ข่าว

"ศุภจี" ชี้ สินค้าอุปโภค-บริโภค ทุกชนิด ยังไม่ควรปรับราคาขึ้น

"ศุภจี" ชี้ สินค้าอุปโภค-บริโภค ทุกชนิด ยังไม่ควรปรับราคาขึ้น

17 มี.ค. 2569

"ศุภจี" ชี้ สินค้าอุปโภค-บริโภค ทุกชนิด ยังไม่ควรปรับราคาขึ้น เหตุ น้ำมันขยับน้อยไม่ส่งผลกระทบ ส่วนปุ๋ย-เม็ดพลาสติก ยังมีพออีก 4 เดือน

17 มี.ค. 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงาน ที่อาจสร้างความกังวลต่อประชาชนและผู้ประกอบการหลายภาคส่วน ว่า ในส่วนของพลังงานมีการควบคุมราคาไม่ให้สูงไปกว่าปีที่แล้ว ดังนั้นเรื่องผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้อยู่ โดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ที่จะดูแลคือเรื่องการควบคุมราคาและผลกระทบ ซึ่งจะดูทั้งในมุมของผู้ประกอบการและประชาชนไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ ในหมวดของค่าของชีพขณะนี้ ยังไม่มีราคาสินค้าที่ควรจะขยับขึ้นเพราะราคาน้ำมัน ยังมีการดูแลอย่างเคร่งครัด ซึ่งสินค้าในหมวดควบคุมและห้ามปรับราคามีทั้งหมด 8 หมวด และหากจะมีการปรับต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอาหารกระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการใดมาขอปรับราคา ดังนั้นหากมีเบาะแส ข้อมูลเรื่องการขึ้นราคาขอให้ช่วยกันชี้เบาะแสมาที่ สานด่วน 1569
 

ส่วนอีก 1 หมวด เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ยังไม่มีผู้ประกอบการมาขอราคาเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ต้องติดตามราคาจำหน่ายแม้จะไม่ได้อยู่ในสินค้าควบคุม เช่น ข้าวสาร ผงปรุงรส หากพบการขึ้นราคาต้องเข้าไปเจรจากับผู้ประกอบการให้ช่วยกันพยุงราคาเพราะราคาพลังงานยังไม่ได้มีการขยับมากเกินไป
 

ขณะเดียวกันยังมีมาตรการเชิงรุกโดยใช้กลไกของกระทรวงพาณิชย์ ในการเข้าไปดูแลว่าสินค้าหมวดใดควรเข้ามาอยู่ในหมวดสินค้าควบคุม เพื่อทบทวนว่ามีสินค้าใดที่จำเป็นในสภาวะวิกฤต โดยอยู่ในช่วงที่กำลังทำประชาพิจารณ์ เพื่อขอความคิดเห็นประชาชนว่าควรจะมีการเพิ่มสินค้า เพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร 

 

"ศุภจี" ชี้ สินค้าอุปโภค-บริโภค ทุกชนิด ยังไม่ควรปรับราคาขึ้น
 

นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกับผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตรายใหญ่และผู้ประกอบการรายใหญ่ให้มีการจัดทำสินค้าที่มีราคาพิเศษส่งไปให้ผู้ค้าปลีกขายส่งทั่วประเทศ โดยภายในไม่นานนี้จะมีโครงการนี้ประกาศเป็นทางการ เพื่อกระจายสินค้าราคาพิเศษลงไปในพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด ผ่านทุกช่องทางของผู้ค้าปลีกส่งจากจังหวัด รวมถึงพื้นที่ที่มีความเปราะบาง ที่ยังมีโครงการของฟ้าที่เข้าไปช่วยทำให้ราคาสินค้าของผู้บริโภคที่จำเป็นบางตัวสามารถที่จะหาซื้อได้ในราคาที่ประหยัด 


ขณะเดียวกัน สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องดูแลด้วยเช่นกัน คือการลดต้นทุน เช่น ในมุมของสินค้าเกษตร อย่างปุ๋ย โดยวันนี้ได้คุยกับผู้ประกอบการแล้วว่ายังมีสต๊อกปุ๋ยไปถึงเดือนพฤษภาคมและมีปุ๋ยได้อยู่ในระหว่างรอคนส่งมาจนถึงเดือนสิงหาคม แต่เนื่องจากยังติดสถานการณ์ทางตะวันออกกลาง ซึ่งได้ประสานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเจรจาขอให้ปล่อยเรือสินค้าที่ยังค้างอยู่กลับเข้ามาได้ เพื่อเพิ่มสต๊อกให้ถึงเดือนสิงหาคม แต่ยืนยันว่ายังไม่มีค่าปรับราคาและไม่ควรมีคำปรับราคาขึ้นเพราะปุ๋ยเป็นสินค้าควบคุม หากมีผู้ที่ทำผิดต้องมีมาตรการเด็ดขาด 


นอกจากนี้ หากมีการขยับปรับเปลี่ยนของราคาน้ำมัน ทางสมบัตินี้จะมีมาตรการเพิ่มเติม ในการช่วยปรับและสนับสนุนการหาปุ๋ยคือ "โครงการถุงเขียว" ที่มีอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาทำแบบจำกัด แต่ในปีนี้มีการเตรียมการไว้ว่า หากภายในเดือนพฤษภาคมสต๊อกปุ๋ยที่มีอยู่ในราคาเดิมหมดไป และไม่สามารถนำสต๊อกใหม่เข้ามาได้ รวมถึงไม่สามารถหาแหล่งใหม่เพิ่มเติมได้ สิ่งที่จะทำคือต้องรับซื้อจากแหล่งที่ทดแทนมา เช่น มาเลเซีย บรูไน และแหล่งอื่นๆ นอกจากตะวันออกกลาง 

โดย "โครงการธงเขียว" จะทำให้ราคาปุ๋ยถูกลง เช่น กระสอบละ 200 บาทและจะมีการปรับสูตร ปุ๋ยให้พึ่งพาวัตถุดิบที่มีการนำเข้าน้อยลงได้หรืออย่างไร 


นางศุภจี ยังชี้แจง เรื่องเมล็ดพลาสติกที่มีข่าวว่าจะอยู่ได้แค่เดือนเมษายน และส่งผลให้ให้ผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ทำจากเม็ดพลาสติกมีราคาสูงขึ้น ว่า กระทรวงพาณิชย์จะทำ 2 เรื่อง คือ การคุยตรงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยวันนี้ทราบมาว่าสามารถหาวัตถุดิบเพิ่มได้แล้ว ซึ่งจะสามารถผลิตพลาสติกได้อีก 4 เดือน ส่วนอีกหนึ่งเรื่อง คือ การหาแหล่งทดแทน โดยจะดูว่าสามารถสั่งนำเข้าผลิตผลิตพลาสติกแต่ทั้งที่ใดบ้าง 


ส่วนที่มีการแจ้งเบาะแสเรื่องการปรับขึ้นราคาโดยไม่แจ้งนั้น นางศุภจี ระบุว่าต้องมีหลักฐาน ว่าซื้อในราคาที่แพงกว่าการติดป้ายราคาจริง เนื่องจากเวลาที่หน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ จะต้องมีหลักฐานเพราะถ้าติดป้าย แต่ขายเกินราคาโดยผู้ขายยังไม่ได้ซื้อ จะไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ถ้าหากว่ามีการซื้อในราคาที่ขึ้นจริงไม่ตรงตามป้ายหน่วยงานสามารถจับได้ทันที