
"พิพัฒน์" ยัน บริสุทธิ์ใจ ผลักดันท่าเรือยอร์ช ที่จังหวัดภูเก็ต
"พิพัฒน์" ตอบดราม่า "รองหงอกในทำเนียบ" ยืนยัน บริสุทธิ์ใจ ผลักดันท่าเรือยอร์ช ที่จังหวัดภูเก็ต ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
21 มิ.ย. 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชูวิสัยทัศน์เดินหน้ายกระดับโครงข่ายคมนาคมระดับชาติ ลงพื้นที่ ต.ปากหมาก อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี แนะโครงการถนนเชื่อมโยงสองฝั่งทะเล อันดามันและอ่าวไทย (อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง - อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี) และการพัฒนาท่าเทียบเรือพุมเรียง มุ่งเป้าหมายพลิกโฉมระบบโลจิสติกส์และการท่องเที่ยวของไทย ให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงสร้างพื้นฐานที่ไร้รอยต่อ โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี-ระนอง และหัวหน้าส่วน พร้อม กำนันผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง ชาวบ้านในพื้นที่ เข้าร่วม
นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า โครงการถนนเชื่อมโยงกะเปอร์-ไชยา สามารถอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่สองจังหวัด และคือ "เส้นทางเศรษฐกิจใหม่" ของประเทศไทยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมต่ออ่าวไทยและทะเลอันดามันเข้าด้วยกัน ถนนยุทธศาสตร์เส้นนี้ จะปลดล็อกศักยภาพการขนส่งโลจิสติกส์ของภาคอุตสาหกรรมให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่ไปกับการสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการสร้างโครงข่ายที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากฝั่งอันดามัน (ระนอง) สามารถเดินทางข้ามฝั่งเพื่อไปสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง "เกาะสมุย" จ.สุราษฎร์ธานี ได้อย่างง่ายดาย และสะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งจะดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ
โครงการนี้ประกอบด้วยการขยายถนนเดิมและก่อสร้างถนนใหม่ ระยะทางรวม 47.28 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยย่นระยะทางได้กว่า 70 กิโลเมตร และร่นเวลาการเดินทางจาก 2 ชั่วโมง 30 นาที เหลือเพียง 1 ชั่วโมง 45 นาที พร้อมบูรณาการร่วมกับแผนพัฒนาโครงข่ายของกรมทางหลวงอีก 3 โครงการ ได้แก่ การขยายไหล่ทางบนทางหลวงหมายเลข 4191, ทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 41 และการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองไชยา เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเดินทางสูงสุด ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยกระบวนการทุกขั้นตอนจะควบคู่ไปกับการศึกษาความเหมาะสมและดูแลสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างรอบคอบที่สุด
จากนั้นเวลา 13.30 น. นายพิพัฒน์ ได้ลงพื้นที่ติดตามแนวทางการพัฒนาท่าเทียบเรือโดยสารสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยว ต.พุมเรียง อ.ไชยา เพื่อยกระดับการคมนาคมทางน้ำให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน ชาวประมงพื้นบ้าน และผู้ประกอบการรายย่อย สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากในระดับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
นายพิพัฒน์ ยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน กรณีเกิดกระแสบนโลกออนไลน์ ประเด็น "รองหงอกในทำเนียบ" ระบุวันนี้ผมคงจะเป็นประเด็นดราม่ามากมายในจังหวัดภูเก็ต ผมขอชี้แจงว่า ผมพร้อมจะให้พิสูจน์ ผมกล้ารับประกันว่า ใครสามารถไปหาได้ว่า ผมมีประโยชน์ทับซ้อนแม้แต่บาทเดียว กับกรณีการผลักดันสร้างเรือท่าเรือ ผมพร้อมที่จะพิจารณาตัวเอง
นายพิพัฒน์ บอกด้วยว่า ตนเองเป็นผู้สนับสนุนแนวความคิดในการสร้างท่าเรือยอร์ช อู่เรือยอร์ช อู่ซ่อมเรือยอร์ช แก่ผู้ประกอบการที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลหลังยุคโควิด ที่ดึงนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสู่ภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ สามารถยืนยันได้ว่า อู่ซ่อมเรือยอร์ชในจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย เป็นอู่ซ่อมที่ใหญ่ที่สุด และดีที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะมีผลในเชิงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการที่จะดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มไฮเอ็นเข้าสู่จังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นไข่มุกอันดามัน และเป็นจังหวัดแรกที่นำนักท่องเที่ยว ยุคโควิด
ทั้งนี้ จากกระแสข่าวที่ว่ามีการครอบ นักธุรกิจ หรือประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต ยิ่งไม่มีความเป็นไปได้เลย เนื่องจากขอให้ดูผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยก็ไม่สามารถปักธงในจังหวัดภูเก็ตได้ ดังนั้นจึงเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าเป็นการทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ตนพร้อมที่จะให้สื่อมวลชนนำเสนอและหากพิสูจน์ได้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนก็พร้อมที่จะพิจารณาตนเองทันที



