ข่าว

"อนุทิน" สั่งล้างบางขบวนการออกบัตรเก๊ ลั่นใครเกี่ยวโดนหมด ไม่สนหน้าไหน

"อนุทิน" สั่งล้างบางขบวนการออกบัตรเก๊ ลั่นใครเกี่ยวโดนหมด ไม่สนหน้าไหน

15 พ.ค. 2569

"อนุทิน" กปราบโกงรูปแบบใหม่ ใช้หลัก "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" ตัดวงจรคอนเนกชัน ลุยล้างไพ่ข้าราชการสีเทา ลั่นชัดรัฐบาลนี้เคลียร์ไม่ได้ สั่ง ปปง. เช็กบิลเส้นทางเงินข้าราชการสีเทาทั้งแผ่นดิน

กรณีที่มีการจับกุมอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ที่ทุจริตออกใบสีชมพูให้กับนายหมิง เฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนที่ถูกจับกุมจากการมีอาวุธสงคราม และระเบิดแรงสูง 

 

15 พ.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จะมีการไล่จับและขยายผลต่อไปเรื่อยๆ เพราะเป็นขบวนการที่ใหญ่มาก ซึ่งนายอำเภอที่อยู่ในพื้นที่ก็ถูกคำสั่งให้ออกจากพื้นที่ไปก่อนแล้ว หากเรื่องนี้ไปถึงใครก็โดนหมด

ดังนั้นตอนนี้ให้ประชาชนมั่นใจได้เลยว่า รัฐบาลของตนไม่เล่นเรื่องนี้ เคลียร์ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุกรุกที่ เรื่องยาเสพติด เรื่องบ่อนการพนัน การกระทำความผิดใดๆ ทั้งการฟอกเงิน สแกมเมอร์ ซึ่งตนก็ได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า "รัฐบาลชุดนี้เราไม่มีการประนีประนอม และไม่เป็นมิตรกับพวกกระทำความผิด" โดยเราได้รับความร่วมมือที่ดีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ปฏิบัติงานก็รู้สึกแฮปปี้ที่รัฐบาลให้อิสระในการทำงาน จึงมีการจับและดำเนินคดีเป็นจำนวนมากขึ้น นับตั้งแต่ที่ตนเข้ามาเป็นรัฐบาล


เมื่อถามถึงขบวนการดังกล่าวมีขนาดใหญ่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า "มันยังไม่จบ และไม่ได้จบแค่นี้"

ส่วนที่อธิบดีกรมการปกครองใช้กลไกของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายอำเภอ และตำรวจในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินสาธารณะนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือเป็นการแสดงความตั้งใจให้เห็นว่าเราเอาจริง ไม่ใช่แค่การลงพื้นที่ไปดูและตัดตอนกันไป แต่การตั้งคณะกรรมการสอบนายอำเภอ หรือหากจะมีตำแหน่งที่เหนือกว่านั้นขึ้นไปอีก เช่น ปลัดจังหวัด หรือผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการทั้งหมด หากใครไม่ได้กระทำความผิดก็ไม่ต้องไปกังวล แต่ตามหลักการต้องตั้งคณะกรรมการสอบไว้ก่อน เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความมั่นใจว่า กระบวนการยุติธรรมไม่มีการยกเว้นใครทั้งสิ้น


เมื่อถามถึงผู้ที่กระทำความผิดนั้นเป็นคนที่รู้จักบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ตนใช้หลัก "ปิดชื่อถือพฤติกรรม" เพราะเดี๋ยวนี้เราทุกคนมีรุ่นมีหลักสูตรเยอะแยะไปหมด หากดูชื่อไว้ก่อนก็อึดอัดใจตัวเอง ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ได้ทำคือให้ฝ่ายปฏิบัติดำเนินการเลย เจอกันอีกทีก็คือตอนแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งก็จะไปอยู่ในจุดที่ทำอะไรไม่ได้แล้ว

 

เมื่อถามอีกว่า จะถือเป็นการล้างบางข้าราชการสีเทาในยุคนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำว่ากวาดล้างต้องทำอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ยุคนี้ พร้อมย้ำว่า เราจะกวาดล้างพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้