
ใคร? "บิ๊กขาสั้น" สว.สำรอง แฉคนสั่งคว่ำคดีฮั้ว สว. แฉลากไส้ "ระบอบสีน้ำเงิน" กินรวบองค์กรอิสระ
สว.สำรอง แฉตัวละครลับ "บิ๊กกางเกงขาสั้น" โผล่นั่งหัวโต๊ะคุมเกมบงการ เป่าคดีฮั้วเลือก สว. ซัดยับ 2 บิ๊ก กกต. รับใบสั่งทำตัวเป็นนาฬิกาตาย ดองเรื่องนาน 2 ปี
นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล พร้อมกลุ่ม สว.สำรอง ได้เปิดแถลงข่าวถึงพฤติการณ์ของ นายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. และ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่า ส่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเอื้อประโยชน์ให้เกิดการฮั้วเลือกตั้ง สว. โดยระบุว่า นายฐิติเชษฐ์ มีหลักฐานคลิปวิดีโอชัดเจนว่า มีการเก็บโพยรายชื่อในคูหา ซึ่งถือเป็นความผิดซึ่งหน้า แต่กลับดองเรื่องไว้ไม่ยอมนำไปดำเนินคดีนานถึง 2 ปี
ขณะที่นายแสวง ในฐานะผู้อำนวยการการเลือก สว. ก็ได้รับแจ้งเตือนจากผู้ตรวจการเลือกตั้ง สว. แล้วว่า จะมีการนำโพยที่เขียนไว้ในใบสว. 3 เข้ามาในหน่วยเลือกตั้ง แต่นายแสวง กลับตอบกลับว่า "เขาทำมาแล้ว ก็ให้เขานำไปใช้เถอะ" แทนที่จะสั่งระงับหรือจับกุม จนทำให้กลุ่มคนที่ใช้โพยได้รับการรับรองเป็น สว. ไปเรียบร้อยแล้ว จากใบสั่งตามรางมหัศจรรย์เรียบร้อยแล้ว นั่นคือ ผลพวงที่ทั้งสองคนได้ทำให้เห็นว่าแบ่งหน้าที่กันทำหรือไม่
นายอัครวัฒน์ ระบุว่า วันนี้คดีโกงเลือก สว. อยู่ในมือของ กกต. ชุดใหม่ทั้ง 4 คน และ กกต. ชุดเก่าอีก 3 คน หนึ่งในนั้น มีนายฐิติเชษฐ์ ที่จะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการพิจารณา ส่วนนายแสวงที่เราทราบอยู่แล้วว่า ไม่ผ่านการประเมิน แต่มาดำเนินคดีใหญ่ระดับชาติ
โดยมีข้อครหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวพันเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนที่เข้ามาเลือกในวันนั้นให้สมประโยชน์ จึงอยากให้เห็นว่ากระบวนการนี้เตรียมการมาอย่างดี จึงขอเรียกร้องไปยังประธาน กกต. ว่า ขอไม่ให้ นายฐิติเชษฐ์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณา โดยมองว่าจากพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้นไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และยังมีคดีติดสินบนที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ตนไม่รู้ว่ามาจนถึงทุกวันนี้ระหว่างประชาชนทั้งประเทศ กับข้าราชการไม่กี่คน ใครเส้นใหญ่กว่ากัน บ้านเมือง จะสูญเสียซึ่งอิสรภาพตามระบอบประชาธิปไตย เพราะมีคนลักษณะแบบนี้ร่วมมือกันเป็นขบวนการหรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่าระบบสีน้ำเงิน เซาะกร่อนบ่อนทำลายประเทศชาติบ้านเมืองประชาธิปไตยทุกหย่อมหญ้า จนขาดซึ่งอิสรภาพและความเป็นธรรมความเที่ยงธรรม ถือว่าไม่มีความสง่างามในการพิจารณาคดีฮั้ว สว.
นอกจากนี้นายอัครวัฒน์ยังได้เปิดโปงถึง "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่เข้ามาแทรกซึมกินรวบองค์กรอิสระจนเกือบจะกลายเป็นคนของกระทรวงคมนาคมทั้งหมด พร้อมทั้งเผยกระแสข่าวลือว่ามี "ผู้มีอำนาจที่ชอบใส่กางเกงขาสั้น" มานั่งหัวโต๊ะสั่งการและควบคุมเกมฮั้ว สว. ด้วยตัวเอง โดยมีใบสั่งให้ กกต. ตีตกคดีนี้ด้วยมติ 5 ต่อ 2 ซึ่งตนมองว่าเป็นการเล่นลิเกหน้าฉากเพื่อตบตาประชาชน พร้อมกับเปรียบเทียบนายแสวงว่าเป็นเหมือน "นายแสวงเหมือนนาฬิกาเสียตลอด เกี่ยวกับเรื่องการโกง สว. หันกลับมาดูอีกทีแบตเตอรี่ก็ไม่ใส่ นาฬิกาไม่เดิน ผ่านมา 2 ปี คดีใหญ่ขนาดนี้กลับไม่ทำอะไรเลย ถือว่าขาดประสิทธิภาพ" รวมถึงมองว่า เลือกทำแต่คดีปลาซิวปลาสร้อยกว่า 40 สำนวน แต่กลับไม่ยอมทำคดีใหญ่ระดับชาติจนส่งผลให้ประเทศชาติเสียหาย
จึงขอส่งสัญญาณไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ว่า สำนวนชุดที่ 26 ที่อยู่ในมือ ขออย่าไปเล่นกับไฟ เมื่อสำนวนเสร็จเรียบร้อยขอให้ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะสง่างามกว่า มองว่า กกต. กำลังอยู่ในขั้นวิกฤต เสื่อมศรัทธา ไร้ประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (8 มิ.ย. 2569) ตนจะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนของสภาผู้แทนราษฎร จะนำเอกสารต่างๆทั้งคลิปวีดีโอของนายฐิติเชษฐ์ ขณะเก็บโพย ซึ่งในวีดีโอมีความชัดเจนว่า เก็บโพยแล้ว นำไปทำอะไร
ส่วนกระแสข่าวว่า นายแสวง มีไม่ผ่านการประเมิน ก็ไม่สมควรที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป ซึ่งมีกระแสข่าวว่า มีความพยายามที่จะให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ความขัดแย้งระหว่างผู้ประเมินว่า ให้ กกต.ชุดเก่า ที่เกษียณไปแล้วเป็นผู้ประเมินหรือไม่ หรือ ต้องให้ กกต.ชุดใหม่ 4 คนเข้ามาร่วมประเมินด้วย ซึ่งต่อให้ใครประเมิน ก็สู้ประชาชนประเมินไม่ได้ คนทั้งประเทศบอกว่า นายแสวงไม่ผ่านการทดลองงาน จึงสมควรที่จะถูกเลิกจ้าง



