ข่าว

จี้ "นายกฯ-รมว.กห." จัดการวาทะแม่ทัพ 4 "ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก"

จี้ "นายกฯ-รมว.กห." จัดการวาทะแม่ทัพ 4 "ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก"

14 เม.ย. 2569

ปชน. แท็กทีมบี้ "นายกฯ-รมว.กห." พิสูจน์สโลแกนพูดแล้วทำ ตั้งกรรมการสอบแม่ทัพภาค 4 หลุดวาทะ"ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก" ปมลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ชี้ทัศนคติอันตราย บั่นทอนความเชื่อมั่นชายแดนใต้

ประเด็นดราม่าวาทะของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ปิดไมค์ขณะแถลงข่าวปมเหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ (พรรคประชาชาติ) โดยระบุส่วนตัวว่า "ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ"


ล่าสุด นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า วาทะที่เป็นปัญหา พล.ท. นรธิป ได้กล่าวแบบปิดไมค์ว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”  คำพูดนี้เป็นการสะท้อนวิธีคิดที่ไม่สอดคล้องกับหลักการเคารพกฎหมาย แม้แม่ทัพภาคที่ 4 จะยืนยันว่า กองทัพไม่เกี่ยวข้อง แต่ข้อเท็จจริงในคดีพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และมีการใช้รถยนต์ของ กอ.รมน. ในการก่อเหตุ 

ยิ่งภายใต้สโลแกน พูดแล้วทำแบบนายกฯ ว่ายิ่งดูน่ากังวลใจมาก แต่แน่นอนแค่คิด แค่พูด หรืออย่างไร ชายชาติทหารต้องรับผิดชอบต่อคำพูด  


ผมเรียกร้องนายกฯ อนุทิน ในฐานะ ผอ.รมน. ตั้งคณะกรรมาการสอบสวน อีกขาหนึ่งเรียกร้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งกรมพระธรรมนูญ ตั้งเรื่องเข้ามาสอบสวน เพื่อหักล้างข้อกังขาที่ว่า กองทัพในปีกของ กอ.รมน. อาจใช้อำนาจนอกกรอบกฎหมาย ภายใต้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง เพราะคำพูดดังกล่าวบั่นทอนความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง และต้องการให้มีการทบทวนการทำหน้าที่ของแม่ทัพนรธิปโดยด่วน   


ทัศนคติเช่นนี้อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ความไม่สงบยืดเยื้อมานาน และ ขัดกับหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ที่กองทัพมักใช้อ้างอิง ผลการสอบจะปลด จะลงวินัย อย่างไร แม่ทัพภาคน่ะ พูดแล้ว แน่นอน ทำไม่ทำไม่รู้ แต่ ประชาชนจับตาอยู่ว่าท่านนายกฯพูดแล้วทำ หรือไม่


จี้ "นายกฯ-รมว.กห." จัดการวาทะแม่ทัพ 4 "ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก"

ขณะที่ นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า 

 

‘ไม่ปล่อยให้รอด‘ นี่หรือคำพูดของคนที่ประชาชนอนุญาตให้ถือปืน?

 

ไม่คาดคิดจริงๆ กับคำว่า “ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” ของ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งจะพูดส่วนตัวหรือพูดแถลงข่าวก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลย ยิ่งทำให้ความไว้วางของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐที่พวกเราอนุญาตให้ถืออาวุธเพื่อคอยดูแลความมั่นคงปลอดภัยให้ ลดน้อยลงไป และก็ชวนให้หวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่งด้วยว่า ถ้ากระทำในนามของหน่วยงานนั้น คนมือเปล่าอย่างพวกเราจะไม่มีทางรอด

 

แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 กำลังทำให้ประชาชนกลัว ท่านกำลังทำให้หน่วยงานที่ประชาชนรู้สึกว่าเข้าไปยุ่มย่ามกับกิจการประชาชนตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบนั้น สามารถที่จะจัดการกับประชาชนได้อย่างง่ายได้ 

 

ผมคิดว่าน่าจะถึงเวลาที่ต้องทบทวนเรื่องการขยายบทบาทของกองทัพในสังคม ผ่านองค์กรอย่าง กอ.รมน. ที่ทำให้ทหารเข้าไปมีบทบาทในเรื่องต่างๆ ที่รัฐราชการไทยมีหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่ใช่บทบาทของทหารซึ่งมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ป้องกันประเทศ 

 

อะไรคือภารกิจในเชิงการทหารของ กอ.รมน. ถ้าบอกว่าการจำแลงแปลงกายแบบนี้ทำให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น คำถามคือ แล้วนี่เป็นการขยายบทบาทของกองทัพหรือไม่ ? หน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ถ้าเป็นภารกิจที่ กอ.รมน. มีโครงการเข้าไปดำเนินการด้วย ใครจะฟังใคร?

 

พูดกันมานานครับเรื่องของการปฏิรูป กอ.รมน. ทั้งในเรื่องของบทบาท ภารกิจ งบประมาณ และบุคลากร แต่ไม่แน่ว่าถึงนาทีนี้ คำถามของสังคมอาจเป็นว่า ”กอ.รมน.“ ยังจำเป็นต้องอยู่มั้ย? 

 

จี้ "นายกฯ-รมว.กห." จัดการวาทะแม่ทัพ 4 "ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก"