
"อนุทิน" ยืนยัน ไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต
นายกฯ ยืนยัน ไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่ถึงขั้นวิกฤต เรียก ก.พลังงาน - พาณิชย์ ถกตรึงราคาให้ได้มากที่สุด ชี้ แหล่งน้ำมันดิบ ไม่ได้นำเข้าแค่ตะวันออกกลาง
3 มี.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยยืนยันว่า รัฐบาลมีมาตรการในเรื่องการบริหารจัดการเรื่องน้ำมัน อย่างที่มีใครให้ข้อมูลว่าน้ำมันไทยอยู่ในมือเอกชนนั้น ซึ่งเอกชนที่ว่าหมายถึง ปตท. ซึ่งเป็นเอกชนแต่ถือหุ้นใหญ่โดยรัฐ และรัฐบาลมีกฎหมายที่จะดำเนินการ หากมีความจำเป็นด้านความมั่นคง สามารถสั่งห้ามการส่งออกน้ำมันได้
ซึ่งทุกวันนี้ไทยยังคงสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน ยกเว้นประเทศลาว นอกจากความเป็นบ้านพี่เมืองน้อง เราต้องรักษาทางเศรษฐกิจ ที่ปัจจุบันไทยยังต้องใช้ไฟจากประเทศลาว หากไทยห้ามการส่งออกน้ำมันไปลาว ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือ หรือเกิดจากปริมาณการใช้ในประเทศไทย เรากลั่นในประเทศได้วันละ 170 ล้านลิตร ใช้อยู่ 130 ล้านลิตร นี่คือรายงานจากกระทรวงพลังงาน ส่งไปยังประเทศลาววันละ 7 ล้านลิตร ซึ่งที่เหลือส่งไปยังประเทศอื่น ๆ
ส่วนที่เหลือ ตนได้ให้นโยบายไป หากสถานการณ์ยังพัฒนาไปในทางที่รุนแรงขึ้น ส่วน 30 กว่าล้านลิตรที่เคยส่งไปสร้างรายได้ให้กับต่างประเทศ ก็ต้องกำหนดใหม่ ที่เราทำไมต้องส่ง เพราะความเป็นประเทศพื้นบ้าน และยังมีการพึ่งพาไฟฟ้าจากของเขา ของเขาใช้ไฟฟ้าพลังงานน้ำเป็นส่วนใหญ่ หากมีอะไรที่มีมีความจำเป็น ยังเชื่อว่าเรายังมีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่เราสามารถนำเข้ามาใช้ในประเทศได้ หากไปตรึงตอนนี้ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องพึ่งพาเขา อาจเป็นปัญหา เรายังไม่ถึงจุดนั้น
ส่วนจะต้องเร่งทบทวนเรื่องดังกล่าวหรือไม่เพราะขณะนี้บางสถานีให้บริการมีการปรับราคาน้ำมันขึ้นแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเรื่องราคาต้องดำเนินการ แต่ว่าตรงนี้มีเรื่องที่เป็นกลไกของตลาดแต่ไทยยังต้องตรึงราคาให้มากที่สุด โดยเมื่อวานนี้ทางรัฐบาลได้ประชุมโดยประเมินจากสถานการณ์หนึ่ง แต่วันพรุ่งนี้ จะต้องหารือกับทางกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน ที่จะต้องตรึงราคาสินค้าที่มีผลกระทบต่อต้นทุนจากการใช้ชีวิตของประชาชน
ส่วนจะสื่อสารประชาชน กับประชาชนอย่างไรเพราะขณะนี้หลายคนเริ่มมีการกักตุนน้ำมันแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้เราตื่นตัวไม่เป็นไร แต่ยืนยันได้ว่า ในช่วงนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแน่นอน ยังมีสำรองน้ำมัน จะใช้ได้ ไม่ใช่แค่เพียง 60 วัน ซึ่งเดิมกรณีไม่มีน้ำมันดิบเข้ามาเลย ไทยไม่ได้มีแหล่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังมีแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่นอีกด้วย และแน่นอนว่าวันนี้ กำลังผลิตของโลกหายไป แต่กลไกตลาดราคาน้ำมันอาจมีผล เช่น ราคาแก๊ส ซึ่ง จะต้องนำมาพิจารณาว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
ส่วนจะต้องหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การใช้ในแต่ละวันในประเทศไทยยังสามารถมีเพียงพอที่จะใช้ในประเทศอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้มาล่าสุด และจะกำชับให้ทางกระทรวงพลังงาน หรือ ปตท. ออกมาชี้แจง ตอนนี้ได้แจ้งไปยังปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นประธาน ปตท. ด้วย ว่าให้ชี้แจงเพื่อเกิดความมั่นใจกับประชาชน
เมื่อถามว่าตามรายงานสถานการณ์จะยืดเยื้อ 1 เดือน ในระยะนี้ ห่วงอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์ 1 วันก็เป็นห่วงแล้ว เพราะเป็นสงครามมีการทำลายล้างกัน และสิ่งที่ในความเป็นประเทศไทยตอนนี้ "อย่าให้ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้" เราจะต้องให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของคนไทย เรื่องค่าครองชีพในประเทศไทย เรื่องการตรึงราคาสินค้า อย่าให้มีการฉวยโอกาส
เรื่องการจัดการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถือเป็นปัจจัยหลัก ในการใช้ในประเทศ เลยยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ว่าจะจบเมื่อไหร่ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่ขออย่าให้มีอะไรส่งผลกระทบกับไทย ตอนนี้ไทยแลนด์เฟิร์ส ยืนยันว่ารัฐบาลไทยต้องทำทุกวิถีทาง ที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทยและคนไทยน้อยที่สุด นอกจากนี้ ยังแจ้งไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และปลัดกระทรวง ให้จัดศูนย์แถลงข่าว เพราะจะมีข้อมูลที่อัปเดตสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา จึงขอให้ติดตามจากการแถลงข่าวในแต่ละวัน เมื่อถามถึงความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยการท่องเที่ยวใน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่ดูแลเรื่องการท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่ใช่เพียงการดูแลคนในประเทศคู่กรณีที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งได้กำชับหน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับทราบความจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องนี้ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีการประชุม สมช. ได้แบ่งหน้าที่ไปปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีย้ำว่า วันนี้ต้องเร่งอพยพคนไทยในอิหร่านก่อน เพราะปัจจัยรอบข้างเอื้ออำนวย มีประมาณ 270 ถึง 300 คนเท่านั้นสามารถใช้เครื่องบินลำเดียวก็นำคนไทยกลับมาได้ และจะเป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำหรือจะเป็นเครื่องบินจากไทยไปรับก็ได้หมด เราเปิดทุกทางเลือก และเอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่าน ก็เตรียมพร้อมหมดแล้ว



