ข่าว

ใคร? "บิ๊กขาสั้น" สว.สำรอง แฉคนสั่งคว่ำคดีฮั้ว สว. แฉลากไส้ "ระบอบสีน้ำเงิน" กินรวบองค์กรอิสระ

ใคร? "บิ๊กขาสั้น" สว.สำรอง แฉคนสั่งคว่ำคดีฮั้ว สว. แฉลากไส้ "ระบอบสีน้ำเงิน" กินรวบองค์กรอิสระ

08 มิ.ย. 2569

สว.สำรอง แฉตัวละครลับ "บิ๊กกางเกงขาสั้น" โผล่นั่งหัวโต๊ะคุมเกมบงการ เป่าคดีฮั้วเลือก สว. ซัดยับ 2 บิ๊ก กกต. รับใบสั่งทำตัวเป็นนาฬิกาตาย ดองเรื่องนาน 2 ปี

นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล พร้อมกลุ่ม สว.สำรอง ได้เปิดแถลงข่าวถึงพฤติการณ์ของ นายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. และ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่า ส่อละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเอื้อประโยชน์ให้เกิดการฮั้วเลือกตั้ง สว. โดยระบุว่า นายฐิติเชษฐ์ มีหลักฐานคลิปวิดีโอชัดเจนว่า มีการเก็บโพยรายชื่อในคูหา ซึ่งถือเป็นความผิดซึ่งหน้า แต่กลับดองเรื่องไว้ไม่ยอมนำไปดำเนินคดีนานถึง 2 ปี 


ขณะที่นายแสวง ในฐานะผู้อำนวยการการเลือก สว. ก็ได้รับแจ้งเตือนจากผู้ตรวจการเลือกตั้ง สว. แล้วว่า จะมีการนำโพยที่เขียนไว้ในใบสว. 3 เข้ามาในหน่วยเลือกตั้ง แต่นายแสวง​ กลับตอบกลับว่า "เขาทำมาแล้ว ก็ให้เขานำไปใช้เถอะ"  แทนที่จะสั่งระงับหรือจับกุม จนทำให้กลุ่มคนที่ใช้โพยได้รับการรับรองเป็น สว. ไปเรียบร้อยแล้ว จากใบสั่งตามรางมหัศจรรย์เรียบร้อยแล้ว นั่นคือ ผลพวงที่ทั้งสองคนได้ทำให้เห็นว่าแบ่งหน้าที่กันทำหรือไม่ 

นายอัครวัฒน์ ระบุว่า วันนี้คดีโกงเลือก สว. อยู่ในมือของ กกต. ชุดใหม่ทั้ง 4 คน และ กกต. ชุดเก่าอีก 3 คน หนึ่งในนั้น มีนายฐิติเชษฐ์ ที่จะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการพิจารณา ส่วนนายแสวงที่เราทราบอยู่แล้วว่า ไม่ผ่านการประเมิน แต่มาดำเนินคดีใหญ่ระดับชาติ 


โดยมีข้อครหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวพันเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนที่เข้ามาเลือกในวันนั้นให้สมประโยชน์ จึงอยากให้เห็นว่ากระบวนการนี้เตรียมการมาอย่างดี​ จึงขอเรียกร้องไปยังประธาน กกต. ว่า ขอไม่ให้ นายฐิติเชษฐ์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณา โดยมองว่าจากพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้นไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และยังมีคดีติดสินบนที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน​ หรือ สตง.​ ตนไม่รู้ว่ามาจนถึงทุกวันนี้ระหว่างประชาชนทั้งประเทศ กับข้าราชการไม่กี่คน ใครเส้นใหญ่กว่ากัน บ้านเมือง จะสูญเสียซึ่งอิสรภาพตามระบอบประชาธิปไตย เพราะมีคนลักษณะแบบนี้ร่วมมือกันเป็นขบวนการหรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่าระบบสีน้ำเงิน เซาะกร่อนบ่อนทำลายประเทศชาติบ้านเมืองประชาธิปไตยทุกหย่อมหญ้า จนขาดซึ่งอิสรภาพและความเป็นธรรมความเที่ยงธรรม​ ถือว่าไม่มีความสง่างามในการพิจารณาคดีฮั้ว สว.

นอกจากนี้นายอัครวัฒน์ยังได้เปิดโปงถึง "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่เข้ามาแทรกซึมกินรวบองค์กรอิสระจนเกือบจะกลายเป็นคนของกระทรวงคมนาคมทั้งหมด พร้อมทั้งเผยกระแสข่าวลือว่ามี "ผู้มีอำนาจที่ชอบใส่กางเกงขาสั้น" มานั่งหัวโต๊ะสั่งการและควบคุมเกมฮั้ว สว. ด้วยตัวเอง โดยมีใบสั่งให้ กกต. ตีตกคดีนี้ด้วยมติ 5 ต่อ 2 ซึ่งตนมองว่าเป็นการเล่นลิเกหน้าฉากเพื่อตบตาประชาชน พร้อมกับเปรียบเทียบนายแสวงว่าเป็นเหมือน "นายแสวงเหมือนนาฬิกาเสียตลอด​ เกี่ยวกับเรื่องการโกง สว.​ หันกลับมาดูอีกทีแบตเตอรี่ก็ไม่ใส่ นาฬิกาไม่เดิน ผ่านมา 2 ปี คดีใหญ่ขนาดนี้กลับไม่ทำอะไรเลย ถือว่าขาดประสิทธิภาพ" รวมถึงมองว่า เลือกทำแต่คดีปลาซิวปลาสร้อยกว่า 40 สำนวน แต่กลับไม่ยอมทำคดีใหญ่ระดับชาติจนส่งผลให้ประเทศชาติเสียหาย

 

จึงขอส่งสัญญาณไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ หรือ กกต. ว่า สำนวนชุดที่ 26 ที่อยู่ในมือ ขออย่าไปเล่นกับไฟ เมื่อสำนวนเสร็จเรียบร้อยขอให้ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะสง่างามกว่า​ มองว่า กกต. กำลังอยู่ในขั้นวิกฤต เสื่อมศรัทธา​ ไร้ประสิทธิภาพ​


อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (8 มิ.ย. 2569) ตนจะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมมาธิการกิจการศาล​ องค์กรอิสระ​ องค์กรอัยการ​ รัฐวิสาหกิจ​ องค์การมหาชน​ และกองทุน​ของสภาผู้แทนราษฎร​ จะนำเอกสารต่างๆทั้งคลิปวีดีโอของนายฐิติเชษฐ์ ขณะเก็บโพย​ ซึ่งในวีดีโอมีความชัดเจนว่า เก็บโพยแล้ว​ นำไปทำอะไร​ 


ส่วนกระแสข่าวว่า นายแสวง มีไม่ผ่านการประเมิน ก็ไม่สมควรที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป ซึ่งมีกระแสข่าวว่า มีความพยายามที่จะให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ความขัดแย้งระหว่างผู้ประเมินว่า ให้ กกต.ชุดเก่า ที่เกษียณไปแล้วเป็นผู้ประเมินหรือไม่ หรือ ต้องให้ กกต.ชุดใหม่ 4 คนเข้ามาร่วมประเมินด้วย​ ซึ่งต่อให้ใครประเมิน ก็สู้ประชาชนประเมินไม่ได้ คนทั้งประเทศบอกว่า นายแสวงไม่ผ่านการทดลองงาน จึงสมควรที่จะถูกเลิกจ้าง