
จี้ "นายกฯ-รมว.กห." จัดการวาทะแม่ทัพ 4 "ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก"
ปชน. แท็กทีมบี้ "นายกฯ-รมว.กห." พิสูจน์สโลแกนพูดแล้วทำ ตั้งกรรมการสอบแม่ทัพภาค 4 หลุดวาทะ"ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก" ปมลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ชี้ทัศนคติอันตราย บั่นทอนความเชื่อมั่นชายแดนใต้
ประเด็นดราม่าวาทะของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ปิดไมค์ขณะแถลงข่าวปมเหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ (พรรคประชาชาติ) โดยระบุส่วนตัวว่า "ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ"
ล่าสุด นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า วาทะที่เป็นปัญหา พล.ท. นรธิป ได้กล่าวแบบปิดไมค์ว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” คำพูดนี้เป็นการสะท้อนวิธีคิดที่ไม่สอดคล้องกับหลักการเคารพกฎหมาย แม้แม่ทัพภาคที่ 4 จะยืนยันว่า กองทัพไม่เกี่ยวข้อง แต่ข้อเท็จจริงในคดีพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และมีการใช้รถยนต์ของ กอ.รมน. ในการก่อเหตุ
ยิ่งภายใต้สโลแกน พูดแล้วทำแบบนายกฯ ว่ายิ่งดูน่ากังวลใจมาก แต่แน่นอนแค่คิด แค่พูด หรืออย่างไร ชายชาติทหารต้องรับผิดชอบต่อคำพูด
ผมเรียกร้องนายกฯ อนุทิน ในฐานะ ผอ.รมน. ตั้งคณะกรรมาการสอบสวน อีกขาหนึ่งเรียกร้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งกรมพระธรรมนูญ ตั้งเรื่องเข้ามาสอบสวน เพื่อหักล้างข้อกังขาที่ว่า กองทัพในปีกของ กอ.รมน. อาจใช้อำนาจนอกกรอบกฎหมาย ภายใต้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง เพราะคำพูดดังกล่าวบั่นทอนความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง และต้องการให้มีการทบทวนการทำหน้าที่ของแม่ทัพนรธิปโดยด่วน
ทัศนคติเช่นนี้อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ความไม่สงบยืดเยื้อมานาน และ ขัดกับหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ที่กองทัพมักใช้อ้างอิง ผลการสอบจะปลด จะลงวินัย อย่างไร แม่ทัพภาคน่ะ พูดแล้ว แน่นอน ทำไม่ทำไม่รู้ แต่ ประชาชนจับตาอยู่ว่าท่านนายกฯพูดแล้วทำ หรือไม่
ขณะที่ นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
‘ไม่ปล่อยให้รอด‘ นี่หรือคำพูดของคนที่ประชาชนอนุญาตให้ถือปืน?
ไม่คาดคิดจริงๆ กับคำว่า “ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” ของ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งจะพูดส่วนตัวหรือพูดแถลงข่าวก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลย ยิ่งทำให้ความไว้วางของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐที่พวกเราอนุญาตให้ถืออาวุธเพื่อคอยดูแลความมั่นคงปลอดภัยให้ ลดน้อยลงไป และก็ชวนให้หวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่งด้วยว่า ถ้ากระทำในนามของหน่วยงานนั้น คนมือเปล่าอย่างพวกเราจะไม่มีทางรอด
แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 กำลังทำให้ประชาชนกลัว ท่านกำลังทำให้หน่วยงานที่ประชาชนรู้สึกว่าเข้าไปยุ่มย่ามกับกิจการประชาชนตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบนั้น สามารถที่จะจัดการกับประชาชนได้อย่างง่ายได้
ผมคิดว่าน่าจะถึงเวลาที่ต้องทบทวนเรื่องการขยายบทบาทของกองทัพในสังคม ผ่านองค์กรอย่าง กอ.รมน. ที่ทำให้ทหารเข้าไปมีบทบาทในเรื่องต่างๆ ที่รัฐราชการไทยมีหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่ใช่บทบาทของทหารซึ่งมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ป้องกันประเทศ
อะไรคือภารกิจในเชิงการทหารของ กอ.รมน. ถ้าบอกว่าการจำแลงแปลงกายแบบนี้ทำให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น คำถามคือ แล้วนี่เป็นการขยายบทบาทของกองทัพหรือไม่ ? หน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ถ้าเป็นภารกิจที่ กอ.รมน. มีโครงการเข้าไปดำเนินการด้วย ใครจะฟังใคร?
พูดกันมานานครับเรื่องของการปฏิรูป กอ.รมน. ทั้งในเรื่องของบทบาท ภารกิจ งบประมาณ และบุคลากร แต่ไม่แน่ว่าถึงนาทีนี้ คำถามของสังคมอาจเป็นว่า ”กอ.รมน.“ ยังจำเป็นต้องอยู่มั้ย?



