ข่าว

"เท้ง" นำ 10 สส. แถลงสู้คดีจริยธรรม ยันแก้ 112 ไม่ได้มุ่งร้ายระบอบฯ  จากนี้ไร้เพดานไม่เลิกอุดมการณ์

"เท้ง" นำ 10 สส. แถลงสู้คดีจริยธรรม ยันแก้ 112 ไม่ได้มุ่งร้ายระบอบฯ จากนี้ไร้เพดานไม่เลิกอุดมการณ์

24 เม.ย. 2569

"ณัฐพงษ์" นำทีม 10 สส.พรรคประชาชน แถลงเดินหน้าทำหน้าที่ต่อ หลังศาลไม่สั่งพักงาน พร้อมสู้คดีถึงที่สุด ย้ำเจตนารมณ์แก้กฎหมายเพื่อตรวจสอบถ่วงดุล ไม่ใช่มุ่งร้ายระบอบการปกครอง ลั่นจุดยืน "ไม่ลดเพดาน"

ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับคำร้อง คดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ลงชื่อแก้ ม.112 โดยไม่สั่งให้ 10 สส. ที่ขณะนี้ปฎิบัติหน้าที่ สส.พนรคประชาชน หยุดปฏิบัติ แต่ห้ามไม่ให้กระทำซ้ำหรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง

 

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีม 10 สส. พรรคประชาชน แถลงจุดยืนว่า เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งศาล เราขอเพียงแค่ยืนยันว่า การเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายนั้น ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
 

นัยของคดีนี้สำคัญกว่าอนาคตทางการเมืองของพวกผม คือเรื่องอนาคตของประชาธิปไตยไทย ซึ่งเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ที่ต้องการระบอบการเมืองที่มีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจต่อทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ระบอบที่ใช้อำนาจ เพื่อปกป้องการแสวงหาผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม

 

"เท้ง" นำ 10 สส. แถลงสู้คดีจริยธรรม ยันแก้ 112 ไม่ได้มุ่งร้ายระบอบฯ  จากนี้ไร้เพดานไม่เลิกอุดมการณ์

เราไม่ต้องการเห็นกระบวนการนิติสงครามเพื่อรักษาระบอบการเมืองที่เป็นมรดกของการรัฐประหาร ซึ่งต้องการลดทอนอำนาจของประชาชนลง แล้วกินรวบอำนาจและผลประโยชน์ไว้ที่กลุ่มชนชั้นนำและนักการเมืองบางกลุ่มโดยไม่แยแสต่ออนาคตของประเทศและประชาชน

 

ดังนั้น พวกเราจะดำเนินการต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องรักษาความชอบธรรมของอำนาจผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนร่วมกับพี่น้องประชาชนในการเปลี่ยนผ่านการเมืองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่รับใช้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

 

ส่วนจะศาลฎีการับคำร้องและให้ 10 สส. ปฏิบัติหน้าที่ต่อ มองว่าได้รับความเป็นธรรมหรือไม่หรือเป็นเพราะคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ นายณัฐพงษ์ระบุว่า สิ่งที่พวกเราอยากชี้ให้เห็น คืออนาคตของระบอบประชาธิปไตยไทย หนึ่งในนั้นคือกระบวนการยุติธรรมต่างๆและองค์กรอิสระปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน 

 

"สิ่งที่เกิดขึ้นต่อคดีนายศักดิ์สยามเอง แม้แต่อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ออกมาให้ความเห็นว่าเคยมีคำวินิจฉัยไปแล้วเส้นทางการมีความชัดเจน ผูกพันทุกองค์กร และเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคดี 44 สส. ก็เป็นสิ่งที่สังคมเองก็มองเห็นว่า ป.ป.ช. กำลังจะมีการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกันหรือไม่"นายณัฐพงษ์กล่าว


เมื่อถามว่ายังจะมีการปรับโครงสร้างพรรคเหมือนเดิมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การเลือกกรรมการบริหารพรรคหรือกรรมการบริการพรรคชุดใหม่ ก็ขอให้รอที่ประชุมใหญ่ในวันอาทิตย์นี้ก่อน

"เท้ง" นำ 10 สส. แถลงสู้คดีจริยธรรม ยันแก้ 112 ไม่ได้มุ่งร้ายระบอบฯ  จากนี้ไร้เพดานไม่เลิกอุดมการณ์

 

ส่วนการต่อสู้คดี นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน คาดหวังความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมในศาลฎีกาฯ อย่างน้อยปลายทางสุดท้าย ในกระบวนการนิติวิธีหลังจากนี้ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็จะมาจบที่ศาลฎีกาฯ ซึ่งเป็นศาลสูงสุดในกระบวนการยุติธรรม คงจะต้องต่อสู้ไปอีกนานพอสมควร เพราะสำนวนคดีนี้เกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งในสำนวนนี้มีผู้คัดค้านถึง 44 คน แต่ละคนก็มีพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่ต้องการขอหมายจากศาล เพื่อเชิญพยานบุคคลและหลักฐานภายนอกเข้ามา เพราะฉะนั้นคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี


นายแพทย์วาโย กล่าวด้วยว่า คาดหมายจะได้รับความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาได้คัดค้านและโต้แย้งมาโดยตลอดว่า การไต่สวนของ ป.ป.ช.เป็นไปโดยมิชอบ และเราไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริงในกระบวนการของ ป.ป.ช. เลย เพราะบางคนขอหมายยื่นพยานจาก ป.ป.ช. แค่หมายเดียว ป.ป.ช.ก็ยังไม่ออกให้เลย และทั้ง 43 คน ไม่มีใครได้รับอนุญาตจาก ป.ป.ช.ที่จะได้รับหมายขอพยานบุคคลภายนอกเลย จึงคิดว่าน่าจะได้รับความเป็นธรรมในศาล และคำร้องคัดค้านของตัวเองที่ยื่นต่อศาล ขอให้ศาลวินิจฉัยถึงกระบวนการอันมิชอบของ ป.ป.ช. ก็ยังคงอยู่ ไม่ได้ยกคำร้องของตัวเองไป ซึ่งอาจจะมีคำสั่ง เดียวกันไปในคราวเดียวกัน กับคำพิพากษาก็ได้ ซึ่งในโอกาสนี้ศาลได้เปิดโอกาสให้ ป.ป.ช. โต้แย้งคำพิพาทของตัวเอง ภายใน 14 วัน เพราะถือว่าเป็นกระบวนการที่ชอบแล้ว ป.ป.ช. ก็โต้แย้งมาแล้วกัน เหตุผลที่บอกว่าพยานหลักฐานที่ตนเองขอไปทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับคดี ป.ป.ช. ก็ต้องตอบให้ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีอย่างไร


แต่ทั้งนี้ทั้ง 10 คน เมื่อได้รับคำสั่ง ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปแบบมีเงื่อนไข จะเห็นว่า เงื่อนไขค่อนข้างกว้าง ต้องตีความและผูกอยู่กับคำร้อง โดยแต่ละคนคงจะได้รับคำร้องและเตรียมข้อมูล ดูเนื้อหาตามคำร้องอย่างละเอียด เพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเหมาะสม

นายแพทย์วาโย ยังกล่าวถึงกรณี 10 สส.หาก ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาล ว่าสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะเป็นคู่ความในคดีในฐานะผู้ร้อง ส่วนกรณีนายสนธิญา สวัสดี ไปยื่นร้องคัดค้านคำสั่งศาล แม้จะอ้างว่าเป็นผู้ร้องในชั้น ป.ป.ช. แต่คู่ความในคดีนี้คือ ป.ป.ช. กับ 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล คาดว่าศาลจะไม่รับคำร้อง เพราะไม่ใช่คู่ความ 

เมื่อถามว่าได้คุยกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายแพทย์วาโย ระบุว่า “คุณพิธาเขากำลัง ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ” ก่อนจะนิ่งไปสักครู่ (โดยกองเชียร์ด้านหน้าตะโกนว่า อินเลิฟ) ทำให้เรียกเสียงหัวเราะระหว่างการแถลงข่าว 

จากนั้น นายณัฐพงษ์ ได้สะกิดแขนขอตอบแทนว่า ในคดีนี้ได้คุยกับนายพิธาตลอด ขณะนี้อยู่ในต่างประเทศ และตอบคำถามถึงความพร้อมในการปฎิบัติที่กรรมการบริหารพรรคต่อ หากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีมีมติเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อว่า ทุกคนมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ส่วนตำแหน่งต่างๆจะเลือกอย่างไร ขอให้ที่ประชุมใหญ่ให้เห็นชอบในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้ 

พร้อมยืนยันในหลักการส่งรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านว่า ในสภาไม่จำเป็นต้องรอการเลือกหัวหน้าพรรค หรือการเลือกกรรมการบริหารพรรคของพรรคประชาชน และตนเองได้ยืนยันเรื่องนี้ต่อข้าราชการสภาไปแล้ว เพราะฉะนั้นเข้าใจว่ากระบวนการเสนอชื่อตนเองเป็นผู้นำฝ่ายค้านน่าจะมีการดำเนินการอยู่ ขอไปถามฝั่งประธานรัฐสภาโดยตรง

 

นายณัฐพงษ์ ย้ำจุดยืนของพรรคที่จะเดินหน้าอย่างไรโดยไม่เสียอุดมการณ์ว่า เชื่อว่าเพื่อน สส. ที่ยืนอยู่บนเวทีน่าจะได้รับข้อความการแสดงความยินดี ที่วันนี้ศาลไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่อยากให้ทุกคนตระหนักเห็นว่ากระบวนการนิติสงครามไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ สิ่งที่พวกเราโดนคดีมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในประเด็นนี้ในวันนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเนื้อหากฎหมายที่เสนอแก้ไข เรื่องการใช้อำนาจในกระบวนการนิติบัญญัติแต่อย่างใด 

 

“แต่เป็นเรื่องปฏิกิริยาตอบโต้จากระบอบการเมืองที่กำลังรวบประเทศนี้อยู่ ไม่ว่าจะมีอำนาจที่ไปควบคุมหรือเกี่ยวข้องกับกลไกในองค์กรอิสระ หรือการทุจริตคอรัปชั่นในขบวนการของ พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล พรรคประชาชน เดินหน้าตรวจสอบอย่างเต็มที่มาโดยตลอด ในบรรยากาศที่ทุกคนแสดงความยินดีกับพวกเรายืนยันว่าพวกเราพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนในการเปลี่ยนผ่านระบบการเมืองของประเทศให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนสูงสุด“ นายณัฐพงษ์กล่าว


นายณัฐพงษ์ ย้ำหลังจากนี้จไม่ได้มีการลดเพิ่มเพดานอะไร ยังเดินหน้าในแบบที่เราเคยทำมาโดยตลอด วันนี้ไม่อยากให้มองในประเด็นคำสั่งศาลอย่างเดียว อยากให้มองว่าสิ่งที่กำลังทำลายประเทศนี้อยู่ ก็คือการทำลายระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการทำหน้าที่ของเราอย่างตรงไปตรงมาในฐานะผู้แทนราษฎร วันนี้เราเองก็ไม่ได้ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมใช้อำนาจทุกอย่างที่เรามีในฐานะสส. ในสภาในการขับเคลื่อนทุกอย่างต่อไป ย้ำว่าไม่มีการเพิ่มหรือลดเพดานอะไร 

 

ส่วนทิศทางของพรรคหลังจากนี้ ที่ถูกหลายฝ่ายมองว่าอาจจะลดโทนลงมา และมีการถกเถียงกันในสังคม หลายแนวทาง และพรรคเดินไปในทิศทางไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวยืนยันว่า โจทย์ใหญ่ เราไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคประชาชน และและการขับเคลื่อนทางการเมืองก็ไม่จำเป็นต้องเลือก เราจำเป็นต้องเดินหน้าในทุกกระดาษ

 

"เท้ง" นำ 10 สส. แถลงสู้คดีจริยธรรม ยันแก้ 112 ไม่ได้มุ่งร้ายระบอบฯ  จากนี้ไร้เพดานไม่เลิกอุดมการณ์

"เท้ง" นำ 10 สส. แถลงสู้คดีจริยธรรม ยันแก้ 112 ไม่ได้มุ่งร้ายระบอบฯ  จากนี้ไร้เพดานไม่เลิกอุดมการณ์