ข่าว

ศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปี 8 เดือน "ผู้สมัคร สส.ปชน." คดีข่มขืนนักร้องสาว ไม่รอลงอาญา

ศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปี 8 เดือน "ผู้สมัคร สส.ปชน." คดีข่มขืนนักร้องสาว ไม่รอลงอาญา

19 ก.พ. 2569

พรรคส้มสะเทือน! ศาลพิพากษากลับ สั่งคุก 2 ปี 8 เดือน "ผู้สมัคร สส." คดีอานาจาร ทนายแฉยับพรรคเมินคำท้วง ดันลงสมัครซ้ำสอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ 18 ก.พ. 2569 นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายโจทก์ร่วม โพสต์ข้อความว่า คดีข่มขืนกระทำชำเราของผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษา ของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน (ไม่รอการลงโทษ) 

 

 

"ผมรู้ว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีนับแต่เกิดเหตุมา โจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) ต้องผ่านความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมากมายขนาดไหน ทั้งจากความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำ และจากความผิดหวังที่คำพิพากษา ของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ไม่เป็นใจ แต่โจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) ก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว และสุดท้ายจำเลยก็ได้รับผลอย่างที่เขาควรได้รับแล้วนะครับ" นายภัทรพงษ์ ระบุ

 

ศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปี 8 เดือน "ผู้สมัคร สส.ปชน." คดีข่มขืนนักร้องสาว ไม่รอลงอาญา

นอกจากนี้นายภัทรพงษ์ ยังโพสต์เฟซบุ๊กเพิ่มเติมระบุว่า เรื่องคดีข่มขืนของผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม 

 

ผมแจ้งให้พรรครับรู้มาตลอดตั้งแต่เริ่มเข้าไปทำงานช่วยพรรคก้าวไกล (ประมาณปี 2566) เรื่อยมาจนถึงตอนประกาศตัวผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคประชาชนรอบนี้ ผมก็ได้ท้วงติงพรรคถึงเรื่องความเหมาะสมของตัวผู้สมัครคนนี้ไปหลายครั้ง ซึ่งพรรคได้รับรู้แล้วอย่างแน่นอน

 

โดยผมเข้าใจว่า เหตุผลที่พรรคนำมาใช้กับกรณีนี้ คือ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ซึ่งถูกต้องในมุมของกฎหมาย ที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยควรได้รับการปฏิบัติอย่างผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดพิสูจน์ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้กระทำความผิดจริง และตัวผมเองเข้าใจเหตุผลในข้อนี้เป็นอย่างดี

 

แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจพรรคในกรณีนี้เลยคือ ทำไมพรรคถึงคิดว่าบุคคลคนนี้เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการสมัคร ส.ส.เขต 1 ใน 400 คน ที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนในสภา เพราะไม่ว่าผลคดี ณ เวลานั้นเป็นอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงก็เห็นได้ชัดจากทั้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้นฝววว่า จำเลยเองก็เบิกความรับว่าไปมีอะไรกับผู้เสียหายซึ่งเป็นนักร้องในสังกัดของตัวเองจริง และผู้เสียหายก็มีคนไปพาหนีออกมาจากต่างประเทศจริง ทั้งยังมีการพาไปแจ้งความที่ต่างประเทศ ซึ่งหากพิจารณาแล้วย่อมเห็นได้ว่าเป็นพฤติการณ์ที่มีความผิดปกติ

 

 

โดยหากยึดตามมาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่พรรคเคยขับ ส.ส. ออกจากพรรคจากกรณีคุกคามทางเพศแล้ว ผมในฐานะที่เคยเป็นกรรมการสรรหาผู้สมัครส.ส.ของพรรคก้าลไกลนครราชสีมา เมื่อปี 2566 คิดว่าแม้ในเวลานั้นจำเลยจะยังไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่จำเลยก็ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้สมัครเช่นกัน แต่พรรคกลับเลือกที่จะส่งบุคคลดังกล่าวลงสมัคร ส.ส. ถึง 2 ครั้ง (เข้าใจว่าเคยส่งลงท้องถิ่นด้วย) 

 

 

สุดท้ายนี้ ถ้าใครจะกล่าวว่าผมพยายามโพสต์พาดพิงเพื่อทำร้ายพรรค ผมก็ขอน้อมรับ แต่อยากให้ท่านทั้งหลายกลับไปคิดสักนิดว่า แท้จริงแล้วเป็นโพสต์ของผมที่ทำร้ายพรรคหรือเป็นพรรคที่กำลังทำร้ายตัวเอง

 

 

ขณะที่ทางด้านผู้เสียหายได้เข้ามาคอมเมนต์ ว่า “ไม่เสียใจเลยค่ะที่เลือกพี่มาตั้งแต่ต้นจนจบ ขอบคุณจากใจจริงค่ะ” และในเวลาต่อมา ภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์โต้ตอบ ว่า "ขอบคุณที่ให้พี่ดูแลคดีให้ครับ"

 

 

ในที่สุด สิ่งที่เจ็บปวดใจมาตลอด(ตั้งแต่ปี2563) ตอนนี้ถูกปลดล็อคแล้วค่ะ ถึงจะแพ้แล้วแพ้อีก แต่ก็ยังสู้สุดใจมาตลอด

 

วันนี้ 18 ก.พ. 2569 มันเป็นความหวังสุดท้ายของปลายฝน และในที่สุด ปลายฝนชนะคดีแล้วค่ะ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ขอบคุณที่ให้ความยุติธรรมกับผู้หญิงคนนี้และครอบครัวของเรานะคะ 💪💪

 

ขอบคุณพ่อแม่พี่ชายน้องชาย เพื่อนๆ อาจารย์ พี่ทนาย และทุกๆคนที่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจมาตลอดนะคะ

 

-ทั้งจำทั้งปรับ- (ไม่รอลงอาญา)