
นายกฯ อนุมัติงบ สร้างด่านชายแดนแล้ว ย้ำ ฉีก MOU44 เพราะ 25 ปีไม่คืบหน้า
นายกฯ อนุมัติงบฯ สร้างด่านชายแดน ย้ำฉีก MOU44 เพราะ 25 ปีไม่คืบหน้า เล็งเก็บ MOU43 ไว้ ย้ำ ยังไม่คิดเปิดด่านชายแดน
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เริ่มดำเนินการแล้ว ทั้งชายแดนไทย-มาเลเซีย และชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งงบประมาณต่าง ๆ ถูกจัดสรรแล้ว และกองทัพก็ได้แบ่งหน้าที่รับผิดชอบแล้ว เช่น กองทัพเรือ จะรับผิดชอบชายแดนฝั่งตะวันออก และกองบัญชาการกองทัพไทย จะรับผิดชอบแนวชายแดนสระแก้ว ปราจีนบุรี เรื่อยไปจนถึงอุบลราชธานี และภาคใต้กองทัพภาคที่ 4 จะรับผิดชอบชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อป้องกันการขนสินค้าเถื่อน การเข้าเมืองผิดกฎหมาย หรือการก่อการร้าย ซึ่งทุกอย่างได้ดำเนินการแล้ว และจัดสรรงบประมาณเรียบร้อยแล้ว
ส่วนพื้นที่นอกเหนือระยะแรกนั้น นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2569 ได้ให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เสนองบประมาณเข้ามาแล้ว ซึ่งหากงบประมาณปกติไม่เพียงพอ ก็สามารถจัดสรรงบกลางได้
แนวทางการยกเลิก MOU43 หลัง สมช.มติยกเลิก MOU44 แล้วนั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ พร้อมยืนยันว่า การยกเลิก MOU44 นั้น ไม่ใช่เพราะมีความขัดแย้งกับฝ่ายกัมพูชา แต่ยกเลิกเพราะการดำเนินการตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ไม่มีความคืบหน้า และบริบทโลก รวมถึงสถานการณ์โลกก็เปลี่ยนไปมาก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ไม่เหมือนเดิม ดังนั้น จึงได้ยกเลิกสิ่งที่มีอยู่แต่ไม่ได้ก่อประโยชน์ให้ประเทศและประชาชน พร้อมชี้แจงถึงแนวทางการจะยกเลิก MOU ว่า ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของรัฐบาล เพราะ MOU43 มีความคืบหน้า มีข้อตกลง และความเห็นร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งหากไม่ใช่ประเด็นปัญหาก็ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้
ท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนให้มีการยกเลิก MOU44 ด้วยหรือไม่ เพราะก็ยังมีนักวิชาการแสดงความกังวลต่อการ MOU44 จะทำให้ไทยเสียประโยชน์ได้นั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ขั้นตอนได้เลยกระทรวงการต่างประเทศไปแล้ว เพราะ สมช.ได้มีมติออกไปแล้ว
ด้านแนวทางการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชานั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ยังไม่มีการพูดถึง และยังไม่ต้องพูดถึงขั้นตอนนั้น
กรณีที่บริเวณชายแดนยังมีการยั่วยุ และเติมกำลังบริเวณชายแดนอีกฝ่ายนั้น นายกรัฐมนตรี เห็นว่า ยังไม่ทราบว่า เป็นการยั่วยุในระดับใด และด้วยเหตุผลใด แต่ไม่ใช่การยั่วยุเพราะการรับคำสั่งจากรัฐบาล และหากเป็นการยั่วยุในเขต ไม่ได้ล่วงล้ำดินแดน ประเทศไทยก็ต้องอดทน และนิ่งให้เป็น โดยไม่ยั่วยุกลับ เพียงแต่ระบุให้ชัดเจนว่า ไม่สามารถเกินเส้นนี้ได้
ส่วนในการหารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการขอความร่วมมือใด ๆ กับฝ่ายไทยหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายหวังฯ ได้บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปกัมพูชา และจีนยินดีที่จะเป็นคนกลางช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และท่าทีของฝ่ายกัมพูชาต่อประเทศไทย ก็ไม่อยากสู้รบ ไม่อยากเผชิญหน้าความขัดแย้งแล้ว ฝ่ายจีนจึงมาแจ้งให้ไทยทราบ แต่ตนก็ย้ำไปว่า ไทยไม่ได้ต้องการที่จะมีความขัดแย้งเพื่อนบ้านใด ๆ แต่ไทยก็มีขั้นตอนในการพูดคุย และสร้างกติกาการพูดคุย เพื่อทำให้ความสัมพันธ์สามารถรื้อฟื้นขึ้นมาได้ แต่ไม่ใช่ชั่วข้ามคืนเพราะจะต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นต่อกันและกันก่อน ซึ่งฝ่ายจีน มีความเข้าใจดี เพราะตนได้มีการพูดคุยกันลึกพอสมควรถึงปัญหาที่แท้จริง และวิธีการแก้ไขควรจะต้องใช้แนวทางปฏิบัติเช่นไร



