ข่าว

เริ่มพรุ่งนี้ (18 มี.ค. 69) น้ำมันดีเซล ปรับขึ้นราคา 50 สตางค์

เริ่มพรุ่งนี้ (18 มี.ค. 69) น้ำมันดีเซล ปรับขึ้นราคา 50 สตางค์

17 มี.ค. 2569

"อรรถพล" เผย ที่ประชุม ศบก. ขยายเพดานน้ำมันดีเซล B7 ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ขยับก่อน 50 สตางค์ เริ่มพรุ่งนี้ (18 มี.ค. 69) แนะวิธีประหยัดเงินในกระเป๋า

17 มี.ค. 25669 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการประชุม ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ว่า ตอนนี้สามารถยืนยันแหล่งน้ำมันดิบ นอกเหนือจากตะวันออกกลางได้เพิ่มขึ้น ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ได้จากแองโกลา 2 ล้านบาร์เรล และสหรัฐอเมริกา 700,000 บาร์เรล

ซึ่งน้ำมันสำรองที่เป็นน้ำมันต้นทางสามารถใช้ได้จริงเป็น 101 วัน ในขณะที่สถานการณ์หน้าโรงกลั่น จะสามารถกลั่นน้ำมันได้มากกว่าปริมาณความต้องการใช้ปกติอยู่ไม่มาก ที่เหลือก็ส่งออก แต่ล่าสุดได้ประกาศห้ามส่งออกน้ำมันแล้ว ซึ่งเมื่อวานนี้ได้เชิญโรงกลั่นและผู้ประกอบและผู้ประกอบการมาหารือ เนื่องจากสถานีน้ำมันยังขาดแคลนน้ำมันอยู่ จึงต้องมาไล่เรียงว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น โดยโรงกลั่นได้ยืนยันและให้คำมั่นว่าเดินหน้ากลั่นแบบ 100% ทุกโรง บางโรงกลั่นมากกว่า 100% จากโรงกลั่นส่งไปยังผู้ค้าน้ำมันไปยังคลัง และถังน้ำมันต่างๆ 

ส่วนผู้ค้าน้ำมันได้รับการยืนยันว่า จะเปิดคลังน้ำมัน เพื่อให้รถบรรทุกเข้ามาส่งและกระจายน้ำมัน 7 วัน 24 ชั่วโมง แต่ปัญหาอยู่ที่ปลายทาง คือรถน้ำมันที่จะมาขนจากคลัง ซึ่งเป็นรถเฉพาะเพื่อความปลอดภัย ไม่สามารถใช้รถประเภทอื่นมาขนน้ำมันได้ ซึ่งตามหลักแล้วเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ เพียงพอต่อความต้องการในปกติ แต่ช่วงที่ผ่านมามีความแตกตื่นและวิตกกังวลทำให้ประชาชนเติมน้ำมันมากกว่าปกติ ยอดขายบางวันขึ้นเกือบ 2 เท่า ทำให้รอบการขนส่งน้ำมันไม่เพียงพอ

สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือหารือกับผู้ค้าน้ำมัน ที่เป็นเจ้าของคลังให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ ให้รถน้ำมันเข้ามารับเพิ่ม เช่น บางคลังกำหนดอายุของรถขนส่งน้ำมัน จึงขอให้พิจารณาผ่อนปรนกฎเกณฑ์เรื่องนี้เพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวรถ ที่จะเข้ามาขนส่งน้ำมัน รวมถึงกระชับขั้นตอนการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย 

นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือ ไปยังกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร และตำรวจจราจร ในการผ่อนปรนเวลาวิ่งรถบรรทุกขนน้ำมัน ซึ่งจากนี้จะติดตาม ว่าจะเริ่มผ่อนปรนได้เร็วที่สุดเมื่อใด เพราะเรื่องนี้จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มเที่ยวการขนส่งน้ำมัน ซึ่งหวังว่าเรื่องนี้จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ ที่บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันให้คลี่คลาย พร้อมยังขอความร่วมมือประชาชน อย่ากักตุนน้ำมัน หากช่วยกันใช้ช่วยกันเติม ในปริมาณปกติ สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ปกติโดยเร็ว

นายอรรถพล ยังเปิดเผยถึงราคาน้ำมัน โดยในส่วนของน้ำมันดีเซล ที่ก่อนหน้านี้มีการตรึงราคาไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งจะสิ้นสุดกำหนด 15 วัน ในวันพรุ่งนี้ โดยหลักการที่หารือร่วมกันในที่ประชุมจะขอขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซลพื้นฐาน หรือ B7 ไปที่ 33 บาทต่อลิตร แต่จะไม่ขยับราคาแบบกระชาก เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน และราคาสินค้า

ส่วนที่มาของราคา 33 บาทต่อลิตร หากเปรียบเทียบราคาน้ำมันกับประเทศมาเลเซีย จะพบว่าถูกกว่าประเทศไทย อยู่ที่ลิตรละ 23 บาทต่อลิตร ปัจจุบันขยับเป็น 32 บาทกว่าต่อลิตร แต่ในไทยขยับไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ซึ่งหากเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันในปีที่ผ่านมาก็เคยขึ้นถึง 33 บาทต่อลิตร โดยจะเป็นการทยอยปรับขึ้นเริ่มวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค 69) 50 สตางค์ ต่อลิตร ซึ่งถือเป็นราคาขึ้นลงตามปกติของกลไกราคาน้ำมันของไทยอยู่แล้ว 

ขณะเดียวกันเพิ่มตัวเลือกให้กับประชาชน และส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่ผลิตในประเทศ โดยการปรับสเปคน้ำมันจาก B5 และ B7 เป็น B10 และ B20 หรือการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ ของน้ำมันปาล์ม เป็น 10% และ 20% โดยราคา B10 จะถูกกว่า B7 อยู่ 2 บาท ส่วนบี 20 ที่รถบรรทุกสามารถใช้ได้ จะถูกกว่า B7 อยู่ 5 บาท แต่จะไม่ได้จำหน่ายอยู่หน้าสถานีบริการน้ำมันเพื่อลดการจราจร โดยให้รถบรรทุกไปเติมที่คลังน้ำมัน 
 

เริ่มพรุ่งนี้ (18 มี.ค. 69) น้ำมันดีเซล ปรับขึ้นราคา 50 สตางค์

ขณะที่น้ำมันเบนซิน ปัจจุบันมี E10 E20 และ E85 จะไม่มีการเพิ่มอัตราเงินอุดหนุน จากกองทุนน้ำมัน จะปล่อยราคาไปตามต้นทุน โดยวันพรุ่งนี้ E20 จะปรับลง 79 สตางค์ต่อลิตร และ แก๊สโซฮอล์ 95 โดยจะมีการปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร ทำให้ผลต่างของราคาน้ำมัน 2 ชนิดดังกล่าวเพิ่มขึ้น ต่างกัน 5 บาท 


จึงขอเชิญชวนประชาชน เติมน้ำมัน E20 ให้มาก ซึ่งในความจริงรถรุ่นใหม่กว่า 60% ที่ใช้ในปัจจุบัน สามารถเติม E20 ทั้งหมดแล้ว แต่ยอดขายคิดเป็น 16% ของการขายน้ำมัน เบนซินทั้งหมด 


นายอรรถพล ยังกล่าวถึงมาตรการควบคุมดูแลการกระตุ้นน้ำมัน และการขายราคาเกินควร โดยจะร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ในการลงพื้นที่ตรวจระบบการค้าน้ำมัน ว่าไม่มีส่วนใดในการกักตุน หรือค้ากำไรเกินควร ซึ่งก่อนหน้านี้กรมธุรกิจพลังงานได้ลงพื้นที่ ไปตรวจคลังน้ำมันเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการกักตุน โดยเฉพาะบางสถานีบริการที่มีการติดป้ายประกาศว่าน้ำมันหมด นั้นหมดจริงหรือไม่ 


เมื่อถามว่าหากปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร จะลดเงินไหลออกจากกองทุนน้ำมันในแต่ละวันได้เท่าใด นายอรรถพลกล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้น้ำมันดีเซล 70 ล้านลิตรต่อวัน สามารถลดภาระกองทุนน้ำมันได้ 35 ล้านบาทต่อวัน ยอมรับว่ามีผลบางส่วน แต่จะเริ่มใช้ในวันพรุ่งนี้ พร้อมยืนยันว่าประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียน มีการปรับขยายเพดานน้ำมันแล้ว และไทยก็ต้องปรับบ้าง 


เมื่อถามว่าการประกาศราคาที่น่าโรงกลั่นและราคาหน้าคลังจะช่วยเรื่องการขาดแคลน น้ำมันบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันอย่างไร นายอรรถพล กล่าวว่า จะเป็นการช่วยระบบการค้าขายมากกว่า เพราะการค้าขายน้ำมันไม่ได้ผ่านเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน เพราะสถานีบริการน้ำมันเราสามารถควบคุมได้ในเรื่องการขายปลีก ที่กำหนดให้ต้องประกาศราคาหน้าปั๊ม ให้ผู้บริโภคทราบ แต่ในการขายน้ำมันยังมีผู้ค้าโดยตรงผ่านการค้าส่ง 

ซึ่งเท่าที่รับฟังปัญหา บางกลุ่มมีปัญหา ที่ต้องซื้อในราคาแพง ดังนั้นการกำหนดให้มีราคาหน้าคลัง หรือหน้าโรงกลั่นจะช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่าราคาที่ไปถึงผู้ใช้โดยตรง เช่นกลุ่มก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรม มีการบวกราคาเพิ่มสูงเกินไปหรือไม่ และสูงที่ตรงไหน จะเป็นการควบคุมไม่ให้ขายเกินราคา พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ต้องขอความร่วมมือคือยอดการใช้และยอดการซื้อตอนนี้ยังสูงกว่าปกติค่อนข้างมาก 


นายอรรถพล ยังกล่าวอีกว่า น้ำมันเบนซิน ทั้ง E20 และแก๊สโซฮอล์ 95 ออกมาจากระบบคลังพร้อมกัน โดยได้พูดคุยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการผลิตเอทานอล ซึ่งผู้ผลิตมีความสามารถในการผลิต เพื่อให้สามารถผสม E20 ในสัดส่วนที่มากขึ้น 


เมื่อถามว่าได้มีการกำหนดกรอบราคาเพดานน้ำมันดีเซลที่ 33 บาทต่อลิตรไว้เมื่อใดหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ไม่มีกำหนดเวลาไว้ แต่กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ดังนั้นในระหว่างที่มีการทยอยปรับขึ้นราคา ก็จะมีการประเมินสถานการณ์ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะสถานการณ์สู้รบ ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 


เมื่อถามว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อรัฐบาลสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าประเทศจะไม่ขาดแคลนน้ำมัน หรือจะต้องมีการจำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน นายอรรถพล กล่าวยืนยันว่า น้ำมันต้นทางมีเพียงพอ เพราะสามารถหามาจากแหล่งอื่นที่นอกเหนือจากตะวันออกกลาง ส่วนสถานการณ์ที่ไม่สามารถเติมน้ำมันได้อย่างเต็มที่อย่างที่ต้องการ เป็นปัญหาหน้างานของสถานีบริการน้ำมัน หรือปัญหาของการกระจายน้ำมัน เราก็จะพยายามมาแก้ที่การขนส่ง และหวังว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย พร้อมย้ำว่าขณะนี้คือปัญหาคือการเข้ามาเติมมากกว่าปกติ ทำให้การขนส่งน้ำมันไม่ทัน 


นายอรรถพล ยังอยากรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตหรือไม่ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ควรทำ นอกจากจะเป็นการประหยัดพลังงานยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า และถ้าอยากลดราคาน้ำมันลง 3 บาท สามารถทำได้ด้วยตัวเราเอง เพราะ 3 บาทเท่ากับ 10% หากลดการใช้พลังงานลง 10% ก็สามารถลดราคาลง ก็จะทำให้เงินออกจากกระเป๋าลงถึง 10% เหมือนกัน