ข่าว

"ศรีสุวรรณ" บุก ป.ป.ช. ร้องสอบ "อนุทิน-เอกนิติ" สอดไส้กู้ 4 แสนล้าน เอื้อกลุ่มทุนพลังงาน?

"ศรีสุวรรณ" บุก ป.ป.ช. ร้องสอบ "อนุทิน-เอกนิติ" สอดไส้กู้ 4 แสนล้าน เอื้อกลุ่มทุนพลังงาน?

08 พ.ค. 2569

"ศรีสุวรรณ" จับพิรุธ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อ้างเศรษฐกิจวิกฤตเกินจริง กู้มาแจกคนรวยพ่วงคนจน พร้อมตั้งข้อสังเกตงบพลังงาน 2 แสนล้าน "ยัดไส้" มาเพื่อใคร?

กรณีรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต ด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ... 

 

 

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ทางมายื่นคำร้องต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็น อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ 2560 และมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ทั้งนี้ ข้ออ้างและเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ใช้กล่าวอ้างว่า ไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจที่มีลักษณะซ้อนทับและรุนแรงนั้น เป็นข้ออ้างที่เกินไปกว่าความจริงมาก เศรษฐกิจของไทยไม่ได้เลวร้ายรุนแรงถึงขนาดนั้น หรือหากจะหาเหตุผลมาอธิบายเพื่อให้มีน้ำหนักในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพที่เลวร้ายจนเกินไปก็ได้ เพราะเงินกู้ที่จะนำไปเยียวยาประชาชน 2 แสนล้านบาท ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 30 ล้านคน วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท และเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5.2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 4 เดือนงบรวม 1.72 แสนล้านบาท เป็นการแจกไปทั่วทั้งคนรวย คนจน โดยไม่แยกแยะให้เฉพาะกลุ่มเปราะบาง จะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ มากกว่า SME ใช่หรือไม่

 

 

นายศรีสุวรรณ มองว่า เอื้อนายทุนหรือไม่ เพราะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาท ยังไม่ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ถึงขนาดต้องออกเป็น พ.ร.ก. แต่กลับยัดไส้เข้ามาเพื่อเอื้อธุรกิจกลุ่มทุนพลังงานหรือไม่ ถ้าไม่ทำตอนนี้จะเกิดผลกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจเชียวหรือ ทั้งๆที่สามารถนำไปใส่ไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ก็ได้ แต่สอดไส้มาอยู่ในการกู้ด่วนมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงแต่ไม่บอกประชาชนหรือไม่

 

ที่สำคัญการกู้เงินครั้งนี้จะส่งผลให้สถานะหนี้สาธารณะของประเทศ ถีบตัวสูงขึ้น โดยปัจจุบัน ณ สิ้นเดือน ก.พ.69 หนี้สาธารณะคงค้างอยู่กว่า 12 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 66.9% ต่อ GDP และหากมีการกู้เพิ่มอีก 400,000 ล้านบาท คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 68.14% ต่อ GDP เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2570 คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะอยู่ที่ประมาณ 69.44% ซึ่งแม้จะยังคงอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% ต่อ GDP แต่ทว่าในอนาคตอันใกล้จะเกิดผลกระทบตามมา หากสงครามตะวันออกกลางที่คิดว่าจะจบ อาจจะไม่จบก็ได้ จะเอาแน่เอานอนอะไรกับทรัมป์ไม่ได้ เพราะถ้าทรัมป์ไปก่อสงครามใหม่กับคิวบา กับเกาหลีเหนือ ไทยก็ต้องกู้และขยายเพดานหนี้สาธารณะออกไปอีกแน่ๆ

 

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำความาร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นเพื่อเอาผิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และคณะรัฐมนตรีทุกคน ที่จงใจใช้อำนาจขัดต่อมาตรา 172 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ มาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 รวมทั้งเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วยหรือไม่ และควรออกหนังสือเตือนไปยัง ครม.ตามที่กฎหมายกำหนดด้วย