
“ดร.โจ” เสนอวาระเมือง 5 ข้อ ชิงผู้ว่าฯ กทม. พร้อมเปิดรายชื่อทีม
พรรคประชาชน เปิดตัว ดร.โจ ชัยวัฒน์ ชิงผู้ว่า เสนอวาระเมือง เพิ่มสวัสดิการครบวงจร-ช่วยคนค้าขาย-ลดค่าครองชีพ-ปราบคอร์รัปชัน สร้างกรุงเทพที่เป็นหลังพิงเมื่อล้ม-เป็นลมใต้ปีกให้ประชาชนเติบโต พร้อมเปิดรายชื่อ ส.ก.50 คน
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น 5 พรรคประชาชนจัดงานเปิดแคมเปญผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้ชื่องาน “กรุงเทพง่ายๆ by ผู้ว่าประชาชน” โดยมรประชาชนมาร่วมงานอย่างคับคั่ง จนล้นออกมาหน้าห้องจัดงาน
การเปิดตัวดังกล่าว เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากในช่วงวันที่ 2-4 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการปล่อยข้อความผ่านบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ ตั้งคำถามประชาชนว่า “อยู่กรุงเทพ ใช้ชีวิตยากมั้ย” ผ่าน 8 โจทย์ที่ทุกคนต้องเจอ ตั้งแต่การพาพ่อแม่ไปหาหมอ การเดินทางกลับบ้านช่วงเย็น การเดินคนเดียวตอนกลางคืน การเก็บเงิน การทำมาค้าขาย ไปจนถึงการมีสุขภาพดีและอากาศสะอาดหายใจ
จากนั้นวิโรจน์ได้ส่งต่อเวทีให้กับชัยวัฒน์ ซึ่งขึ้นมากล่าวเปิดเวทีโดยตั้งคำถามกับประชาชนผู้มาร่วมงานว่า “ใช้ชีวิตในกรุงเทพทุกวันนี้ ยากมั้ย” ชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่า ตนเองเกิดที่ย่านตลาดพลู ครอบครัวค้าขาย ไม่ได้มีฐานะดี ในวัยเด็กต้องช่วยพ่อแม่หารายได้ด้วยการวิ่งขายของหน้าร้านสมใจนึกบางลำภู วิ่งหนีเทศกิจ นั่งรถเมล์ไปเรียนจนจบปริญญาตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอนทำงานก็ต้องนั่งรถเมล์ เรือด่วน บีทีเอส มอเตอร์ไซค์ รวม 4 ต่อเพื่อไปทำงาน
ตนจึงทราบดีว่าชีวิตกรุงเทพไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จริงมันยากและเหนื่อยมากสำหรับคนธรรมดาที่ไม่มีเงิน ไม่มีอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นคน 99% ของกรุงเทพฯ แต่ที่น่าตกใจก็คือ คนกรุงเทพดูจะชินชาและปรับตัว ทุกคนสู้ชีวิต อดทนทำงานหาเงิน เพื่อจะใช้ชีวิตในกรุงเทพ เป้าหมายคือยิ่งมีเงิน ชีวิตเราก็จะยิ่งง่ายขึ้น สบายขึ้น มั่นคงขึ้น เราเชื่อกันว่ากรุงเทพ ก็เป็นแบบนี้แหละ
“สำหรับผม นี่คือสัญญาณของ ความหวังที่หดแคบลง จนคนกรุงเทพไม่เชื่อว่า กทม. จะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น ง่ายขึ้น ทุกคนต้องต่อสู้ดิ้นรนเอง จนลืมคิดไปว่าหลายเรื่องไม่ควรจะเป็นเรื่องยากขนาดนี้เลย ผมและพรรคจึงเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อเสนอว่ากรุงเทพจะไม่ปล่อยให้คุณต่อสู้เพียงลำพัง เมืองที่มีงบประมาณ 120,000 ล้าน และเจ้าหน้าที่เกือบ 100,000 คน สามารถทำได้มากกว่านี้ ไปไกลกว่านี้
พรรคประชาชน ไม่ได้เสนอแค่ผู้ว่า กทม. 1 คน มาให้ท่านเลือก แต่เราขอเสนอ วาระเมืองกรุงเทพ ว่าอนาคตของเมืองนี้ควรจะเป็นอย่างไร
ชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่า สำหรับตนเอง กรุงเทพไม่ใช่สถานที่แต่คือผู้คน จากประสบการณ์ที่ได้ไปใช้ชีวิตทั้งเรียนและทำงานที่ญี่ปุ่นมากกว่า 10 ปี ที่นั่นมีปรัชญาที่เชื่อในการพัฒนาเมือง ที่มีคนเป็นศูนย์กลาง และสิ่งที่ตนเองได้ซึมซับกลับมาคือหลักคิดที่ว่า "คนคือขุมทรัพย์ของเมือง"
การจะพัฒนาคน มีสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือเวลา เวลาคุณภาพที่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย เวลาที่ได้อยู่กับครอบครัว เวลาที่ได้เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง แต่กรุงเทพวันนี้ เต็มไปด้วยความยาก ที่พรากเวลาจากพวกเราไป แค่ทำภารกิจในแต่ละวัน เวลาก็สูญไปแล้ว วันละ 3-4 ชั่วโมง จุดเริ่มต้นของเมืองกรุงเทพที่จะพัฒนาคน ต้องทวงคืนเวลาให้คนกรุงเทพ นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องทำให้กรุงเทพง่าย
ชัยวัฒน์ฉายภาพกรุงเทพที่ง่ายขึ้น ด้วยการเสนอไฮไลท์ 4 ชุดนโยบาย “กรุงเทพง่ายๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน”
1. เลี้ยงครอบครัวง่าย พัฒนาคนตั้งแต่เด็กเล็ก ยกระดับมาตรฐาน ศูนย์พัฒนาเด็ก ให้พ่อแม่เชื่อมั่นที่จะนำลูกมาให้ กทม. ดูแล โดยขยายช่วงเวลารับเลี้ยงและช่วงอายุเด็กที่ดูแล ให้ตอบโจทย์พ่อแม่ที่ทำงาน และใช้ศูนย์พัฒนาเด็กเป็นพื้นที่เล่นในวันหยุดให้กับเด็กทุกครอบครัว / ทำศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ Day Care ที่คนทำงานสามารถพาพ่อแม่มาให้ดูแลแบบไปเช้าเย็นกลับ ให้ผู้สูงอายุ มีเพื่อน มีสังคม มีกิจกรรมให้ทำ มีการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ และสำหรับผู้สูงอายุที่ติดเตียง จะมีการจ้าง Caregiver นักดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน 5,000 ตำแหน่ง ทำงานเต็มเวลา ไปช่วยดูแลที่บ้านได้เลย
2. ค้าขายง่าย เพิ่มพื้นที่ค้าขายแบบไม่ต้องจ่ายส่วย เพิ่มเขตผ่อนผัน โดยไม่ละเมิดสิทธิคนเดินเท้า ให้คนกรุงเทพได้มีโอกาสค้าขายได้ง่าย พัฒนาย่านท่องเที่ยวใหม่ร่วมกับประชาชน สนับสนุนเอกชนและประชาชน ให้พัฒนาย่านท่องเที่ยวของตัวเอง เพื่อสร้างเรื่องราวของเมืองให้เกิดพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ เพิ่มรายได้ให้คนในย่าน ยกระดับโรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง ให้กลายเป็นศูนย์ Reskill เพื่อการจ้างงาน ดึงภาคเอกชนที่ต้องการหาคนทำงาน เข้ามาใช้เป็นพื้นที่ ฝึกทักษะที่ตรงความต้องการของนายจ้าง และหาคนทำงาน ในคราวเดียวกัน
3. เดินทางง่าย กทม. จะรับเป็นเจ้าภาพ เชื่อมข้อมูล รถเมล์ รถไฟ เรือ ให้การเดินทาง วางแผนง่าย เห็นพิกัด GPS รถ/เรือ ที่กำลังรอแบบเรียลไทม์ เพิ่มเส้นทาง เดินรถเส้นที่กรมขนส่งทางบกอนุมัติไว้แล้ว แต่ยังไม่มีเอกชนวิ่ง ฟื้นเรือเมล์ กทม. ใน 3 คลอง (คลองภาษีเจริญ, คลองพระโขนง, คลองแสนแสบ ถึง มีนบุรี) ทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่คนเดินทางง่าย โดยไม่ต้องมีรถ คืนเวลาให้คนกรุงเทพ
4. ใช้ชีวิตง่าย ไม่ต้องสู้กับกลิ่นขยะ ยกเลิกสัญญาโรงขยะกลางเมืองที่ส่งกลิ่นเหม็นแล้วพัฒนาให้กลายเป็นระบบปิดที่ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย / การติดต่อราชการของคนที่เปิดร้านอาหารหรือขออนุญาตก่อสร้างในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น ใบอนุญาตเล็ก ใหญ่ ระบบที่บังคับให้คนต้องเลือกระหว่าง "รอนาน" หรือ "จ่ายใต้โต๊ะ" จะต้องหมดไป คนกรุงเทพ ต้องได้รับบริการที่โปร่งใส ยุติธรรม จาก กทม.
ส.ก. ของพรรคประชาชน ทั้ง 50 คน
เขตคลองสาน - ณัฐจิรา ศุภพันธ์ (ณัฐ)
เขตคลองสามวา - สุรเกียรติ หวังพิทักษ์ (อักรอม)
เขตคลองเตย - พลอย เตลาน (ลัญ)
เขตคันนายาว - นันท์นภัส สุขสิริฐานันท์ (กาญจน์)
เขตจตุจักร - อภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย (มาร์ท)
เขตจอมทอง - กิรติ จงพิพิธพร (บาส)
เขตดอนเมือง - อดิศร ฤกษ์ลักษณี (โบ๊ท)
เขตดินแดง - อัมรินทร์ สวัสยานุภาพ (ทนายจัมโบ้)
เขตดุสิต - อัครชัย กันธมาลา (มิก)
เขตตลิ่งชัน - กันตพงศ์ ดีชัยยะ (แมพ)
เขตทวีวัฒนา - ณัฐนนท์ นาคหล่อ (หลุยส์)
เขตทุ่งครุ - มหัทธวัฒน์ พรเภตรา (บอสส์)
เขตธนบุรี - สุวิจักขณ์ วิริยะธนการ (สิทธิ์)
เขตบางกอกน้อย - อริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ (อริ)
เขตบางกอกใหญ่ - พลวริศ สุทธิคีรี (ภู)
เขตบางกะปิ - วีระชาติ เสประธานนท์ (โจ้)
เขตบางขุนเทียน - เอษณา จรัสสุริยพงศ์ (เอ)
เขตบางคอแหลม - กิตติสัณห์ อุตสาหประดิษฐ์ (เอิร์ธ)
เขตบางซื่อ - ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย (เนอส)
เขตบางนา - ฉัตรชัย หมอดี (โต้ง)
เขตบางบอน - เขมชาติ ฉัตรตรัสตรัย (เขม)
เขตบางพลัด - เอกนรินทร์ พัชรประกาย (เบียร์)
เขตบางรัก - วนัสญาย์ สิริเหมะเวคิน (จ๋า)
เขตบางเขน - ภาณุวัฒน์ ศรีวงษา (นุ)
เขตบางแค - อำนาจ ปานเผือก (นาจ)
เขตบึงกุ่ม - อภิชาต ปรางทอง (ตูน)
เขตปทุมวัน - อัญชิสา โรจนยุกตานนท์ (อัญอัญ)
เขตประเวศ - ฐาปนีย์ สุขสำราญ (เกตุ)
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย - อัยรินทร์ กลางประพันธ์ (แป้ง)
เขตพญาไท - วรวิทย์ ฉายสุวรรณ์ (เก๋า)
เขตพระนคร - อดิเจษฎ์ ประยูรพฤกษ์ (เจด)
เขตพระโขนง - สราวุธ อนันต์ชล (หนุ่ม)
เขตภาษีเจริญ - พัณณ์ชิตา รณบรรณ (ลิ้ม)
เขตมีนบุรี - กิตติคุณ รุจิมงคล (วิน)
เขตยานนาวา - ภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร (ท๊อป)
เขตราชเทวี - เอกกวิน โชคประสพรวย (วิน)
เขตราษฎร์บูรณะ - ปิยวัช รังผึ้ง (ป้อง)
เขตลาดกระบัง - อานนท์ แม้นเพชร (โอม)
เขตลาดพร้าว - ณภัค เพ็งสุข (ต้น)
เขตวังทองหลาง - อธิการ ถิรวิริยพล
เขตวัฒนา - ภัคญดา อำนวยเดชกร (เอลฟ์)
เขตสวนหลวง - มาโนช วงศ์เกตุใจ (ต้อง)
เขตสะพานสูง - เมธิณี หวังพิทักษ์ (เมย์)
เขตสัมพันธวงศ์ - ธนภัทร เทียนกระจ่าง (ลาเต้)
เขตสาทร - ไซราม ประกายกิจ (ครูทอมมี่)
เขตสายไหม - ภมร พลจันทร์ (อ๊อฟ)
เขตหนองจอก - หยกพรชัย อิสระเสรีพงษ์ (หยก)
เขตหนองแขม - กิตติคุณ กชกรจารุพงศ์
เขตหลักสี่ - ณพวิทย์ วงศ์อารีย์ (ที)
เขตห้วยขวาง - ปภาวิน ติณณ์พิพัฒน์โสภณ (ปังปอนด์)



