
รู้จัก ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ แกนนำแก๊งส้ม ปิดตำนานตัวตึง! ศาลสั่งจำคุก 68 เดือน รอลงอาญา 1 ปี
รู้จัก ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ แกนนำแก๊งส้ม ปิดตำนานตัวตึง! ศาลสั่งจำคุก 68 เดือน รอลงอาญา 1 ปี คดีคดีหมิ่น-คุกคาม "ปีใหม่" FC เพื่อไทย
อวสานมหากาพย์บุกที่ทำงาน! ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ อดีตแกนนำส้มตัวตึง รวม 8 กรรม คงเหลือจำคุก 68 เดือน (5 ปีครึ่ง) ปรับเฉียด 2 แสนบาท หลังก่อเหตุโพสต์แฉพิกัด-บุกที่ทำงานคู่กรณีที่เป็นกองเชียร์เพื่อไทย ด้านทนายฝั่งโจทก์เตรียมอุทธรณ์ต่อ ลั่นต้องเอาผิดให้ถึงที่สุด 44 กรรม! หากย้อนกลับไปคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2566 เมื่อนางอมรัตน์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารองประธานสภาฯ (ในตอนนั้น) เกิดอาการ "หลุด" หลังถูกวิจารณ์ทางการเมือง จึงทำการโพสต์ข้อมูลส่วนตัวของ น.ส.ปีใหม่ ทั้งชื่อเล่น อายุ สีรถ พิกัดบ้าน และลามไปถึงการ "บุกไปหาถึงที่ทำงาน" เพื่อกดดันผ่านผู้บริหาร จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการคุกคามสิทธิประชาชน ส่งผลให้เจ้าตัวต้องออกมาขอโทษและถูกปลดออกจากตำแหน่งทางการเมืองในเวลาต่อมา
สรุปคำพิพากษา (2 มีนาคม 2569)
ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีที่ น.ส.ปีใหม่ ศิริกุล แฟนคลับพรรคเพื่อไทย เป็นโจทก์ฟ้อง นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แกนนำพรรคประชาชน (อดีตพรรคก้าวไกล) ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ข่มขู่คุกคาม และผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ดังนี้
- โทษจำคุก: พิพากษาจำคุกรวม 8 กรรม ลดโทษ 1 ใน 3 คงเหลือจำคุก 68 เดือน (หรือ 5 ปี 8 เดือน)
- รอลงอาญา: โทษจำคุกให้ รอลงอาญาไว้ 1 ปี
- โทษปรับ: สั่งปรับเป็นเงินจำนวน 186,600 บาท (หากไม่ชำระ ให้กักขังแทนค่าปรับวันละ 500 บาท)
ทนายยอดมงคล ทรัพย์ไพศาลสุข ทนายความของฝั่งปีใหม่ เปิดเผยว่าแม้ศาลจะลงโทษ 8 กรรม แต่ความจริงทางฝั่งโจทก์ฟ้องไปถึง 44 กรรม จึงเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อเพื่อให้ได้รับโทษหนักกว่านี้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในสังคมที่นักการเมืองจะใช้โซเชียลล่าแม่มดหรือคุกคามประชาชนที่เห็นต่าง
รู้จัก “เจี๊ยบ อมรัตน์” ลูกสาวของ กำนันสมพันธ์ หรือ กำนันหัวโต กับ ยุพรัตน์ โชคปมิตต์กุล มีพี่น้องร่วมกัน 3 คน เธอเป็นพี่คนโต จบชั้นประถม จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยหลักสูตรก้าวหน้า นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอเป็นคนคิดนอกกรอบ ก่อนเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนเตรียมอุดม และศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (บัญชีบัณฑิต) ด้วยความเป็นลูกสาวกำนัน เธอจึงโตมาแบบมีชีวิตที่โลดโผน เพราะพ่อทำธุรกิจรถเมล์ เคยเป็นนายกสมาคมรถร่วม บขส. 2 สมัย และมีความชื่นชอบทางการเมืองมาตั้งแต่เด็ก เพราะตั้งแต่อายุ 10-11 ขวบ พ่อพาไปดูสถานที่ใน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519
“เจี๊ยบ อมรัตน์” เริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองเต็มตัว เมื่อครั้งรัฐประหาร 2557 มีเตนท์ “แดงนครปฐม” เป็นของตัวเองในการชุมนุมที่ ถ.อักษะ เริ่มทำกิจกรรมทวงคืนสัญญาเลือกตั้ง คัดค้านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้การเลือกตั้งปี 2557 เป็นโมฆะ รวมถึงงานจุดเทียนในนครปฐม จนโดนคดี ม.44 ไป 2 คดี จนเมื่อปี 2561 เริ่มเข้าสังกัดพรรคอนาคตใหม่ ตามคำเชื้อเชิญของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เพราะแนวทางของพรรค ตรงใจเธอ แต่เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2563 ก็ได้ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2563
“เจี๊ยบ อมรัตน์” นับเป็นตัวตึงในสภาผู้แทนราษฎร ที่กล่าวได้ว่า มีภาพเป็น “คู่ปรับ” คนหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยลีลาการอภิปรายที่ฟาดฟัน โดยเฉพาะที่กลายเป็น “มีม” คือการมอบกระจก ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่ระหว่างการหยุดปฏิบัติหน้าที่จากคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ส่องมอง สะท้อนตัวเอง หลังจากที่ลุกขึ้นอภิปรายถึงการทุจริตในกองทัพ และเธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า ที่เธอกลายมาเป็นกองหน้าตอบโต้เก่งแบบนี้ ส่วนหนึ่งได้มาจากการเถียงคุณพ่อ แต่ในการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 “เจี๊ยบ อมรัตน์” ประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและเขต โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าไม่ชอบงานการเมือง แต่เธอก็ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ติดตาม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไปตลอดเช่นกัน



