ข่าว

ปชน. แฉ "ทุเรียนศูนย์เหรียญ" กินรวบ กระทุ้งรัฐล้างมาเฟียนอมินี ก่อนโดนเวียดนามแซง

ปชน. แฉ "ทุเรียนศูนย์เหรียญ" กินรวบ กระทุ้งรัฐล้างมาเฟียนอมินี ก่อนโดนเวียดนามแซง

29 เม.ย. 2569

สส.พรรคประชาชน จี้รัฐบาลแก้ปัญหานอมินีจีนกินรวบตลาดทุเรียนไทย พบพิรุธย่านห้วยขวางเปิดร้านรับเงินผ่านแอปฯ จีน เงินไม่เข้าไทย หวั่นตัดทุเรียนอ่อน-สวมสิทธิ์ GAP ทำไทยแพ้เวียดนาม

นายปิติกรณ์ บรรณเภสัช สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ได้อภิปรายสะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจผ่านปรากฏการณ์ "ทุเรียนศูนย์เหรียญ" ที่กำลังกัดเซาะห่วงโซ่อุปทานผลไม้ไทยอย่างน่ากังวล โดยยกตัวอย่างย่านประชาราษฎร์บำเพ็ญ เขตห้วยขวาง ที่พบร้านจำหน่ายทุเรียน ซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มทุนจีนแบบครบวงจร ตั้งแต่คนขายที่พูดภาษาจีน บรรจุภัณฑ์ภาษาจีน ไปจนถึงการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันของจีน ซึ่งทำให้รายได้ทั้งหมดหมุนเวียนอยู่ในกลุ่มทุนต่างชาติและไม่ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของไทยอย่างที่ควรจะเป็น 

ความกังวลสำคัญอยู่ที่การขยายตัวของวงจรนี้ที่เริ่มรุกคืบเข้าไปถึงต้นน้ำ โดยมีการใช้นอมินีเข้าซื้อหรือเช่าสวนทุเรียนระยะยาว เพื่อควบคุมผลผลิตได้เบ็ดเสร็จตั้งแต่ในสวน ก่อนจะส่งต่อไปยังล้งนอมินีเพื่อกำหนดเกรดและกดราคาเกษตรกรไทย โดยมักจะคัดผลผลิตคุณภาพดีส่งกลับไปยังประเทศจีนและเหลือเพียงทุเรียนตกเกรดไว้จำหน่ายภายในประเทศ

นอกจากนี้ไทยยังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นจากการสวมสิทธิ์ใบรับรอง GAP และปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนเพื่อหวังกำไรระยะสั้น ซึ่งในขณะที่ไทยกำลังพึ่งพาตลาดจีนสูงถึงร้อยละ 80-90 คู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนามกลับได้รับการอนุญาตให้นำเข้าทุเรียนไปยังจีนจนมีปริมาณแซงหน้าไทยไปแล้ว แม้มูลค่าของไทยยังสูงกว่าด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า แต่หากภายใน 5 ปีนี้ไทยยังไม่สามารถจัดการปัญหานอมินีและการรักษามาตรฐานคุณภาพได้ เวียดนามย่อมมีโอกาสแซงหน้าไทยได้ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพอย่างแน่นอน

 

 

 

​นายปิติกรณ์ เสนอแนะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เร่งแก้ไขปัญหานอมินีที่เข้ามาถือครองสวนและตรวจสอบล้งผลไม้เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งกำชับเรื่องมาตรฐาน GAP ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และที่สำคัญที่สุดคือการเร่งหาตลาดส่งออกใหม่ๆ นอกเหนือจากจีน เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดียวและป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาผูกขาดจนทำลายโครงสร้างราคาและทำลายอาชีพของเกษตรกรไทยในระยะยาว