
ประชุมเดือด! อนุทิน ซัดคนปล่อยข่าว ย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต ปัญญาอ่อนเต็มทน
ประชุมเดือด! อนุทิน ซัดคนปล่อยข่าว ย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต ปัญญาอ่อนเต็มทน ด้าน "รองผู้ว่าซีฟู้ด" โดนจี้เรียกตัว บอกขอส่งหนังสือชี้แจงแทน
15 มิ.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายสําคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) โดยระหว่างการประชุม นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้รายงานถึงสถานการณ์ผู้มีอิทธิพลทุกคนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวถามผ่านการประชุมทางไกลว่า "ไหนใครจะปลดท่านอ่ะ" ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตตอบกลับเพียงว่า "มีท่านนายกรัฐมนตรีย้ายผมได้คนเดียวครับ"
ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด เสมือนเป็นนายกรัฐมนตรีในพื้นที่นั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นท่านต้องแก้ไขให้ได้ ยิ่งมีการโพสต์ในที่สาธารณะที่กระทบถึงรัฐบาล ว่าไม่บริหารจัดการปัญหากลุ่มเทา ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงต้องรีบออกมาเทคแอคชั่น ต้องใส่ใจ บารมีรอบตัว แก้ข่าวเพื่อไม่ให้กระทบกับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี และหากคิดว่าการบริหารงานต่างจังหวัด การเติบโตมาเป็นผู้ว่าฯ ก็ต้องสร้างทีมงานให้ได้ หากอะไรที่เป็นอุปสรรคก็แจ้งเข้ามาได้ที่กระทรวง
ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้อ่านโพสต์ดังกล่าวจากหลายบัญชีผู้ใช้ ที่ระบุข้อความต่าง ๆ ว่า "ที่หลังโรงพักเชิงทะเล มีคนสนินรองผู้ว่าฯ บุกรุก" "ถึงว่าทำไมหวงอำนาจ เหมือนหมาหวงชามข้าว ถูกทีมงานรองฯ บุกรุก" "ตั้งคำถาม คนสนิทรองผู้ว่าฯ บุกรุกหาด คิดหรือว่าประชาชนจะไม่รู้ผลประโยชน์" หรือกระทั่ง "รองซีฟู้ดขี้โม้จะย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต วัดพลังผู้ว่าฯ ภูเก็ต กับรองฯ ซีฟู้ดใครไปก่อนกัน แบ็คใครใหญ่กว่ากัน"
ซึ่งตนไม่ได้เชื่อ แต่ถือว่าที่ควันมีคน ที่นั่นต้องมีไฟ ซึ่งได้มอบนโยบายปราบผู้มีอิทธิพลไปแล้ว หากมีคนเหล่านั้นในองค์กรของเราจะทำอย่างไร นิ้วหนึ่งชี้ไปที่คนอื่น 3 นิ้วชี้ทิ่มเข้าตัว แบบนี้อายเขา
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เอ่ยถามหารองฯ ซีฟู้ด ว่าอยู่ที่ประชุมหรือไม่ เคยเห็นหน้ากันหรือเปล่า ตนไม่รู้จัก ต่อมาปลัดระทรวงมหาดไทย ย้ำถามหาถึงรองฯ ซีฟู้ดอีกครั้ง พร้อมกล่าวในที่ประชุมว่า มันมีข่าวทุกครั้งท่านรู้สึกอย่างไร ผลกระทบเกิดกับจังหวัด หากไม่เคยทำ ท่านก็ชี้แจงมา ท่านนายกฯ ก็พร้อมฟังอยู่
โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สอบถามหารองฯ ซีฟู้ด อยู่หลายครั้ง พร้อมถามผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าประชุมครบหรือไม่ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ตอบว่า "เข้าครบครับ" ก่อนที่จะขอให้ปลัดกระทรวงตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเสริมว่า พร้อมรับฝาก ตอนนี้ไม่ได้บอกว่ารองฯ ซีฟู้ด ผิด เรารับข้อมูลมาเพื่อดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก่อนที่จะเอ่ยถามรองฯ ซีฟู้ด ว่าจะไปขอใครให้ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
จากนั้นปลัดกระทรวง ได้ถามย้ำหารองผู้ว่าฯ ที่ชื่อเป็นสัตว์ทะเล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแทรกเข้ามาว่า "ชื่อกุ้งใช่ไหม" ก่อนที่รองผู้ว่าฯ กุ้ง จะชี้แจงในที่ประชุมว่า ตนชื่อกุ้งเหมือนกับรองผู้ว่าฯ อีกคนหนึ่ง ซึ่งกระแสข่าวที่เกิดขึ้นตนขออนุญาตนำเรียนข้อมูลเป็นเอกสารให้นายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลายบุคคล โดยนายกรัฐมนตรี ขอให้รองฯ กุ้ง ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวง
โดยยังคงย้ำว่ารองผู้ว่าฯ จะใช้สิ่งใดไปปลดผู้ว่าฯ การพูดถึงสิ่งแบบนี้เหมือนเป็นอากาศธาตุ "คนที่พูดก็ปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าราชการจังหวัด" มท.1 นั่งหัวโด่ตรงนี้ จะปลดยังไงผมอยากจะรู้ หรือจะปลด มท.1 ของแบบนี้พูดไปอายเขาด้วย เราเป็นข้าราชการ นี่ถือเป็นความผิดพลาดในการบริหารบุคคล เดี๋ยวผมจะสอบท่านปลัดด้วยเอง พร้อมกล่าวทิ้งท้าย ว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือการที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วม สนับสนุนให้มีการกระทำผิดกฎหมาย และต้องไม่เกิดในกระทรวงมหาดไทย
จากนั้น ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าว ว่า ไม่ได้มีบรรยากาศตึงเครียดในการประชุมที่ผ่านมา แต่ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปรามกลุ่มอันธพาล และผู้มีอิทธิพลอย่างเด็ดขาดและเข้มงวด หลังได้รับรายงานว่ามีการดำเนินคดีไปแล้วในระดับหนึ่ง แต่ปัญหายังไม่หมดไป อีกทั้งยังมีการข่มขู่พยาน จนบางรายกลับคำให้การเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของกลุ่มดังกล่าว จึงได้ย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่
ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กับรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา และปลัดกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการทุกอย่างตามความเหมาะสม โดยไม่ปล่อยให้การทำงานติดขัดเพราะปัญหาของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
นายอนุทิน ยังระบุว่า ข่าวที่ระบุว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถข่มขู่ว่าจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้นั้นไม่เป็นความจริง เพราะผู้มีอำนาจเสนอการย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด คือปลัดกระทรวงมหาดไทย และต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี จึงขออย่าให้ความเชื่อถือหรือให้น้ำหนักกับข่าวลักษณะดังกล่าว
พร้อมระบุว่า หากมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดคนใด ไปกล่าวอ้างว่าตนมีอำนาจเหนือผู้ว่าราชการจังหวัด หรือสามารถย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้ ก็ถือว่า "ดูตลกเชิญยิ้ม"
สำหรับความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีแชตหลุด "ช่วยน้ำเงินด้วย" ของอธิบดีกรมการปกครอง นายอนุทินกล่าว เพียงว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามขั้นตอน



