
สกนช. แจงเหตุ กองทุนน้ำมัน ปรับลดการชดเชย เบนซิน-ดีเซล พิจารณาหลายมิติ
สกนช. แจงเหตุกองทุนน้ำมันฯ ปรับลดการชดเชย "เบนซิน-ดีเซล" ทำราคาขยับพรวด ลิตรละ 6 บาท ระบุ พิจารณาหลายมิติ ย้ำ น้ำมันไทย ถูกกว่าเพื่อนบ้าน
26 มี.ค. 2569 ที่ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ยังไม่มีท่าทีจะยุติลง แม้ว่าจะมีการเสนอข้อตกลงต่างๆ แต่ก็ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระทบต่อราคาน้ำมันขายปลีกทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย
จากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ขาดสภาพคล่อง ติดลบมากขึ้น 3.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากต้องใช้เงินอุดหนุนราคาน้ำมันและมีเงินไหลออกวันละ 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน เมื่อวานที่ผ่านมา (25 มี.ค. 2569) โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย ก็มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเช่นเดียวกัน โดยปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลถึงลิตรละ 7 บาท แสดงให้เห็นว่าราคาน้ำมันในประเทศไทย ไม่ได้สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านเลย กลับกันถือว่าต่ำกว่าด้วยซ้ำไป
นายพรชัย กล่าวอีกว่า จากผลข้างต้น ทำให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. พิจาณาหลายมิติ จนได้ข้อสรุปว่า ต้องปรับลดการชดเชยในกลุ่มน้ำมันดีเซลและเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับสูงขึ้น 6 บาทต่อลิตร ขอให้ประชาชนมั่นว่ากองทุน รักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกในประเทศให้เหมาะสม ขอให้ประชาชนช่วยกันประหยัด คาดว่าการลดการจัดเก็บในครั้งนี้จะทำให้กองทุนยืนสู้กับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นได้ต่อ
"การปรับลดในครั้งนี้จะทำให้กองทุนช่วยเหลือน้ำมันเฉพาะกลุ่มอยู่ เช่น ดีเซล ซึ่งเป็นน้ำมันเศรษฐกิจ ก็ยังช่วยเหลืออยู่ กลุ่มแก๊ซโซ E10 E20" ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าว



