารณสุขเป็นหลัก ส่วนเรื่องการจดทะเบียนพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์จะต้องเข้ามาดูว่ามีนอมินีถือหุ้นอย่างไร
และกรมจัดหางานมาดูเรื่องแรงงานว่าเป็นแรงงานที่ถูกต้องหรือไม่ มีใบอนุญาตหรือไม่ ตำรวจต้องมาดูเรื่อง ตม.ว่ามรพาสปอร์ต มีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ รวมถึงกรมสรรพากรมาดูเรื่องก่รจ่ายภาษี และพวห อ.ย. มาดูมาตรฐานสินค้า ซึ่งกทม.จะต้องร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทำงานอย่างบูรณาการให้จบแบบวันสต็อป



