
"วีระพงษ์ ประภา" สาเหตุยื่นลาออก รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
"วีระพงษ์" ยื่นลาออก "รองหัวหน้า ปชป." ยอมรับทำงานให้รัฐบาล ไม่สอดคล้องบทบาทพรรคฯ - ยืนยันกระบวนการตรงไปตรงมา หวังเดินหน้า FTA ยุโรปให้สำเร็จ
นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคฯ หลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะที่ปรึกษาของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนการค้าไทย
นายวีระพงษ์ ชี้แจงว่า ตนได้ลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความจริง กระบวนการทั้งหมดตรงไปตรงมากับทุกฝ่าย แต่เนื่องจากที่ปรากฏในสื่อ มีการตีความคาดเดาไปมากมาย ตนจึงอยากจะขอเรียนชี้แจ้งข้อเท็จจริงว่า
ข้อแรก เหตุผลที่ผมลาออก เพราะตนได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย โดยรับผิดชอบงานเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป งานนี้ตนทำมาตั้งแต่เป็นผู้แทนการค้าไทยในรัฐบาลที่แล้ว และอยากจะทำต่อเนื่องให้สำเร็จ เพราะตนเชื่อว่า จะเกิดประโยชน์กับคนไทยได้มาก การเจรจานี้ดำเนินการมาหลายรัฐบาล ความต่อเนื่องจึงมีความสำคัญมาก
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้แทนการค้าไทยขับเคลื่อนงานให้รัฐบาล จึงอาจไม่สอดคล้องกับบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ที่ปัจจุบันอยู่ในฐานะตรวจสอบรัฐบาล ตนจึงขอลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรค เพื่อให้การทำงานมีความโปร่งใส และตรงไปตรงมาครับ
ข้อสอง แม้บทบาทจะเปลี่ยนไป แต่อุดมการณ์ตนไม่เคยเปลี่ยน ตนเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์ เพราะตนประทับใจ และเห็นตรงกับความคิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ ที่อยากจะพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเจรจาการค้าที่ทันโลก เที่ยงธรรม และเกิดผลจริง ตนยึดถืออุดมการณ์นี้มาโดยตลอด ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา ตนได้ให้สัญญาไว้ว่า จะร่วมผลักดันการเจรจาการค้าให้สำเร็จ เมื่อตนได้มีโอกาสเข้าไปทำให้สัญญากลายเป็นความจริง ตนจึงตัดสินใจรับทำงานนี้ และวันนี้ไปในฐานะคนทำงาน ไม่ได้ยึดโยงกับพรรคการเมืองใด
สำหรับผู้ที่สนับสนุนตนในบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านสนับสนุนตน เพราะเห็นว่าตนเป็นคนรุ่นใหม่ ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศนี้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ตนยังยืนยันว่า ตนยังเป็นอาร์ทคนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงครับ
ข้อสาม เรื่องกระบวนการซึ่งเป็นที่กล่าวถึงกันเป็นพิเศษ ตนขอเรียนว่า เมื่อตนได้รับการทาบทามอย่างเป็นทางการจากนางศุภจี ตนในฐานะรองหัวหน้าพรรคฯ ได้รีบเรียนหารือกับนายอภิสิทธิ์โดยไม่รอช้า ถึงการตอบรับ และกระบวนการภายในพรรค โดยมีการติดต่อประสานงานอย่างต่อเนื่อง และตรงไปตรงมา เพื่อความโปร่งใสและเป็นการเคารพในหน้าที่บทบาทของทุกฝ่าย ตนมั่นใจว่าทุกตนต่างรักษากติกามารยาททางการเมือง โดยมีผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักยึดที่สำคัญ
สุดท้ายนี้ ตนต้องขอขอบคุณนายหัวหน้าอภิสิทธิ์ ที่ให้การสนับสนุนการทำงานด้วยดีเสมอมา วิสัยทัศน์ ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริตของนายอภิสิทธิ์ เป็นสิ่งที่ตนยึดเป็นแบบอย่าง
นอกจากนี้ ตนขอบคุณกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และผู้สนับสนุนทุกคนที่ให้พลังใจกับตนมาโดยตลอด ในวันนี้ แม้ตนจะไม่ได้ทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว แต่ตนหวังว่า ทุกคนจะร่วมเดินทางกับตนต่อไป เพราะบทบาทไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการพาประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้ในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นนี้



