
"เต้ มงคลกิตติ์" เผยสาเหตุ เคยขอหย่าภรรยา พร้อมเล่าเส้นทางรัก
เปิดเส้นทางรัก "เต้ มงคลกิตติ์" กับ "อ้อ" ภรรยา คบกันตั้งแต่สมัยเรียน ก่อนแต่งงานด้วยกันตอนปี 49 พร้อมเผยสาเหตุขอหย่าภรรยา
ควงภรรยาและลูกๆ ออกรายการครั้งแรก สำหรับ “เต้ มงคลกิตติ์” ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งประกาศลาออกจากพรรค หลังถูกสั่งระงับปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นการชั่วคราว ล่าสุดในรายการ “คุยแซ่บshow” ทางช่อง One31 เจ้าตัวก็ออกมาเปิดใจเผยถึงเรื่องนี้ รวมไปถึงปัญหาชีวิตถึงขั้นขอหย่าภรรยา โดยมีสองพิธีกร “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” ดำเนินรายการ
เลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นช่วงที่แบบรีแลค สบายๆ?
เต้ : ก็รีแลค สบายๆ แต่ เหตุการณ์การเมืองมันเปลี่ยนไวมากปุบปับปุ๊บปั๊บ ก่อนเลือกตั้งอย่างหนึ่งหลังเลือกตั้งอย่างหนึ่ง คือการเมืองมัน พักไม่ใช่ แต่เป็น ฆ เพราะคอระฆังตีดัง ว. ก็วิเคราะห์ ย. ก็แยกแยะ
พอแบบนี้พี่เต้น่ะอยู่หน้าตลอดเลย คนเลยมองว่าหิวแสงหรือเปล่า ?
เต้ : ไม่ได้หิวแสงครับ แสงมาหาผมเอง เราอยู่เฉยๆ เราจะไม่ให้แสง วิ่งเข้าหาตั้งแต่ห้าทุ่ม ถึงประมาณ 6 โมงเช้าครับ เพราะเราหลับ คือแสงช่วงประมาณซักประมาณ 6 โมงครึ่งถึงประมาณไม่เกิน 8 โมง ช่วงแบบสังเคราะห์แสงพอดี แต่ถ้าแสงสายๆ มันจะร้อน แสงเช้ามันจะให้เรารู้สึกว่าเรารับวิตามินดี
ล่าสุดพรรคทางเลือกใหม่สั่งพักงานพี่เต้ มันเกิดอะไรขึ้น?
เต้ : ก็งงเหมือนกัน งง ก็คุยกันอยู่ดีทำไมสั่งพักงานๆ ก็เผอิญ ก่อนสั่งพักงานก็มีการคุยกันว่า จะร่วมรัฐบาลแล้ว เอ่อเดี๋ยว กกต. มันไม่ไม่โอเคกับพี่ขึ้นมา แล้วพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องมีมารยาททางการเมืองต้องเป็นไอ้หมาน้อยที่ดี ก็คือ รัฐบาลพูดทุกเรื่องถูกหมดผิดหมดไม่ได้ อย่างเช่นรัฐบาลจะขึ้นภาษี ดีครับขึ้นภาษีเลย อะไรเงี้ย เค้าถึงเรียกไอ้หมาน้อย บอกชิดก็ชิดบอกยืนก็ยืน บอกหมอบก็หมอบคลานก็คลาน คือจะพูดอะไรก็ต้องระมัดระวังแกนนำ ไม่ให้ใครเคืองหู เราเป็นฝ่ายค้านจนชิน เรามองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มันไม่โอเคเราก็จะไปทวงคะแนนไดโนเสาร์เราคืนเราผิดตรงไหน
ถ้าไม่ได้เป็นหมาน้อยพี่เต้จะเป็นอะไร ?
เต้ : ของพี่เป็นทีเร็กตอนโกรธ กำลังหิว แล้วอยากกินเนื้อ ตอนนี้ยังไม่ออกจากพรรค ออกจากพรรคจะออกวันจันทร์ครับ เค้าห้ามเคลื่อนไหว ทุกอย่างถ้ายังดำรงตำแหน่งสมาชิกพรรค มันก็จะขัดข้อบังคับของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเราจะทำอะไรไม่ได้เลยเพราะว่ามันยังติดสถานะการเป็นผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่ออยู่ มันยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่มันมีกติการะเบียบวินัยของมันอยู่ ตอนนี้ก็ไม่แคร์ตำแหน่งแล้ว เนี่ยคือการเลือกตั้งที่อยากเป็น ส.สเป็นทางผ่าน จริงๆแล้วอยากเป็นนายก ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประเทศไปเลย ฉะนั้นถ้าไม่ได้เป็นก็ไม่ต้องเป็นซะดีกว่าครับ เป็นนายกไปเลยทีเดียว ไอ้สิ่งที่แบบว่าเออเดี๋ยวเค้าจะลาออกแล้วเราจะไม่ได้สนใจ สนใจแค่วันเนี้ยเราอยู่ในใจประชาชน และในห้องหัวใจของประชาชนมีเราอยู่แค่นิดเดียวก็พอแล้ว
พอเราได้เห็นบทบาทของพี่เต้นโยบายต่างๆที่เค้านำเสนอให้ประชาชนได้เห็นรู้สึกยังไง ?
อ้อ : จริงๆ นโยบายที่เค้าเคยที่เขาพูดปัจจุบันเนี่ยค่ะมันคือสิ่งที่เราเคยคุยกัน แต่เป็นลักษณะของการคุยเล่นกัน เพราะว่าปกติเวลาเราอยู่ด้วยกันเรามักจะพูดคุยในเรื่องอะไรประมาณนี้ แล้ววันเนี่ยรู้สึกดีมากที่เขาได้เอาสิ่งที่เราเคยคุยกันมาทำให้มันเกิดขึ้นจริงในวันนี้
เต้ : ชอบคุยเรื่องต่างดาว จานบิน โลกคู่ขนาน และอวกาศ
ตอนสามีถูกสั่งพักงานแล้วจะลาออก มีปรึกษาบ้างไหม?
อ้อ : ก็จริงๆแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประเมินไว้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นก็ได้บอกกับเขาไปว่าอาจจะเกิดขึ้นนะเรื่องแบบนี้ ดูแล้วอย่างเงี้ย ซึ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามคาด ไม่ได้ซีเรียสอะไรค่ะก็เลยแล้วแต่เค้าเลย เพราะว่าเรามั่นใจว่าตัวเค้าเองตัดสินใจได้ถูกต้องอยู่แล้วไม่ว่าเค้าจะทำอะไร
เต้ : ตำแหน่งคือผมไม่ค่อยได้สนใจอยู่แล้ว ผมสนใจอย่างเดียวว่า คือลูกยังรักเราอยู่ มาแล้วยังเล่นกับลูกได้สนุกๆ อ่ะอย่างอื่นไม่สำคัญไม่สำคัญ ตำแหน่งแห่งหนมันเป็นแค่โขนชั่วคราว เรามีปุ๊บเราก็ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม แต่ถ้าไม่มีเราก็ทำอย่างอื่นได้
เรื่องชีวิตครอบครัว เคยหย่าร้างกับภรรยามาแล้วรอบนึงเกิดอะไรขึ้น?
เต้ : เราแต่งงานกันตอนปี49 คบกันตอนเรียนจบ เค้าเป็นดาวมหาลัย เราก็จีบเค้าแต่ก่อนจะจีบเค้าติดเราก็จีบคนอื่นด้วยฆ่าเวลา พอเรียนจบเสร็จเราก็อยู่ด้วยกันเลยแล้วก็มีลูกคนโตด้วยกัน แล้วก็ค่อยแต่งงานด้วยกัน แต่งงานตอนอายุ 24 กว่า ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากทำงานเป็นวิศวกรด้วยสอนหนังสือด้วย พอมีเสร็จเราก็แต่งงานตามประเพณี ลูกคนแรกพอมีปุ๊บเราก็ทำงานหลายอย่าง มีสาวสาวมาติดบ้าง ปี 53 ก็ขอหย่า
ทำไมสามีมาขอหย่า?
อ้อ : ตอนนั้นต้องยอมรับว่าทุกคนว่าแกเป็นคนฉลาดต้องยอมรับว่าชีวิตทุกคนจะมีช่วงหนึ่งที่หลงทางหรือว่าเป๋ สำหรับเขาอาจเป็นเรื่องนี้ซึ่งตอนนั้นอาจเป็นความผิดของเราเองที่ละเลยเรื่องของความรู้สึก
เต้ : ตอนนั้นเรามีลูกคนแรก แล้วก็ว่างพักนึงแล้วก็มีคนที่สอง แล้วก็เกิดช่องว่าง เพราะหย่าปุ๊บเราก็บอกว่าหย่าเพื่อธุรกิจ ตอนนั้นก็หย่าเพื่อธุรกิจจริงๆ เพราะหย่าไปปุ๊บก็มีสาวสาวคนนึงแอบชอบอีกคนนึงระหว่างมีลูกคนที่สองแล้ว แล้วไปจดทะเบียนทีหลัง ภรรยาไปทราบหลายปีหลังต่อมา เพราะเขาทราบก็แค้น ก็มีลูกเพิ่มอีกสองคน
อ้อ : คือมันเป็นความรู้สึกที่ว่าเราอยากพยายามให้พ่ออยากกลับมาหาลูกเฉยๆ
เต้ : เพราะผมเจอที่แปลกใหม่ขึ้นมามันก็ติดใจ ตามนิสัยผู้ชาย แต่พอเค้ามีคู่เทียบเขาก็เริ่มพัฒนาตัวเองจนกลับมาเจอกันใหม่อีกครั้ง หนึ่งสวยขึ้นผอมขึ้น ลีลาดีขึ้น
ทำไมถึงย้อนกลับมาแล้วให้อภัยเค้า ?
อ้อ : เหตุผลเดียวเนาะ ถ้าเราจะไปเริ่มต้นใหม่กับใครเราก็ไม่คิดว่าใครจะดีไปกว่าพ่อของลูก ยังไงพ่อก็ต้องรัก ลูกของตัวเองอยู่แล้ว เค้าจะเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายเหมือนตอนปีสี่ที่เค้ายอมตื่นแต่เช้าไปรับไปส่งตลอด 8 เดือนที่เราทำโรงงาน
เป็นภรรยาเก็บและภรรยาน้อยของพี่เต้?
อ้อ : ตอนนั้น ผอมกว่านี้และตัวเล็กกว่านี้เวลาไปไหนกับเค้า เค้าก็จะบอกว่าเมียเก็บ เป็นกิ๊กบ้าง ก็ตลกดี เป็นเก็บเป็นกิ๊กก็ดีเหมือนกัน
ตอนนี้ยังมีเขี้ยวเล็บอยู่อีกมั้ย?
เต้ : คือผู้ชายอ่ะยังไงมันก็ต้องเก็บเขี้ยวไว้ ใช้ยามจำเป็น ชีวิตคู่มันต้องมันต้องมีสีสัน ถ้ามันราบเรียบเกินไปมันเหมือนเราขับรถไปด้วยกันแล้วเราก็มองหน้ากันมันก็จะดูราบรื่นเกินไป พอมันราบรื่นเกินไปมันก็จะไม่สนุก
เค้าบอกว่าเต้กลัวเมีย?
เต้ : คือเราไม่ได้กลัวหรอก แค่ไม่ต้องการให้ชีวิตคู่สะบั้นเพราะเรามีลูกที่น่ารักด้วย



