
"นายกฯ" สั่งลุยฉีก MOU 44 ยัน! ไม่ต้องสนกัมพูชา จ่อชง ครม. ใช้กฎหมายโลก
นายกรัฐมนตรี สั่งลุยฉีก MOU 44 ยัน!ไม่ต้องสน กัมพูชา จ่อชง ครม. ใช้กฎหมายโลก UNCLOS เคลียร์พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล!
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า มีการพูดคุยเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นสาระสำคัญ และเรื่องของการจัดตั้งคณะพูดคุยสันติสุข ที่หมดวาระเนื่องจากพ้นวาระของรัฐบาลชุดที่แล้ว โดยมีการจัดตั้งผู้แทนเจรจาและคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแลด้านความมั่นคง โดยนายฉัตรชัย บางชวด เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด ทั้งนี้ ได้แต่งตั้ง นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ มาเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ที่ประชุม สมช.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 วันนี้เป็นการผ่านขั้นตอนของที่ประชุม สมช. ส่วนกระบวนการหลังจากนี้กระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้ทำเรื่องเสนอขึ้นมาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ แต่จะทำโดยเร็ว ขณะนี้รัฐบาลเพิ่งทำงานได้สัปดาห์แรก โดยใช้กลไกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) แทน ส่วนกระบวนการหลังจากนี้ ขอให้ยกเลิก MOU 44 ก่อน และไม่ต้องมีการทบทวนอะไรเพิ่มเติม โดยสามารถยกเลิกได้ทันทีโดยไม่ต้องถามทางกัมพูชา
ทางด้าน พล.ร.อ. ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถึงประเด็นร้อนทางการเมืองและเขตแดนทางทะเล โดยระบุว่าที่ประชุมมีการหารือถึงแนวทางการ "ยกเลิก MOU 44" เหตุผลหลักใช้มานานแต่ไม่คืบ-กัมพูชาเข้าสมาชิก UNCLOS แล้ว พล.ร.อ. ธาดาวุธ เผยว่า สาเหตุที่มีการพิจารณายกเลิกเนื่องจากบันทึกความเข้าใจดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นเวลานานมากแต่กลับไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ประกอบกับปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการที่กัมพูชาได้เข้าเป็นสมาชิก อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา "เมื่อกัมพูชาเป็นสมาชิก UNCLOS แล้ว เราสามารถใช้เวทีสมาชิกในการพูดคุยเจรจาตามหลักสากลได้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสำคัญ" เสธ.ทร. กล่าวอย่างมั่นใจ
เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงเครื่องมือที่จะนำมาใช้ดูแลพื้นที่ทับซ้อนแทนหากมีการยกเลิก MOU 44 จริง พล.ร.อ. ธาดาวุธ ยืนยันว่าไทยจะใช้ หลักกฎหมายสากลของ UNCLOS ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับในการบริหารจัดการพื้นที่ระหว่างประเทศสำหรับขั้นตอนการดำเนินงานต่อจากนี้ เสธ.ทร. ระบุว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการกำหนดทิศทาง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องมีความชัดเจนในข้อกฎหมายและขั้นตอนการทูต
- บทบาทกองทัพเรือ: เป็นผู้ปฏิบัติการ (Operator)
- ภารกิจหลัก: รักษาอธิปไตยทางทะเลของไทยอย่างเต็มกำลัง
- ความพร้อม: ทร. พร้อมเคลื่อนไหวทันทีที่รัฐบาลมีคำสั่งชัดเจน
ส่วนกรณีที่อาจเกิดการคัดค้านจากทางฝั่งกัมพูชา พล.ร.อ. ธาดาวุธ มองว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลเกินเหตุ เนื่องจากมีเวทีระหว่างประเทศรองรับในการเจรจาหาข้อสรุปตามกฎหมายทะเลอยู่แล้ว การขยับของกองทัพเรือในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญทางการเมืองที่สะท้อนว่า รัฐบาลไทยกำลังเตรียมปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน เพื่อปลดล็อกปัญหาเรื้อรังที่กินเวลากว่า 2 ทศวรรษ
MOU 44 จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ ต้องการแบ่งอาณาเขตทางทะเล สำหรับทะเลอาณาเขต ไหล่ทวีป และเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ที่อ้างสิทธิทับซ้อนกันอยู่ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และเพื่อทำความตกลงสำหรับการพัฒนาร่วมทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่นั้นร่วมกัน โดยเป็นการบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน" ลงนามเมื่อปี พ.ศ. 2544 เป็นกรอบกฎหมายชั่วคราวเพื่อเจรจาแบ่งเขตแดนทางทะเลและพัฒนาร่วมทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ประมาณ 26,000 ตร.กม. โดยใช้หลักเจรจาควบคู่กัน (Indivisible Package)
สาระสำคัญของ MOU 44
- กลไก: ตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค (Joint Technical Committee: JTC) เพื่อเจรจ
- พื้นที่เป้าหมาย: พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนกันในไหล่ทวีป (Overlapping Claims Area: OCA)
- วัตถุประสงค์: แบ่งเขตแดนทางทะเล และพัฒนาร่วมกัน
- การแบ่งพื้นที่เจรจา (แบบควบคู่):
- ส่วนบน (เหนือเส้นละติจูด 11 องศาเหนือ): เจรจาปักปันเขตแดน
- ส่วนล่าง (ใต้เส้นละติจูด 11 องศาเหนือ):
- เจรจาพัฒนาร่วม (Joint Development Area: JDA)



