
"มิน อ่อง หล่าย" ผงาดนั่งเก้าอี้ ปธน.เมียนมา! กุมบังเหียนต่ออีก 5 ปี
"มิน อ่อง หล่าย" ผงาดนั่งเก้าอี้ ปธน.เมียนมา! สภาทหารโหวตฉลุย กุมบังเหียนต่ออีก 5 ปี ท่ามกลางเสียงยี้ "เลือกตั้งจอมปลอม"
ปิดดีลสืบทอดอำนาจ! พลเอกอาวุโส "มิน อ่อง หล่าย" ผู้นำรัฐประหารเมียนมา ได้รับเลือกจากรัฐสภาให้นั่งตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 11 อย่างเป็นทางการ กระชับอำนาจเบ็ดเสร็จหลังโค่นรัฐบาล "อองซาน ซูจี" มานานกว่า 5 ปี ท่ามกลางการจับตาของนานาชาติและสถานการณ์สงครามกลางเมืองที่ยังระอุ วันนี้ (3 เมษายน) รัฐสภาเมียนมา (Pyidaungsu Hluttaw) ได้เลือกพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้โค่นอำนาจรัฐบาลพลเรือนของออง ซาน ซู จี ในปี 2564 และกุมอำนาจ อย่างเบ็ดเสร็จตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศอย่างเป็นทางการ หลังลาออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อกุมอำนาจต่อไปอีก 5 ปี การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ถือเป็นการกลับคืนสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแต่ในนาม เมื่อการลงคะแนนเกิดขึ้นในรัฐสภาที่ประกอบด้วยสมาชิกจากพรรคสหสามัคคีและการพัฒนาแห่งสหภาพ (Union Solidarity and Development Party) หรือ USDP ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ รวมถึงสมาชิกตามโควตาของกองทัพ โดยมีการถ่ายทอดสดการนับคะแนน และสามารถผ่านเกณฑ์เสียงข้างมากได้โดยไม่ยาก
พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เป็นหนึ่งในผู้ได้รับการเสนอชื่อ 3 คน ขณะที่พรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลตะวันตก วิจารณ์ว่า เป็นการเลือกตั้งที่เป็นแค่การ "จัดฉาก" เพื่อคงอำนาจของกองทัพภายใต้ภาพลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งก่อนหน้านี้ กองทัพได้มีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดย พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย วางมือจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม เพื่อเปิดทางลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนจะแต่งตั้ง ยี วิน อู อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารคนใหม่
พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย วัย 69 ปี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารในปี 2564 และสั่งควบคุมตัว ออง ซาน ซูจี นำไปสู่การประท้วงทั่วประเทศ ก่อนจะลุกลามเป็นความขัดแย้งด้วยอาวุธในหลายพื้นที่ ปัจจุบัน เมียนมายังคงเผชิญสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 5 ปี โดยกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร ซึ่งรวมถึงเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพรรคของออง ซาน ซูจี และกองกำลังของกลุ่มชาติพันธุ์ ได้ประกาศรวมตัวจัดตั้งแนวร่วมใหม่ในสัปดาห์นี้ เพื่อเผชิญหน้ากับกองทัพ หรือ ทัดมาดอว์ (Tatmadaw)
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะในครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มต่อต้านและประชาคมโลก เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังจากพรรค NLD ของอองซาน ซูจี ถูกสั่งยุบพรรค และตัวเธอเองยังคงถูกคุมขัง
- อาเซียนไม่รับรอง: หลายประเทศในกลุ่มอาเซียนและตะวันตกมองว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสและขาดความชอบธรรม
- สงครามยังไม่จบ: แม้จะกุมอำนาจในสภาได้ แต่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลทหารเมียนมายังคงเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มชาติพันธุ์และกองกำลัง PDF ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
บทสรุปการขึ้นสู่อำนาจครั้งนี้ของ "มิน อ่อง หล่าย" จึงถูกมองว่าเป็นเพียงการ "เปลี่ยนชุด" เพื่อสร้างความชอบธรรมในเวทีโลก แต่รอยร้าวและวิกฤตศรัทธาในเมียนมาดูเหมือนจะยิ่งฝังรากลึกยากเกินเยียวยา



